บันทึกที่ไม่ได้ตั้งใจให้ใครอ่าน: 65 วันของการตามหาตัวเอง•ตอนที่ 32

แรงบันดาลใจจากต้นไม้

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
"คุณกล้าดียังไงถึงมาปรากฏตัวที่นี่... ในสภาพแบบนี้" น้ำเสียงของฉันสั่นเครือ แม้จะพยายามบังคับให้มันราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ธันวาคนเดิมที่เคยนิ่งเฉยถูกทำลายลงในพริบตา เมื่อร่างที่ยืนอยู่ตรงธรณีประตูคือ ‘คนคนนั้น’ คนที่ทิ้งให้ฉันจมอยู่กับเศษเสี้ยวของความทรงจำและคำถามที่ไม่มีวันได้รับคำตอบตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขา... ไม่สิ, ชายคนนี้ที่ยืนหอบหายใจรุนแรง แววตาที่เคยฉายความมั่นใจบัดนี้กลับเต็มไปด้วยรอยร้าวและหยาดน้ำตาที่คลอหน่วย เขาสวมเสื้อโค้ทตัวโคร่งที่ดูเก่าคร่ำคร่า มือที่กำขอบประตูแน่นจนขึ้นข้อขาวสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาไม่ได้พูดอะไรเพียงแต่มองมาที่ฉัน ราวกับกำลังมองหาที่ยึดเหนี่ยวสุดท้ายในโลกที่เขาสูญเสียทุกอย่างไป "ธันวา..." เขาเค้นเสียงออกมาเบาหวิว ราวกับเสียงนั้นถูกบีบออกมาจากก้อนสะอื้นที่ติดอยู่ในลำคอ ฉันก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ มือของฉันเผลอคว้าขอบโต๊ะจนกระดาษที่จดบันทึกไว้ปลิวว่อนไปทั่วร้าน คุณยายละมุนที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ขยับตัวเพียงเล็กน้อย ท่านไม่ได้ถาม ไม่ได้รบเร้า แต่สายตาที่ท่านมองชายคนนั้นกลับเต็มไปด้วยความสงบนิ่งที่น่าประหลาดใจ ท่านวางถุงเมล็ดพันธุ์ดอกไม้ลงบนโต๊ะไม้ตัวเก่า ก่อนจะค่อยๆ เดินเลี่ยงไปทางหลังร้าน ทิ้งให้เราสองคนเผชิญหน้ากับพายุอารมณ์ที่เพิ่งก่อตัวขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ฉันไม่ตอบ แต่กลับคว้าพลั่วขนาดเล็กบนโต๊ะไม้ใกล้ๆ ขึ้นมาถือไว้โดยไม่รู้ตัว มันไม่ใช่เพื่อทำร้ายเขา แต่เป็นเพียงการหาอะไรบางอย่างมาถือไว้เพื่อไม่ให้มือของฉันสั่นให้เขาเห็น "ฉันไม่ได้มาเพื่อรื้อฟื้นเรื่องเก่า" เขาเริ่มพูด มือที่สั่นเทาคลายออกจากขอบประตู แต่แล้วเขาก็ทรุดตัวลงนั่งตรงนั้น บนพื้นไม้ที่เย็นเฉียบ "ฉันแค่... ต้องการที่พัก" คำว่า 'ที่พัก' ของเขาทำให้หัวใจฉันกระตุกวูบ มันไม่ใช่ที่พักทางกายภาพ แต่มันคือการขอกลับเข้ามาในพื้นที่ที่ฉันพยายามปิดตายมาตลอด 65 วันของการตามหาตัวเอง ฉันเมินหน้าหนี เดินไปหยิบถุงดินที่วางอยู่มุมห้อง ความโกรธแค้นที่เคยมีเริ่มเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าที่หนักอึ้ง ฉันเริ่มขุดดินลงในกระถางดินเผาใบใหม่ที่เตรียมไว้ ความรู้สึกเย็นเฉียบของดินที่สัมผัสปลายนิ้วทำให้ฉันตั้งสติได้ สิ่งที่ฉันเรียนรู้ในช่วงเวลาที่ผ่านมาไม่ใช่การวิ่งหนี แต่คือการเรียนรู้ที่จะ 'ปลูก' อะไรสักอย่างลงบนผืนดินที่แห้งแล้งในใจตัวเอง "คุณเห็นไหม" ฉันพูดขึ้นโดยไม่หันไปมองเขา มือยังคงขยับขุดดินอย่างช้าๆ "ต้นไม้พวกนี้... มันไม่เคยเร่งรีบ มันไม่เคยถามว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร มันแค่รอคอย รอคอยเวลาที่จะหยั่งรากให้ลึกพอที่จะยืนหยัดด้วยตัวเอง" เขาเงยหน้ามองฉัน แววตาที่เคยสับสนเริ่มมีร่องรอยของการไตร่ตรอง "ฉันทำลายทุกอย่างไปแล้ว ธันวา รากของฉันมันตายไปหมดแล้ว" "งั้นก็เริ่มใหม่จากเมล็ดพันธุ์ที่ไม่เหลืออะไรเลยสิคะ" ฉันหันกลับไปจ้องตาเขาตรงๆ "เหมือนที่ฉันกำลังทำอยู่ตรงนี้" ความเงียบปกคลุมไปทั่วร้าน มีเพียงเสียงลมหายใจที่แผ่วเบาของเขาและความตั้งใจในการพรวนดินของฉัน เราต่างคนต่างมีบาดแผลที่ซ่อนไว้ แต่ในขณะที่ฉันเริ่มยอมรับความผิดพลาดในอดีตด้วยการดูแลต้นอ่อนที่เพิ่งงอกงาม เขากลับยังคงจมปลักอยู่กับการรื้อฟื้นซากปรักหักพัง ฉันหยิบเมล็ดดอกทานตะวันขึ้นมาวางบนฝ่ามือ "รู้ไหมคะ... ทำไมดอกทานตะวันถึงมีความอดทนสูงนัก เพราะมันรู้ว่าไม่ว่าคืนนั้นจะมืดมิดแค่ไหน สุดท้ายมันก็จะหาทางหันหน้าไปหาแสงสว่างเสมอ และที่สำคัญกว่านั้น... มันไม่เคยยึดติดกับเงามืดของตัวเอง" เขาขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด แสงไฟสลัวจากตะเกียงน้ำมันในร้านทำให้ใบหน้าของเขาดูเศร้าหมองกว่าที่เคย "ถ้าฉันบอกว่า... การที่ฉันกลับมาในวันนี้ มันไม่ได้เกี่ยวกับฉัน แต่มันเกี่ยวกับความลับที่คุณกำลังตามหาอยู่ล่ะ?" คำพูดนั้นหยุดมือฉันที่กำลังจะโรยเมล็ดลงในดินทันที หัวใจฉันเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง ความลับที่ฉันเฝ้าหาคำตอบตลอดเวลาที่ผ่านมา ความลับที่ทำให้ชีวิตพนักงานออฟฟิศธรรมดาๆ อย่างฉันต้องพังทลายลงในค่ำคืนเดียว เขายื่นมือที่สั่นเทาเข้ามาในกระเป๋าเสื้อโค้ท หยิบซองจดหมายสีน้ำตาลที่ดูเก่าและยับเยินออกมาวางบนพื้นไม้หน้าเท้าฉัน "จดหมายฉบับนี้... ไม่ใช่ของฉัน แต่มันคือสิ่งที่เขาทิ้งไว้ให้คุณ ก่อนที่เขาจะหายตัวไปในวันที่คุณตัดสินใจลาออก" ฉันมองจดหมายฉบับนั้นด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก มือของฉันสั่นอย่างหนักจนแทบควบคุมไม่ได้ ความอดทนที่ฉันอุตส่าห์ฟูมฟักมานับเดือนพังทลายลงด้วยกระดาษเพียงแผ่นเดียว ฉันเอื้อมมือไปหยิบจดหมาย แต่ก่อนที่ปลายนิ้วจะสัมผัสกับเนื้อกระดาษ เสียงเคาะประตูหน้าร้านก็ดังขึ้นอีกครั้ง... ไม่ใช่เสียงเคาะธรรมดา แต่มันคือการทุบอย่างบ้าคลั่งจากใครบางคนที่ยืนอยู่ด้านนอก พร้อมกับเสียงตะโกนที่ทำให้เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ "ธันวา! เปิดประตู! ฉันรู้ว่าเขาอยู่ที่นั่น!" นั่นมันเสียงของคนที่เป็นเจ้าของความลับที่แท้จริง... คนที่ฉันไม่เคยคิดว่าจะได้ยินเสียงเขาอีกตลอดกาล! *** ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอดทนไปกับความเปราะบางของธันวานะคะ สมุดบันทึกสีน้ำตาลสัญญาว่าจะเขียนให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในตอนถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกที่ไม่ได้ตั้งใจให้ใครอ่าน: 65 วันของการตามหาตัวเอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%