บันทึกที่ไม่ได้ตั้งใจให้ใครอ่าน: 65 วันของการตามหาตัวเอง•ตอนที่ 43

ความลับของยาย

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
"เธอคิดว่าโลกของฉันมีแค่ชั้นหนังสือพวกนี้จริงๆ เหรอ ธันวา?" เสียงของคุณยายละมุนแผ่วเบา หากแต่มันก้องสะท้อนอยู่ในความเงียบงันของร้านหนังสือเก่าที่อบอวลด้วยกลิ่นกระดาษสาและฝุ่นจางๆ ท่านไม่ได้หันมามองฉัน แต่สายตาทอดมองไปที่ตู้ไม้เก่าแก่หลังเคาน์เตอร์ที่ถูกล็อคกุญแจไว้อย่างแน่นหนามาตลอดหลายปีที่ฉันรู้จักท่าน หัวใจของฉันเต้นรัวจนเกือบจะหลุดออกมานอกอก โลกที่ฉันเคยเข้าใจว่ามันคงที่มาตลอดชีวิต—โลกที่มีคุณยายเป็นเพียงหญิงชราผู้ใจดี เจ้าของร้านหนังสือที่ชอบจิบชาคาโมมายล์—กำลังพังทลายลงต่อหน้าต่อตา เมื่อหญิงชราที่ฉันเคารพรักค่อยๆ หยิบกุญแจดอกเล็กออกจากคอเสื้อแล้วไขเปิดบานพับนั้น "คุณยาย... นี่มันหมายความว่ายังไงคะ" ฉันถาม เสียงของฉันสั่นเครือ ความสงสัยถาโถมเข้ามาจนฉันพูดได้เพียงเท่านั้น คุณยายละมุนดึงสมุดปกหนังสีน้ำตาลเข้มที่ดูเก่าคร่ำคร่าออกมาเล่มหนึ่ง ผิวสัมผัสของมันดูคล้ายกับสมุดที่ฉันกำลังถืออยู่ในมือไม่มีผิดเพี้ยน ท่านวางมันลงบนโต๊ะไม้ ตัวอักษรที่เขียนด้วยลายมือบรรจงบนหน้าแรกนั้นดูคุ้นตาจนน่าประหลาดใจ มันไม่ใช่ลายมือของคุณยายในปัจจุบัน แต่มันคือลายมือที่เขียนด้วยความมั่นใจและพุ่งพล่านไปด้วยไฟฝัน "ฉันเองก็เคยเป็นคนที่พยายามจะตามหาตัวเองเหมือนเธอนั่นแหละ" ท่านยิ้ม มุมปากมีรอยย่นที่ดูเศร้าสร้อยแต่ทว่าสง่างาม "ในช่วงอายุเท่าเธอ ฉันมีสมุดเล่มหนึ่งที่บันทึกทุกอย่าง ทั้งความล้มเหลว ความโกรธแค้นต่อโลกที่บีบคั้น และความฝันที่อยากจะตะโกนออกไปให้สุดเสียง แต่สุดท้าย... ฉันก็เลือกที่จะเก็บมันไว้ใต้กุญแจดอกนี้" ฉันเอื้อมมือไปแตะสันปกสมุดนั้น ความเย็นของมันส่งผ่านปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจ "แล้วทำไม... ทำไมคุณยายถึงไม่ตีพิมพ์มันออกมาคะ? ทำไมต้องเก็บไว้ให้มันตายไปพร้อมกับความเงียบ?" ท่านหันมาสบตาฉัน ดวงตาคู่ที่เคยมีเพียงความเมตตา บัดนี้กลับฉายแววคมกล้าของนักเขียนผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างโชกโชน "เพราะฉันกลัวไงล่ะธันวา กลัวการถูกตัดสิน กลัวว่าถ้าโลกได้เห็นตัวตนที่แท้จริงของฉัน พวกเขาจะทำลายสิ่งที่ฉันพยายามรักษาไว้ ฉันเลยเลือกที่จะเป็นเพียงคนขายหนังสือที่คอยเฝ้ามองนักอ่านคนอื่นได้ทำในสิ่งที่ฉันไม่กล้าทำ" ห้องทั้งห้องดูเหมือนจะหดแคบลง ความเงียบกดทับจนฉันได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง ฉันมองสลับระหว่างสมุดในมือคุณยายกับสมุดของฉันเอง ความรู้สึกเหมือนมีกระจกบานใหญ่สะท้อนเงาของหญิงชราวัยแปดสิบกับหญิงสาววัยยี่สิบห้าที่มีบาดแผลเดียวกัน "ความลับของยาย... คือการที่ยอมแพ้ไปก่อนที่จะได้เริ่มจริงๆ หรือคะ?" ฉันถามออกไปตรงๆ พยายามกลั้นน้ำตาที่เอ่อล้น คุณยายละมุนถอนหายใจยาว แววตาของท่านดูอ่อนล้าลงทันที "ไม่ใช่การยอมแพ้หรอกจ้ะ แต่มันคือการเรียนรู้ที่จะอยู่กับผลของการไม่ตัดสินใจต่างหาก แต่ตอนนี้... เมื่อเห็นเธอเดินเข้ามาในร้านนี้พร้อมกับความสับสนที่เหมือนกับฉันในตอนนั้น ฉันก็รู้เลยว่าวัฏจักรนี้ควรจะสิ้นสุดลงที่ใครสักคน" ท่านเลื่อนสมุดมาตรงหน้าฉัน มือที่เหี่ยวย่นตามกาลเวลาแตะลงบนหลังมือของฉันเบาๆ สัมผัสที่อบอุ่นนั้นกลับทำให้ฉันรู้สึกเหมือนถูกไฟฟ้าช็อต "ธันวา... สมุดเล่มนี้ไม่ใช่แค่เรื่องราวของฉัน แต่มันคือคำตอบที่เธอตามหามาตลอด 65 วัน และนั่นคือเหตุผลว่าทำไม ฉันถึงไม่อาจเก็บมันไว้เป็นความลับได้อีกต่อไป" ทันใดนั้น เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นพร้อมกับการเปิดประตูที่รุนแรงจนบานพับแทบหัก ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก้าวเข้ามาในร้านด้วยท่าทีรีบร้อน เสื้อคลุมสีดำยาวเปียกชุ่มไปด้วยละอองฝนที่ฉันไม่รู้เลยว่ามันเริ่มตกตั้งแต่เมื่อไหร่ ชายคนนั้นเดินตรงมาที่เคาน์เตอร์ด้วยสายตาที่ไม่ได้มองผ่านสินค้าชิ้นไหนเลย นอกจากมองจ้องมาที่สมุดปกหนังสีน้ำตาลเล่มนั้น "ในที่สุดผมก็เจอคุณจนได้... คุณละมุน" ชายแปลกหน้าคนนั้นกล่าว เสียงของเขาเย็นเยียบจนทำให้บรรยากาศในร้านเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง "หลังจากที่หายสาบสูญไปกว่าห้าสิบปี ผมคิดว่าผมจะไม่มีวันได้เห็นมันอีกแล้ว... งานเขียนเล่มสุดท้ายที่ควรจะถูกทำลายทิ้งไปตั้งแต่ตอนนั้น" มือของคุณยายละมุนสั่นสะท้านอย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้ยินชื่อนั้น ท่านรีบคว้าข้อมือฉันไว้แน่นราวกับกลัวว่าฉันจะหลุดลอยไป ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 43 นี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกที่ไม่ได้ตั้งใจให้ใครอ่าน: 65 วันของการตามหาตัวเอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%