“ถ้าวันนี้คุณไม่หยิบมันขึ้นมาเขียน แปลว่าคุณยอมแพ้ให้กับความว่างเปล่าแล้วใช่ไหม ธันวา?”
เสียงแหบพร่าของคุณยายละมุนไม่ได้มีความโกรธเคือง แต่มันกลับกรีดลึกลงไปในความรู้สึกของฉันยิ่งกว่าการตะโกนใส่หน้า ฉันจ้องมองสมุดบันทึกสีน้ำตาลเล่มเดิมที่วางนิ่งสนิทอยู่บนโต๊ะไม้โอ๊กตัวเก่า สันของมันดูหนาเตอะด้วยร่องรอยของการผ่านร้อนผ่านหนาวมาถึงสามสิบเจ็ดบท แต่ในวันนี้... สำหรับวันที่สามสิบแปด มันกลับรู้สึกหนักอึ้งราวกับมีโซ่ตรวนที่มองไม่เห็นเหนี่ยวรั้งไม่ให้ฉันแตะต้องปากกา
ฉันไม่ได้ตอบกลับไป ได้แต่ก้มมองนิ้วมือตัวเองที่สั่นเทาอยู่ใต้โต๊ะ ความเงียบภายในร้านหนังสือเก่าแห่งนี้ไม่ใช่ความเงียบที่ให้ความสงบ แต่มันคือความเงียบที่บีบคั้นจนฉันแทบหายใจไม่ออก ปีศาจที่ฉันพยายามผลักไสไปไว้ในมุมมืดของใจตลอดช่วงที่ผ่านมา กลับมาปรากฏตัวอีกครั้งในรูปแบบของ ‘ความรู้สึกไร้ค่า’ ที่โถมเข้าใส่ราวกับคลื่นยักษ์
“ฉัน... ฉันแค่มองไม่เห็นเหตุผลที่ต้องเขียนค่ะยาย” ฉันเค้นเสียงตอบออกไป ลำคอของฉันตีบตันเหมือนมีก้อนหินอุดอยู่ “บางที การตามหาตัวเองที่ผ่านมา อาจเป็นแค่การหลอกตัวเองว่าเรากำลังจะดีขึ้น ทั้งที่จริงๆ แล้ว ฉันก็แค่คนเดิมที่กำลังจมดิ่งลงไปลึกกว่าเดิมเท่านั้นเอง”
คุณยายละมุนขยับแว่นสายตา สายตาของท่านที่เคยมองฉันอย่างเอ็นดู บัดนี้กลับเปลี่ยนเป็นความเรียบนิ่งที่อ่านไม่ออก ท่านวางหนังสือเล่มหนาในมือลงบนเคาน์เตอร์ ก่อนจะเดินอ้อมมาหยุดที่ข้างเก้าอี้ของฉัน
“ความซึมเศร้าไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับเราหรอกนะธันวา แต่มันเป็นเหมือนเงาที่มักจะขยับตัวตามเรามาในวันที่แสงสว่างในใจเราเริ่มอ่อนแรงลง” คุณยายพูดพลางเอื้อมมือมาแตะที่ไหล่ฉัน “หนูไม่ได้กำลังถอยหลังหรอกค่ะ หนูแค่กำลังเผชิญหน้ากับด่านที่ยากที่สุด นั่นคือการยอมรับว่าตัวเราเองก็มีช่วงเวลาที่พ่ายแพ้ได้”
ฉันสะอื้นออกมาเบาๆ โดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีกันวุ่นวายในหัว ฉันเปรียบเทียบชีวิตตัวเองกับคนอื่นเสมอ—คนที่ประสบความสำเร็จ คนที่ดูมีความสุขในโซเชียลมีเดีย—ในขณะที่ตัวฉันเองกลับต้องมานั่งสู้กับปีศาจที่กัดกินความหวังไปทีละนิดจนเกือบหมดสิ้น
“ยายคะ... ถ้าหนูหยุดตอนนี้ล่ะคะ ถ้าหนูวางปากกาแล้วเดินออกจากร้านไป แล้วไม่กลับมาหาตัวเองอีกเลย โลกจะหมุนช้าลงบ้างไหม?”
ฉันเงยหน้ามองคุณยายละมุน ดวงตาของฉันพร่ามัวไปด้วยน้ำตา แต่สิ่งที่เห็นกลับเป็นเพียงความสงบของหญิงชราที่ผ่านโลกมามากเกินกว่าจะตกใจกับคำถามของเด็กสาวคนหนึ่ง
“โลกไม่หมุนช้าลงหรอกค่ะธันวา แต่มันจะมืดลงสำหรับหนูเพียงคนเดียว” ท่านหยุดจังหวะหายใจก่อนจะยิ้มบางๆ “จำได้ไหม สิ่งที่หนูเคยเขียนในบทที่สิบ? ว่าการเดินทางไม่ได้วัดที่ปลายทาง แต่วัดที่ว่าหนูหอบหัวใจดวงเดิมกลับมาได้ครบถ้วนแค่ไหนท่ามกลางพายุ”
ฉันหันกลับมามองสมุดบันทึกสีน้ำตาลตรงหน้าอีกครั้ง ความรู้สึกเย็นเยียบแล่นผ่านกระดูกสันหลัง เมื่อฉันสังเกตเห็นรอยหยดน้ำตาที่ร่วงลงไปบนกระดาษแผ่นเปล่า—รอยด่างดวงที่สะท้อนถึงความพ่ายแพ้ในวินาทีนี้
ทันใดนั้น เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นทำลายความเงียบงันที่แสนทรมาน ฉันสะดุ้งสุดตัวขณะที่เงาร่างหนึ่งก้าวเข้ามาจากภายนอก เป็นเงาร่างที่ฉันคุ้นเคยดีเกินกว่าจะลืมเลือน เป็นคนที่ฉันพยายามหนีห่างมาตลอดทั้งปี—คนที่ทำให้ชีวิตการทำงานของฉันพังทลายและเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ฉันต้องหนีมาหาความหมายของชีวิตที่ร้านหนังสือแห่งนี้
เขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์ กวาดสายตามองไปรอบๆ ร้าน ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ฉัน—ดวงตาคู่นั้นที่เคยเต็มไปด้วยความกดดันและคำสั่ง ในวันนี้กลับดูอ่อนแรงและแตกสลายพอกันกับฉัน
“ผมหาคุณเจอจนได้... ธันวา” เขากล่าวเสียงเรียบ แต่สายตาที่จับจ้องมาที่ฉันนั้นกลับมีความรู้สึกบางอย่างที่ฉันไม่อาจนิยามได้ “บริษัทกำลังจะไม่มีใครเหลือแล้ว และผม... ผมขาดคุณไม่ได้จริงๆ”
หัวใจของฉันหยุดเต้นไปวูบหนึ่ง ความรู้สึกเหมือนถูกกระชากกลับไปสู่หลุมดำที่ฉันเพิ่งตะเกียกตะกายปีนออกมาได้ครึ่งทาง ความขัดแย้งประดังเข้ามาในอกจนแทบระเบิด ฉันควรจะลุกขึ้นแล้วหนีไป หรือควรจะเผชิญหน้ากับต้นตอของบาดแผลที่ยืนอยู่ตรงหน้าเพื่อปิดจบเรื่องราวทั้งหมดนี้เสียที?
มือของฉันเอื้อมไปคว้าปากกาที่วางอยู่ข้างสมุดบันทึกสีน้ำตาลด้วยความรู้สึกที่ก้ำกึ่งระหว่างการยอมรับความจริงและการเตรียมพร้อมที่จะทำลายทุกอย่างที่สร้างมา
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงเป็นแรงใจให้สมุดบันทึกสีน้ำตาลเล่มนี้ได้ทำหน้าที่บอกเล่าความจริงของหัวใจต่อไปนะคะ
บันทึกที่ไม่ได้ตั้งใจให้ใครอ่าน: 65 วันของการตามหาตัวเอง•ตอนที่ 38
การกลับมาของปีศาจในใจ
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกที่ไม่ได้ตั้งใจให้ใครอ่าน: 65 วันของการตามหาตัวเอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!