"ถ้าหลานไม่กล้าอ่านเอง ยายจะหยิบแว่นสายตาขึ้นมาช่วยอ่านให้ฟังไหมล่ะคะ?"
กลิ่นกระดาษเก่าผสมกับกลิ่นชาร้อนจางๆ ในร้านหนังสือของคุณยายละมุนดูจะอบอวลเป็นพิเศษในบ่ายวันนี้ ธันวานิ่งงันไปครู่ใหญ่ มือที่สั่นเทาเล็กน้อยกำสันปก ‘สมุดบันทึกสีน้ำตาล’ เล่มนั้นไว้แน่น หัวใจของเขาเต้นรัวราวกับกลองรบที่กำลังจะพังทลายลงในไม่ช้า ความลับที่เขาซุกซ่อนไว้ใต้ตัวอักษรไม่ได้มีแค่เรื่องงานหรือความล้มเหลว แต่มันคือปมในใจที่เขาไม่เคยเอ่ยปากบอกใคร แม้แต่กับตัวเอง
เขานั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตัวเก่าฝั่งตรงข้ามหญิงชรา ดวงตาของคุณยายละมุนยังคงเต็มไปด้วยความเมตตา ทว่ามันกลับแฝงไปด้วยความรู้เท่าทันบางอย่างที่ทำให้ธันวารู้สึกเปลือยเปล่า
"ผม... ผมไม่แน่ใจครับคุณยาย" ธันวาเอ่ยเสียงแหบพร่า "บางอย่างในนี้ มันอาจจะทำลายภาพลักษณ์ที่ผมพยายามสร้างไว้ต่อหน้าคุณยายจนหมดสิ้น"
คุณยายละมุนหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนใบไม้แห้งกระทบกัน "ภาพลักษณ์น่ะหรือคะ? ธันวาเอ๋ย... ในวัยขนาดนี้ ยายเห็นคนมานักต่อนักแล้ว ทั้งคนที่สวมหน้ากากทองคำ และคนที่เดินเข้ามาด้วยมือเปล่า สิ่งที่เธอเขียนในสมุดเล่มนั้น ยายเชื่อว่ามันไม่ได้มีไว้เพื่อทำลายใคร แต่มันมีไว้เพื่อปลดปล่อยตัวเธอเองต่างหาก"
ธันวาสูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด เขาค่อยๆ คลี่สมุดเปิดออกไปหน้าที่มีคราบรอยหยดน้ำตาจางๆ
"วันที่ 14... วันที่ผมตัดสินใจทิ้งทุกอย่างแล้วเดินออกจากออฟฟิศกลางคัน" เขาเริ่มอ่าน เสียงของเขาสั่นไหวในตอนแรก ก่อนจะค่อยๆ มั่นคงขึ้น "ผมเขียนไว้ว่า... *'ผมไม่ได้เกลียดงานที่ทำ แต่ผมเกลียดที่ตัวเองกลายเป็นแค่ฟันเฟืองที่ไร้เสียง ผมรู้สึกเหมือนวิญญาณค่อยๆ หลุดลอยออกจากร่างไปทีละชิ้น ทุกครั้งที่มองกระจก ผมไม่ได้เห็นธันวา แต่เห็นแค่เครื่องจักรในคราบมนุษย์ที่กำลังรอวันสนิมเกาะจนตายไป'*... คุณยายครับ ผมขี้ขลาดเกินไปไหม?"
ความเงียบเข้าปกคลุมร้านหนังสือ มีเพียงเสียงเข็มนาฬิกาไม้บนผนังที่ตอกย้ำจังหวะเวลา ธันวาเงยหน้าขึ้นมองหญิงชรา เขาคาดหวังจะเห็นความผิดหวังหรือคำตำหนิ แต่กลับพบเพียงรอยยิ้มที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่เขาเคยได้รับมาในชีวิต
"การยอมรับว่าตัวเองไม่เหลืออะไรเลย คือก้าวแรกของการสร้างทุกอย่างขึ้นมาใหม่นะคะ" คุณยายละมุนขยับแว่นสายตา "คนส่วนใหญ่มัวแต่ยื้อยุดอยู่กับซากปรักหักพังของตัวเองจนลืมไปว่า พื้นที่ว่างเปล่านั้นแหละ คือที่ที่ดีที่สุดสำหรับการวางรากฐานใหม่"
ธันวาอ่านต่อไป หน้าแล้วหน้าเล่า เรื่องราวของความผิดพลาด เรื่องราวของคนที่เขาเคยทำร้ายจิตใจ และความเจ็บปวดที่เขาไม่เคยระบายกับใคร ยิ่งอ่าน เขายิ่งรู้สึกว่าน้ำหนักในอกที่เคยหนักอึ้งค่อยๆ จางหายไป เหมือนกับการได้สลัดเปลือกที่รัดตรึงเขาไว้ออกทีละชั้น
"ยายคะ..." ธันวาหยุดอ่านกะทันหัน หัวใจเขากระตุกวูบเมื่อพลิกมาถึงหน้าสุดท้ายของส่วนที่เขาตั้งใจจะแบ่งปัน มันมีรอยหมึกที่ถูกเขียนขึ้นใหม่เมื่อคืนนี้เอง "ยังมีอีกหน้าหนึ่งที่ผม... ผมไม่รู้ว่าควรจะอ่านมันไหม"
เขามองเห็นประโยคที่ตัวเองเขียนทิ้งไว้ในความมืดมิดของเมื่อคืน: *'ความลับที่แท้จริงไม่ใช่เรื่องงาน แต่เป็นเรื่องของคนที่ผมตามหา... และการที่ได้รู้ว่าร้านหนังสือแห่งนี้ คือจุดเชื่อมโยงเดียวที่เหลืออยู่ระหว่างผมกับอดีตที่ผมทำหายไป'*
ก่อนที่ธันวาจะได้ทันเอ่ยคำใดต่อ เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นอย่างแรง ประตูกระจกถูกผลักเข้ามาพร้อมกับลมพัดแรงจนกองหนังสือบนโต๊ะล้มระเนระนาด หญิงสาวคนหนึ่งในชุดโค้ทกันฝนที่เปียกปอนยืนหอบหายใจอยู่ตรงนั้น ทันทีที่เธอเงยหน้าขึ้น ธันวาก็ต้องชะงักค้าง สมุดในมือเกือบร่วงหล่นลงพื้น
เขาไม่เคยคิดว่าคนในไดอารี่ของเขา จะมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ในตอนนี้... และที่น่าตกใจกว่านั้น คือสิ่งที่เธอถืออยู่ในมือ
"คุณยายคะ..." หญิงสาวคนนั้นมองมาที่ธันวาก่อนจะหันไปทางคุณยายละมุน "หนูมาตามที่ได้รับจดหมาย... หนูมาเพื่อยืนยันว่าสิ่งที่อยู่ในสมุดเล่มนั้น คือความจริงทั้งหมดค่ะ"
ธันวามองหญิงสาวสลับกับคุณยาย ความคิดในหัวเขาหมุนคว้างไปหมด ราวกับโลกทั้งใบกำลังจะพลิกกลับด้านในไม่กี่วินาทีต่อจากนี้
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านตัวอักษรและแบ่งปันความรู้สึกร่วมกันกับสมุดบันทึกเล่มนี้เสมอนะคะ
บันทึกที่ไม่ได้ตั้งใจให้ใครอ่าน: 65 วันของการตามหาตัวเอง•ตอนที่ 42
อ่านไดอารีให้ยายฟัง
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกที่ไม่ได้ตั้งใจให้ใครอ่าน: 65 วันของการตามหาตัวเอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!