“ยายคะ อย่าเพิ่งขยับตัวแรงค่ะ เดี๋ยวสายน้ำเกลือจะหลุดเอา”
ดิฉันเอ่ยขึ้นขณะเอื้อมมือไปประคองไหล่ที่ผอมบางจนสัมผัสได้ถึงกระดูกใต้ผ้าห่มผืนหนา กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในโรงพยาบาลที่อบอวลอยู่รอบตัวทำให้ดิฉันรู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก แต่เมื่อเห็นแววตาที่ยังคงความเด็ดเดี่ยวของคุณยายละมุน แม้ในยามที่ใบหน้าเหี่ยวย่นจะซีดเผือด ดิฉันก็รู้ดีว่าหน้าที่ของดิฉันในวันนี้ไม่ใช่แค่การนั่งเฝ้า แต่คือการเป็น ‘หู’ ที่ดีให้กับคนที่เคยเป็นทุกอย่างให้ดิฉันมาตลอด
“ธันวา... หลานมานั่งเฝ้ายายแบบนี้ งานการที่บริษัทจะไม่ว่าเอาหรือไง” เสียงแหบพร่าของคุณยายเอ่ยขึ้น ดวงตาฝ้าฟางจ้องมองมาที่ดิฉันด้วยความห่วงใยที่แม้แต่ในยามป่วยไข้ท่านก็ไม่เคยละทิ้ง
“งานที่ไหนก็ไม่สำคัญเท่าลมหายใจของคนที่ดูแลธันวามาตั้งแต่เด็กหรอกค่ะ” ดิฉันตอบพลางหยิบผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่น เช็ดไปตามฝ่ามือที่กร้านจากการพลิกหน้ากระดาษหนังสือมานับค่อนชีวิต “อีกอย่าง ธันวาถือโอกาสนี้พักใจไปด้วยในตัวค่ะ การได้ดูแลคนอื่น... มันทำให้ธันวารู้สึกว่าตัวเองยังมีความหมายอยู่บ้าง ไม่ใช่แค่ฟันเฟืองในออฟฟิศที่รอวันสึกหรอไปวันๆ”
คุณยายละมุนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความรู้สึกของดิฉัน “หลานรู้ไหม... คนเรามักจะวิ่งตามหาเป้าหมายชีวิตจนลืมไปว่า บางทีเป้าหมายที่แท้จริงมันไม่ได้อยู่ข้างหน้า แต่มันอยู่ใน ‘รอยร้าว’ ของเรื่องราวที่เราพยายามจะซ่อนมันไว้”
ดิฉันชะงักมือที่กำลังนวดนิ้วมือให้อีกฝ่าย “รอยร้าวเหรอคะ?”
“ใช่... รอยร้าวในใจยายที่ยายไม่เคยเล่าให้ใครฟัง” ท่านหลับตาลงช้าๆ เหมือนกำลังเรียกภาพอดีตให้กลับมาฉายชัดอีกครั้ง “สมัยสาวๆ ยายไม่ได้เป็นแค่เจ้าของร้านหนังสือหรอกนะ ยายเคยเป็นคนที่พยายามจะ ‘เติมเต็ม’ ทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบ จนลืมไปว่าหัวใจตัวเองต้องการอะไรกันแน่ ยายทิ้งความฝันที่จะเป็นนักเขียนเพียงเพราะความกลัว... กลัวว่าคำพูดของยายจะไม่มีใครรับฟัง”
ดิฉันนิ่งเงียบ ปล่อยให้ความเงียบเป็นเครื่องมือในการฟังเสียงของบรรยากาศ กลิ่นอายของความลับที่ถูกเก็บกดมาหลายทศวรรษกำลังถูกเปิดเผยทีละน้อยผ่านถ้อยคำที่สั่นไหวของท่าน
“ทำไมเพิ่งมาบอกธันวาตอนนี้คะ?” ดิฉันถามด้วยความรู้สึกจุกในอก
“เพราะยายกลัว... กลัวว่าถ้าหลานรู้ว่ายายไม่ได้เก่งกล้าอย่างที่หลานเห็น หลานจะผิดหวัง” ท่านลืมตาขึ้นอีกครั้ง สายตานั้นคมกริบกว่าคราใด “แต่ในวันที่ความตายมาเดินเฉียดใกล้เตียงคนไข้ ยายถึงได้เข้าใจว่า การเปิดเผยความอ่อนแอให้คนที่เรารักได้เห็น มันไม่ใช่ความพ่ายแพ้ แต่มันคือการอนุญาตให้คนอื่นได้ ‘รัก’ ในตัวตนที่แท้จริงของเราจริงๆ”
มือของคุณยายที่เย็นเฉียบคว้ามือดิฉันไว้แน่นแรงบีบนั้นหนักหน่วงเกินกว่าที่คนป่วยจะมีได้ ท่านขยับกายเข้ามาใกล้ขึ้นจนดิฉันได้ยินเสียงลมหายใจที่แผ่วเบา ท่านกระซิบประโยคที่ทำให้ดิฉันต้องวางสมุดบันทึกในมือลงทันที
“ธันวา... ที่หลานกำลังตามหาตัวเองอยู่น่ะ หลานต้องระวังนะ เพราะบางสิ่งที่หลานกำลังตามหามันไม่ได้หายไปเอง แต่มันถูกใครบางคน ‘จงใจพราก’ ไปจากชีวิตหลาน ตั้งแต่วันที่พ่อแม่ของหลานจากไป... อุบัติเหตุครั้งนั้นน่ะ มันไม่ใช่แค่เรื่องโชคร้ายอย่างที่ตำรวจสรุปหรอก”
หัวใจของดิฉันเต้นรัวจนแทบหลุดออกมาจากอก ความเย็นวาบแล่นผ่านสันหลังราวกับมีใครมาเปิดหน้าต่างบานใหญ่ให้ลมหนาวกรูเข้ามาในห้อง
“ยายหมายความว่ายังไงคะ? ใครพรากอะไรไป?” ดิฉันถามเสียงสั่น พยายามเค้นความจริงจากดวงตาที่เริ่มมีหยดน้ำตาคลอเบ้า
คุณยายไม่ตอบทันที ท่านหันไปมองที่ลิ้นชักข้างเตียงแล้วพยักหน้าให้ดิฉันเปิดมันออก มือของดิฉันที่สั่นเทาค่อยๆ ดึงลิ้นชักออกมา สิ่งที่อยู่ข้างในนั้นคือซองจดหมายเก่าคร่ำคร่าสีเหลืองกรอบที่มีตราประทับซึ่งดิฉันคุ้นตา แต่มันไม่ใช่จดหมายธรรมดา เพราะบนหน้าซองมีชื่อของคนคนหนึ่งที่ดิฉันคิดว่าตายไปนานแล้ว
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องพักฟื้น พร้อมกับการปรากฏตัวของพยาบาลคนหนึ่งที่ดิฉันไม่คุ้นหน้า เธอเดินเข้ามาด้วยท่าทีเร่งรีบ สายตาจ้องมาที่ซองจดหมายในมือดิฉันอย่างไม่วางตา ก่อนจะหันไปมองหน้าคุณยายละมุนด้วยรอยยิ้มที่ดูน่าขนลุก
“ดูเหมือนคุณยายจะพักผ่อนน้อยไปนะคะ... แล้วนั่น... ของในมือคุณน่ะ ไม่ควรจะเป็นของที่คุณควรได้อ่านหรอกนะคะ” พยาบาลสาวพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนดิฉันรู้สึกถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา
ดิฉันกอดซองจดหมายแน่น หันกลับไปมองคุณยายละมุนที่ตอนนี้กลับหลับตาลงสนิท ราวกับยอมจำนนต่อสถานการณ์ที่เลวร้ายกว่าที่ดิฉันจะจินตนาการได้ และในวินาทีที่ไฟในห้องพักฟื้นเริ่มกะพริบถี่ๆ ดับลงจนมืดมิด ดิฉันก็ได้ยินเสียงกระซิบข้างหูจากพยาบาลคนนั้นว่า... “บางทีการตามหาตัวเอง ก็อาจจะแลกมาด้วยชีวิตของคนรอบตัวคุณนะ ธันวา”
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันความรู้สึกผ่านตัวอักษรในสมุดบันทึกเล่มนี้ไปพร้อมกับดิฉันนะคะ
บันทึกที่ไม่ได้ตั้งใจให้ใครอ่าน: 65 วันของการตามหาตัวเอง•ตอนที่ 40
ดูแลคนอื่นเพื่อดูแลตัวเอง
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกที่ไม่ได้ตั้งใจให้ใครอ่าน: 65 วันของการตามหาตัวเอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!