บันทึกที่ไม่ได้ตั้งใจให้ใครอ่าน: 65 วันของการตามหาตัวเอง•ตอนที่ 35

ความมั่นใจที่ก่อตัว

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
"ส่งไปเถอะค่ะธันวา... ถ้าไม่กดคำว่าส่ง ชีวิตก็ยังคงเป็นวงกลมเดิมๆ ที่เธอเองก็เบื่อไม่ใช่หรือคะ?" เสียงของคุณยายละมุนแผ่วเบา แต่หนักแน่นพอที่จะทำให้ปลายนิ้วของฉันที่ค้างอยู่เหนือปุ่ม 'Submit' บนหน้าจอแล็ปท็อปสั่นไหว ฉันมองบรรทัดสุดท้ายของบทความที่เขียนจากความรู้สึกก้นบึ้งของหัวใจ—เรื่องราวของการสูญเสียตัวตนในห้องสี่เหลี่ยมของออฟฟิศที่เคยเรียกว่าบ้านที่สอง "หนูกลัวค่ะคุณยาย กลัวว่าโลกข้างนอกนั่นจะมองว่าสิ่งที่หนูรู้สึก... มันเป็นแค่เรื่องไร้สาระของคนที่ล้มเหลว" ฉันสารภาพ มือเย็นเฉียบพยายามซ่อนไว้ใต้โต๊ะไม้เก่าที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนของร้านหนังสือ คุณยายละมุนไม่ได้ตอบในทันที ท่านวางแก้วชาคาโมมายล์ลงบนจานรองเสียงดังเคร้งเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือเหี่ยวย่นมาวางบนมือฉัน ผิวสัมผัสของท่านอบอุ่นเหมือนกระดาษเก่าที่ตากแดดไว้หลังร้าน "ความมั่นใจไม่ใช่การที่ไม่มีความกลัวหรอกนะคะ แต่มันคือการที่เรารู้สึกกลัวไปถึงข้างใน แต่ก็ยังเลือกที่จะก้าวขาออกไปข้างหน้าต่างหาก" ฉันหันไปมองปฏิทินที่ขีดฆ่าวันเวลาไปแล้ว 35 วัน วันนี้คือวันแรกที่ฉันตัดสินใจก้าวขาออกจากพื้นที่ปลอดภัยเพื่อเป็นนักเขียนอิสระอย่างเต็มตัว โปรเจกต์งานเขียนชิ้นแรกถูกวางเรียงรายอยู่ในโฟลเดอร์สีน้ำเงินบนหน้าจอ มันไม่ใช่แค่ตัวอักษร แต่มันคือเศษเสี้ยวของชีวิตที่ฉันพยายามปะติดปะต่อขึ้นมาใหม่ "ถ้าหนูไม่เริ่มวันนี้ หนูก็ไม่มีทางรู้เลยว่าหนูจะไปได้ไกลแค่ไหน" ฉันพึมพำกับตัวเอง ในจังหวะที่หัวใจเต้นโครมครามจนแทบได้ยินเสียงในความเงียบ ฉันตัดสินใจกดปุ่ม 'ส่ง' นิ้วชี้หนักอึ้งราวกับแบกรับภาระทั้งโลกเอาไว้ เมื่อแถบสถานะ 'Uploading' ปรากฏขึ้น ความรู้สึกโล่งอกผสมความกังวลก็ถาโถมเข้ามาเหมือนคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ฉันถอนหายใจยาว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองร้านหนังสือที่ให้ความอบอุ่นใจเสมอมา "เรียบร้อยแล้วค่ะคุณยาย" คุณยายละมุนยิ้ม กวาดสายตามองไปรอบร้านที่ตอนนี้เงียบงันกว่าปกติ "รู้ไหมคะธันวา สมุดบันทึกที่ไม่ได้ตั้งใจให้ใครอ่านน่ะ มักจะเป็นสมุดที่เปลี่ยนชีวิตคนอ่านได้มากที่สุด เพราะมันเต็มไปด้วยความจริงที่ไม่มีการปรุงแต่ง" ตลอดช่วงบ่าย ฉันเริ่มสำรวจงานชิ้นอื่นๆ ในไฟล์ ความมั่นใจที่เคยเหือดหายเริ่มก่อตัวขึ้นช้าๆ เหมือนเมล็ดพันธุ์ที่ได้รับน้ำฝน มันไม่ใช่ความมั่นใจที่มาจากคำชม แต่เป็นความมั่นใจที่มาจากการได้เป็นเจ้าของความคิดตัวเอง ไม่ต้องคอยก้มหัวให้ใคร ไม่ต้องคอยกดทับความรู้สึกเพียงเพื่อจะรักษาบรรยากาศในที่ทำงาน ฉันเริ่มเขียนตอนต่อไปอย่างบ้าคลั่ง ความคิดไหลลื่นราวกับเขื่อนที่แตกออก ทว่า ในขณะที่ฉันกำลังจดจ่ออยู่กับการร้อยเรียงคำพูด เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้น... *กรุ๊งกริ๊ง* หญิงสาวคนหนึ่งในชุดสูทสีเข้มเดินเข้ามาในร้าน เธอมีท่าทางที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด ใบหน้าของเธอเรียบเฉยแต่แฝงด้วยความกดดันบางอย่าง เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ จนกระทั่งหยุดนิ่งที่โต๊ะของฉัน "คุณธันวาใช่ไหมคะ?" น้ำเสียงของเธอเย็นชาและเรียบสนิท ฉันเงยหน้าขึ้นมอง ใจหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม เพราะผู้หญิงคนนี้คืออดีตหัวหน้างานที่ฉันเพิ่งจะลาออกมาเมื่อเดือนก่อน เธอกำลังก้าวเข้ามาหาฉันช้าๆ ในมือถือแท็บเล็ตเครื่องหนึ่งที่เปิดหน้าเว็บเพจบางอย่างค้างไว้ "ฉันเห็นงานเขียนชิ้นล่าสุดที่คุณเพิ่งลงไปเมื่อสิบนาทีที่แล้ว" เธอหยุดยืนข้างโต๊ะ แววตาที่จ้องมองมานั้นซับซ้อนจนฉันอ่านไม่ออก "และฉันมีบางอย่างจะบอกคุณ... บางอย่างที่เกี่ยวกับเหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมบริษัทถึงไม่เคยปล่อยให้คุณลาออกจริงๆ ในตอนนั้น" เธอวางแท็บเล็ตลงบนโต๊ะ แรงกระแทกของมันทำให้แก้วชาของฉันสั่นไหว หน้าจอนั้นแสดงหน้าสัญญาจ้างงานฉบับหนึ่งที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน พร้อมกับคำขีดเส้นใต้สีแดงฉานที่ทำให้ลมหายใจของฉันสะดุดไปชั่วขณะ "คุณคิดว่าคุณเป็นอิสระแล้วงั้นเหรอคะธันวา? คุณกำลังเข้าใจผิดอย่างมหันต์เลยล่ะ" ความเงียบงันแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร้าน ในขณะที่ฉันได้แต่จ้องมองตัวอักษรบนหน้าจอที่กำลังสั่นคลอนโลกทั้งใบที่ฉันเพิ่งสร้างขึ้นมาใหม่ด้วยน้ำมือของตัวเอง ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านตัวอักษรของสมุดบันทึกสีน้ำตาลเสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกที่ไม่ได้ตั้งใจให้ใครอ่าน: 65 วันของการตามหาตัวเอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%