“คุณยายคะ... หนูว่าหนูไม่ไหวแล้วล่ะค่ะ มันเหมือนทุกอย่างกำลังพังทลายลงในเวลาเดียวกัน”
ธันวาวางแก้วชาที่ยังอุ่นอยู่ลงบนโต๊ะไม้โอ๊กเก่าคร่ำคร่า เสียงกระทบกันของแก้วเซรามิกดังเบาหวิวแต่กลับดังก้องในความเงียบงันของร้านหนังสือยามโพล้เพล้ มือของเธอสั่นเทาเล็กน้อยขณะที่พยายามกุมข้อมือตัวเองไว้แน่น สายตาจดจ้องไปยังสันหนังสือที่เรียงรายราวกับคนไร้จุดหมาย
คุณยายละมุนไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากแว่นสายตาที่กำลังอ่านค้างอยู่ ท่านเพียงแค่ปิดหนังสือลงช้าๆ พับมุมกระดาษไว้อย่างใจเย็น ก่อนจะถอนหายใจยาว เสียงถอนหายใจนั้นไม่ได้ฟังดูหดหู่ แต่กลับมีความหมายบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำบรรยาย
“คนเรามักจะเข้าใจว่าเวลาคือสมบัติที่ไม่มีวันหมดสิ้น จนกระทั่งนาฬิกาทรายในมือมันเริ่มหล่นหายไปทีละเม็ดโดยที่เราไม่อาจคว้ามันกลับมาได้นั่นแหละค่ะ ธันวา” คุณยายพูดขึ้น น้ำเสียงแหบพร่าแต่ทรงพลัง “เมื่อวานนี้ มีคนโทรมาแจ้งข่าวว่าลูกศิษย์เก่าคนหนึ่งของยายเพิ่งจากไป... เขายังอายุน้อยกว่าเธอด้วยซ้ำ สิ่งที่เขาเหลือทิ้งไว้ในโทรศัพท์คือข้อความที่ยังพิมพ์ไม่จบว่า 'ไว้ว่างๆ จะเข้าไปหา'”
คำพูดนั้นเสียดแทงลงไปในความรู้สึกของธันวาจนเธอต้องกลั้นหายใจ ภาพเหตุการณ์เมื่อสัปดาห์ก่อนผุดขึ้นมาในหัว ทั้งการถกเถียงกับเพื่อนร่วมงานเรื่องเป้าหมายชีวิตที่ดูเลื่อนลอย ความเหนื่อยล้าที่เธอคิดว่าวันพรุ่งนี้ค่อยจัดการก็ได้ ความโกรธเคืองเล็กน้อยที่เธอเลือกจะเก็บไว้ในใจแทนที่จะเอ่ยคำขอโทษ
“ความตายไม่ได้มาเคาะประตูบ้านบอกเราล่วงหน้านะคะ” คุณยายละมุนขยับตัวเข้ามาใกล้ วางมือเหี่ยวย่นลงบนหลังมือของธันวา สัมผัสที่เย็นเยียบแต่กลับอบอุ่นอย่างประหลาด “เราต่างใช้ชีวิตเหมือนกับว่ามีเวลาเหลือเฟือ เราผัดวันประกันพรุ่งกับการแสดงความรัก การให้อภัย หรือแม้แต่การซื่อสัตย์กับความต้องการลึกๆ ของตัวเอง เพราะเราคิดว่า 'เดี๋ยวค่อยทำ' แต่ความจริงที่น่ากลัวที่สุดคือ คำว่า 'เดี๋ยวนี้' อาจเป็นโอกาสสุดท้ายที่เรามี”
ธันวารู้สึกถึงหยดน้ำตาที่รื้นขึ้นที่ขอบตา เธอไม่ใช่คนที่อ่อนแอ แต่คำพูดของคุณยายละมุนเหมือนมีดผ่าตัดที่กรีดผ่านกำแพงที่เธอสร้างไว้จนเผยให้เห็นเนื้อแท้ของความหวาดกลัวที่อยู่ข้างใน... กลัวที่จะไม่ได้ทำในสิ่งที่รัก กลัวที่จะจากไปโดยที่ยังไม่เคยได้รู้จักตัวเองจริงๆ
“หนูพยายามตามหาความหมายนะคะ แต่ยิ่งหา... มันเหมือนยิ่งไกลออกไปทุกที หนูเหนื่อยกับการเป็นพนักงานที่เดินตามคำสั่งคนอื่น แต่พอจะออกเดินเอง หนูก็ไม่รู้ว่าต้องเริ่มที่ก้าวไหน” ธันวาสารภาพ เสียงของเธอขาดห้วง
“การตามหาตัวเองไม่ใช่การวิ่งไปให้ถึงเส้นชัยหรอกค่ะธันวา” คุณยายละมุนยิ้ม บางเบาจนแทบมองไม่เห็น “มันคือการหยุดยืนนิ่งๆ แล้วสำรวจว่า ระหว่างทางที่เธอผ่านมา เธอทิ้งเศษเสี้ยวของหัวใจไว้ที่ไหนบ้าง เธออาจจะทำเศษเสี้ยวความฝันตกไว้ที่งานวาดรูปที่เธอเคยวางทิ้งไป หรืออาจจะวางมันไว้ที่คำพูดดีๆ ที่เธอไม่เคยได้เอ่ยกับคนที่เธอรัก”
ร้านหนังสือเริ่มมืดลง เงาของชั้นหนังสือทอดยาวราวกับจะโอบกอดคนทั้งสองไว้ บรรยากาศเงียบงันจนธันวาได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นเป็นจังหวะหนักๆ เธอตระหนักได้เดี๋ยวนี้เองว่า เวลาไม่ใช่ตัวเลขบนหน้าปัดนาฬิกา แต่มันคือลมหายใจที่กำลังเข้าและออก... ซึ่งนับวันก็ยิ่งสั้นลงเรื่อยๆ
ธันวาเอนหลังพิงเก้าอี้ ดวงตาที่เหม่อลอยเริ่มมีความมุ่งมั่นบางอย่างปรากฏขึ้น เธอหยิบสมุดบันทึกเล่มสีน้ำตาลขึ้นมา พลิกไปยังหน้ากระดาษที่ว่างเปล่า ความกลัวที่จะล้มเหลวเริ่มเจือจางลง แทนที่ด้วยความกลัวที่จะต้องเสียดายหากไม่ได้ลองทำอะไรสักอย่างจริงๆ
“หนูจะลองทำดูค่ะ... เริ่มจากวันนี้เลย” ธันวาพูดขึ้นเบาๆ
คุณยายละมุนพยักหน้า ก่อนจะหยิบจดหมายฉบับหนึ่งที่วางอยู่ใต้กองหนังสือขึ้นมาส่งให้ธันวา ใบหน้าของท่านดูเคร่งเครียดกว่าทุกครั้ง
“ธันวาคะ... ก่อนที่เธอจะเริ่มทำอะไรใหม่ๆ ยายว่าเธอต้องอ่านจดหมายฉบับนี้ก่อน คนที่เขียนจดหมายฉบับนี้ส่งมาถึงร้านยายเมื่อเช้า และเขาระบุชัดเจนว่าคนที่ควรได้รับมันคือเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น”
มือของธันวาสั่นระริกขณะรับจดหมายซองสีครีมที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด กลิ่นกระดาษจางๆ ชวนให้ใจสั่น จดหมายฉบับนี้... ลายมือบนซองจดหมายนั้นเธอจำได้แม่นยำยิ่งกว่าสิ่งใดในโลก เพราะมันคือลายมือของคนที่เธอคิดว่าจากไปตลอดกาลและไม่มีวันได้พบกันอีกแล้ว
*ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันความรู้สึกผ่านตัวอักษรในสมุดบันทึกเล่มนี้ไปพร้อมกับดิฉันนะคะ*
สมุดบันทึกสีน้ำตาล
บันทึกที่ไม่ได้ตั้งใจให้ใครอ่าน: 65 วันของการตามหาตัวเอง•ตอนที่ 41
บทเรียนจากความพลัดพราก
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกที่ไม่ได้ตั้งใจให้ใครอ่าน: 65 วันของการตามหาตัวเอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!