บันทึกที่ไม่ได้ตั้งใจให้ใครอ่าน: 65 วันของการตามหาตัวเอง•ตอนที่ 33

คนแปลกหน้าที่ร้านหนังสือ

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
“ถ้าหนังสือเล่มนี้สามารถอ่านจบแล้วลบความทรงจำที่เจ็บปวดออกไปได้จริงๆ คุณจะยอมจ่ายเท่าไหร่คะ?” ประโยคนั้นดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในร้านหนังสือเก่าของคุณยายละมุน ฉันชะงักมือที่กำลังจะหยิบหนังสือปกหนังสีเข้มลงจากชั้นวาง สายตาเบนไปทางต้นเสียง—ชายหนุ่มในชุดสูทสีเทาที่ดูยับย่นเกินกว่าจะเป็นชุดของคนเพิ่งเลิกงาน เขาไม่ได้มองมาที่ฉัน แต่จดจ้องไปยังสันหนังสือที่ว่างเปล่าราวกับมันคือหน้าผาที่เขากำลังตัดสินใจจะกระโดดลงไป คุณยายละมุนที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ไม่ได้ตอบรับด้วยคำพูด ท่านเพียงแค่ถอดแว่นสายตาออกแล้ววางลงบนหน้าหนังสือที่เปิดค้างไว้ นิ้วเหี่ยวย่นลูบขอบกระดาษอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่ฟังดูเหมือนบทสวดมนต์ “ความทรงจำไม่ใช่สินค้าที่วางขายในร้านหนังสือหรอกค่ะพ่อหนุ่ม แต่มันเป็นหมึกที่ซึมลึกไปในกระดาษ ต่อให้เธอฉีกทิ้งไปกี่หน้า รอยกดจากแรงเขียนก็ยังคงอยู่บนหน้าถัดไปเสมอ” ชายคนนั้นแค่นยิ้ม ยิ้มที่ดูพังทลายจนฉันเผลอกำสายกระเป๋าสะพายแน่น เขาหันมาทางฉัน—ดวงตาคู่นั้นว่างเปล่า ราวกับปลาที่หลงทางอยู่ในมหาสมุทรแห่งความสับสน มันเป็นแววตาเดียวกับที่ฉันเห็นในกระจกทุกเช้าหลังจากผ่านเหตุการณ์ที่ออฟฟิศเมื่อสัปดาห์ก่อน “คุณก็ด้วยใช่ไหมครับ?” เขาถาม น้ำเสียงสั่นพร่า “คนที่กำลังมองหาหนังสือสักเล่มที่จะอธิบายได้ว่า ทำไมเราถึงรู้สึกเหมือนคนแปลกหน้าในชีวิตของตัวเอง” ฉันกลืนก้อนความรู้สึกขมปร่าลงคอ ความเปราะบางที่ฉันอุตส่าห์ปิดซ่อนไว้ใต้ใบหน้านิ่งเฉยเริ่มปริแตก “ฉันแค่... กำลังมองหาจุดเริ่มต้นใหม่ค่ะ” ฉันตอบพลางเลี่ยงสายตาไปมองชั้นหนังสือที่เต็มไปด้วยฝุ่น “บางทีคำตอบอาจจะไม่ได้อยู่ในหนังสือ แต่ในที่ที่เราไม่เคยกล้าก้าวไปถึง” เขาหัวเราะเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ความสุข “ผมก้าวไปจนสุดทางแล้วครับ ก้าวไปถึงจุดที่ทุกอย่างพังครืนลงมาเพราะผมกลัวที่จะหยุดพัก ผมคิดว่าถ้าผมทำงานหนักขึ้นอีกนิด ถ้าผมเก่งขึ้นอีกหน่อย ความว่างเปล่าข้างในนี้มันจะถูกเติมเต็ม... แต่ไม่เลย ยิ่งวิ่งเร็วเท่าไหร่ โลกก็ยิ่งหมุนห่างออกไปเท่านั้น” ประโยคเหล่านั้นเหมือนเข็มเล่มเล็กๆ ที่ปักลงกลางใจฉัน เราสองคนต่างเป็นนักโทษในกรงขังที่ชื่อว่า ‘ความคาดหวัง’ เพียงแต่เขาอาจจะถูกกรงขังนั้นบดขยี้จนแหลกสลายไปแล้ว ส่วนฉันกำลังค่อยๆ ตัดซี่กรงออกทีละซี่ด้วยความหวาดกลัว “คุณเคยคิดไหมคะ” ฉันพูดขึ้นเบาๆ หลังจากความเงียบโรยตัวลงมาระหว่างเรา “ว่าบางที การเป็นคนแปลกหน้าในชีวิตตัวเอง อาจจะเป็นโอกาสเดียวที่เราจะได้เรียนรู้ที่จะรักตัวเองแบบใหม่ โดยที่ไม่ต้องมีใครคอยตัดสิน” ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นมองเพดานไม้ที่เก่าคร่ำราวกับกำลังพยายามกั้นน้ำตา “ผมไม่เคยรักตัวเองเลยครับตลอดสิบปีที่ผ่านมา ผมเป็นแค่เครื่องจักรที่รอวันพัง” บรรยากาศในร้านเปลี่ยนไป ราวกับแรงกดอากาศลดต่ำลง คุณยายละมุนลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินอ้อมเคาน์เตอร์มาหาเรา ท่านหยิบหนังสือปกสีซีดเล่มหนึ่งจากชั้นวางแล้วส่งให้ชายคนนั้น “ลองอ่านบทที่สิบสองดูนะจ๊ะ บางทีความเจ็บปวดไม่ได้ต้องการวิธีแก้ แต่มันต้องการ ‘พื้นที่’ ในการถูกยอมรับ” เขาหยิบหนังสือไปมือสั่นเทา ก่อนจะเปิดไปยังหน้าที่ได้รับคำแนะนำ สายตาของเขาเปลี่ยนไปทันทีที่อ่านบรรทัดแรก เขาหยุดหายใจ สีหน้าจากความสิ้นหวังเปลี่ยนเป็นความตกใจระคนแปลกใจ “บทที่สิบสอง...” เขาพึมพำ “ทำไมเรื่องในนี้... ถึงเหมือนกับสิ่งที่ผมเพิ่งทำลงไปเมื่อเช้านี้ล่ะครับ? ทั้งเรื่องความผิดพลาดที่บริษัท... แล้วก็... จดหมายฉบับนั้น...” เขารีบพลิกไปที่หน้าปกในของหนังสือเล่มนั้น มือที่สั่นอยู่แล้วยิ่งสั่นแรงขึ้นไปอีก “ใครเป็นคนเขียนเล่มนี้ครับ? ไม่มีชื่อผู้แต่ง... แต่ลายมือข้างในนี้...” เขาค่อยๆ ดึงกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่เสียบไว้กลางเล่มออกมาวางบนโต๊ะไม้ สีหน้าเขาซีดเผือดลงจนเห็นเส้นเลือดที่ขมับ “ลายมือนี้... มันเป็นลายมือของผมเอง แต่ผมไม่เคยเขียนหนังสือเล่มนี้! ผมไม่เคยมาที่ร้านนี้ด้วยซ้ำ!” ฉันก้าวเข้าไปใกล้ด้วยความสงสัย แต่เมื่อก้มลงมองตัวอักษรบนกระดาษแผ่นนั้น ใจของฉันก็เต้นรัวจนแทบหลุดออกมาจากอก เพราะที่ท้ายกระดาษไม่ได้มีแค่ลายมือของเขา แต่มันยังมีชื่อของฉัน—ธันวา—เขียนกำกับไว้ในฐานะพยานเพียงหนึ่งเดียวของเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้น เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังกรุ๊งกริ๊งขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด ชายในชุดสูทเงยหน้ามองประตูด้วยความหวาดระแวง และวินาทีนั้นเอง ประตูร้านก็เปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่ฉันไม่อยากเจอที่สุดในโลก—ชายคนนั้นที่ยืนอยู่หน้าออฟฟิศของฉันในวันที่ทุกอย่างจบลง เขาเดินตรงมาที่โต๊ะไม้ พร้อมกับยิ้มที่ทำให้เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ “ในที่สุดก็เจอตัวเสียที... ทั้งสองคนเลย” ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาที่สับสนไปกับธันวานะคะ หวังว่าบทนี้จะทำให้ทุกคนเห็นว่าเราไม่เคยเดินอย่างโดดเดี่ยวในความมืดมิดเลยค่ะ
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกที่ไม่ได้ตั้งใจให้ใครอ่าน: 65 วันของการตามหาตัวเอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%