บันทึกที่ไม่ได้ตั้งใจให้ใครอ่าน: 65 วันของการตามหาตัวเอง•ตอนที่ 39

ยายละมุนป่วย

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
“หนูธัน... ช่วยหยิบสมุดเล่มสีน้ำเงินที่ชั้นใต้ตู้ให้ยายทีนะ ลายมือยายเอง... ยายอยากให้หนูได้อ่านมันก่อนที่ความทรงจำของยายจะเลือนลางไปมากกว่านี้” ประโยคนั้นของยายละมุนไม่ได้มาพร้อมกับรอยยิ้มใจดีเหมือนทุกครั้ง แต่มันถูกเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและแววตาที่ดูเลื่อนลอยผิดปกติ ธันวาชะงักมือที่กำลังจัดเรียงหนังสือหมวดวรรณกรรมคลาสสิก ความเงียบภายในร้านหนังสือเก่าแห่งนี้ดูจะหนักอึ้งขึ้นมาถนัดตา กลิ่นกระดาษเก่าที่เคยเป็นดั่งพื้นที่ปลอดภัย กลับกลายเป็นกลิ่นอับชื้นที่ชวนให้รู้สึกหายใจไม่ออก “ยายคะ... พักก่อนดีไหมคะ ยายดูหน้าซีดมากเลย วันนี้หนูปิดร้านให้เอง ยายขึ้นไปพักข้างบนนะคะ” ธันวาเดินเข้าไปประคองหญิงชรา แต่สัมผัสจากแขนที่ผอมบางและเย็นเฉียบผ่านเสื้อไหมพรมตัวเก่งทำให้หัวใจของเธอร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ยายละมุนไม่ได้ขัดขืน เพียงแต่จับมือธันวาไว้แน่น แรงบีบนั้นแผ่วเบาจนแทบไม่รู้สึก แต่กลับตอกย้ำความเปราะบางของชีวิตที่ธันวาพยายามมองข้ามมาตลอด “ชีวิตคนเราก็เหมือนหนังสือเล่มหนึ่งนะธันวา... ถึงบทที่เราอยากอ่านต่อมากแค่ไหน ถ้ากระดาษมันกรอบจนหน้าสุดท้ายขาดไป เราก็ไม่อาจรู้ได้เลยว่าตอนจบมันจะสวยงามแค่ไหน” ทว่าก่อนที่ธันวาจะทันได้ตอบโต้อะไร ร่างของคุณยายก็ทรุดฮวบลงไปในอ้อมแขน ลมหายใจที่เคยเป็นจังหวะสม่ำเสมอเริ่มติดขัด ดวงตาที่เคยสว่างไสวด้วยปัญญาค่อยๆ ปรือปิดลง ความโกลาหลที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นคือความทรงจำที่แตกกระจายเหมือนแก้วที่ตกกระทบพื้น—เสียงโทรศัพท์เรียกกู้ชีพที่สั่นไหวอยู่ในมือ กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ตลบอบอวลอยู่ในห้องฉุกเฉิน และแสงไฟนีออนสีขาวโพลนที่แยงตาจนน่าเวียนหัว ธันวานั่งขดตัวอยู่บนเก้าอี้พลาสติกแข็งๆ หน้าห้อง ICU เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ แต่มันยาวนานพอจะทำให้เธอทบทวนความผิดพลาดของตัวเองได้นับร้อยครั้ง เธอเอาแต่ตามหา “ตัวตน” ของตัวเองจนหลงลืมไปว่า “ตัวตน” ของเธอในโลกใบนี้มีความหมายที่สุดก็ต่อเมื่อมีคนคนหนึ่งเฝ้ารออยู่ที่เคาน์เตอร์ไม้เก่าๆ ในร้านหนังสือ ประตูห้องฉุกเฉินเปิดออกพร้อมกับเสียงล้อรถเข็นที่ดังสะท้อนก้อง แพทย์เวรเดินตรงมาหาเธอด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “ญาติคุณละมุนใช่ไหมครับ... อาการตอนนี้คือหัวใจเต้นผิดจังหวะเฉียบพลันร่วมกับภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด เราต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดใน 24 ชั่วโมงนี้ครับ” ธันวาพยักหน้าตอบรับทั้งที่น้ำตายังไม่ทันไหลออกมา มันคือความรู้สึก ‘ชา’ ที่กัดกินเข้าไปถึงกระดูก เธอยืนมองผ่านกระจกบานเล็ก เห็นร่างเล็กจ้อยของยายละมุนที่ถูกรายล้อมไปด้วยสายระโยงระยางและเครื่องช่วยหายใจ คนที่เป็นดั่งเข็มทิศในวันที่เธอหลงทาง ตอนนี้กลับกลายเป็นคนที่หลงทางอยู่ในความมืดมิดเสียเอง เธอกลับไปที่ร้านหนังสือด้วยความรู้สึกใจหาย กลิ่นกาแฟที่ยายชงทิ้งไว้ยังคงจางๆ อยู่ในอากาศ ธันวาตรงไปที่ชั้นใต้ตู้ตามที่ยายบอก เธอหยิบสมุดเล่มสีน้ำเงินเล่มนั้นขึ้นมา หน้าปกมันฝุ่นจับหนาเตอะ เธอค่อยๆ เปิดออกด้วยมือที่สั่นเทา แต่สิ่งที่เธอพบในหน้าแรกไม่ใช่บันทึกประจำวันอย่างที่คิดไว้ มันคือรายชื่อบุคคลที่เธอไม่รู้จัก... และชื่อสุดท้ายในรายการนั้น คือชื่อของ “แม่” ของเธอเอง ที่เสียชีวิตไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน มือของธันวาสั่นระริก เธอพลิกไปหน้าถัดไป ลายมือของยายละมุนเขียนไว้อย่างบรรจง “ถึงวันที่หนูต้องรู้ความจริงทั้งหมด... ธันวา วันที่ยายไม่อยู่แล้ว จงไปที่ลิ้นชักลับใต้ฐานรูปปั้นในห้องทำงานของแม่หนู กุญแจดอกนั้น... คือจุดเริ่มต้นของสิ่งที่ยายปิดบังมาตลอดชีวิต” ขณะที่ธันวากำลังจะพลิกหน้าต่อไป เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าก็ดังขึ้น เป็นเบอร์จากโรงพยาบาล หัวใจของเธอเต้นรัวจนแทบกระดอนออกจากอก เธอรับสายด้วยเสียงที่สั่นเครือ “ฮัลโหล... ยายเป็นยังไงบ้างคะ?” ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมีเสียงของพยาบาลที่ฟังดูตะกุกตะกัก “คุณธันวาคะ... คนไข้ฟื้นแล้วค่ะ แต่... แต่เธอพยายามจะถอดสายออก เธอเอาแต่พูดชื่อของใครบางคนซ้ำไปซ้ำมา... คนที่เธออ้างว่าเป็นคนทรยศต่อครอบครัวของคุณค่ะ” ธันวาตัวแข็งทื่อ คำพูดของพยาบาลเหมือนสายฟ้าที่ฟาดลงกลางใจ “คนทรยศเหรอคะ... ยายพูดว่าอะไรนะคะ?” “เขาบอกว่า... คนที่เคยเป็นพ่อของคุณ ไม่เคยตายไปจริงๆ และเขากำลังรอคุณอยู่ที่เดิม... ที่ที่ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้น” ธันวาปล่อยสมุดสีน้ำเงินร่วงลงพื้น เธอหันไปมองรูปถ่ายที่ติดไว้ข้างฝา—รูปที่เธอและแม่ถ่ายคู่กับใครบางคน... คนที่เธอถูกสอนมาตลอดชีวิตว่าเขาคือ “คนแปลกหน้า” ที่ไม่มีตัวตน ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันความรู้สึกผ่านตัวอักษรในสมุดบันทึกเล่มนี้ไปพร้อมกับดิฉันนะคะ
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกที่ไม่ได้ตั้งใจให้ใครอ่าน: 65 วันของการตามหาตัวเอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%