“คุณไม่ได้ตั้งใจให้มันจบลงแบบนี้ ใช่ไหมคะ?”
มือของดิฉันสั่นเทาขณะวางสมุดบันทึกสีดำสนิทลงบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวเก่า กลิ่นอายของกระดาษที่กรอบเกรียมและคราบสีเข้มที่ขอบมุมนั้นส่งกลิ่นจางๆ ของเหล็กสนิม หรืออาจจะเป็นอะไรที่ดิฉันพยายามหลอกตัวเองว่ามันไม่ใช่เลือด
คุณยายละมุนไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากแว่นขยายที่ท่านใช้สำรวจสันหนังสือ ท่านเพียงแต่นิ่งค้างไปครู่หนึ่ง ก่อนจะวางอุปกรณ์ลงอย่างแช่มช้า เสียงกระทบของเหล็กกับไม้ในร้านที่เงียบสงัดดูจะดังบาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของดิฉัน
“ธันวาคะ... รอยเปื้อนบนสมุด ไม่ได้เกิดจากหมึกที่หกหรอกนะคะ แต่มันเกิดจากความพยายามที่จะลบส่วนที่เจ็บปวดที่สุดออกไปต่างหาก”
ท่านเงยหน้าขึ้น สายตาที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเกือบแปดทศวรรษนั้นกำลังจ้องมองทะลุเข้ามาในหัวใจของดิฉัน ดิฉันเม้มปากแน่น ความรู้สึกผิดที่สะสมมานานหลายปีเหมือนเขื่อนที่กำลังจะแตกกระจาย มันไม่ใช่แค่ความผิดพลาดในที่ทำงาน แต่มันคือการที่ดิฉันเลือกที่จะ ‘ไม่เลือก’ อะไรเลยในวันที่ชีวิตต้องการคำตอบที่ชัดเจนที่สุด
“หนูเกลียดตัวเองค่ะยาย” ดิฉันเอ่ยออกมา เสียงแผ่วเบาจนแทบกลืนหายไปกับความเงียบ “เกลียดที่ในตอนนั้น หนูปล่อยให้โอกาสหลุดมือไปเพียงเพราะกลัวคำวิจารณ์ของคนอื่น หนูพยายามเขียนบันทึกสีน้ำตาลเล่มนี้เพื่อบอกตัวเองว่าหนูเป็นคนดี แต่พอเห็นเล่มสีดำนี่... หนูถึงได้รู้ว่าเล่มสีน้ำตาลมันก็แค่หน้ากากที่หนูใช้ปกปิดความจริงว่าหนูมันก็แค่คนขี้ขลาด”
คุณยายละมุนขยับตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ ท่านเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดยืนข้างๆ ดิฉัน มือที่เหี่ยวย่นแต่ดูอบอุ่นอย่างประหลาดแตะลงบนไหล่ของดิฉันเบาๆ
“การให้อภัยตัวเอง ไม่ใช่การลืมว่าเราเคยทำพลาดไปอย่างไรนะคะ แต่มันคือการโอบกอดส่วนที่แตกสลายนั้นไว้ แล้วบอกกับมันว่า ‘ขอบใจนะที่พยายามปกป้องฉันมาจนถึงตอนนี้’ ถ้าหนูยังคงถือสมุดเล่มดำนี้ด้วยความโกรธแค้น หนูจะไม่มีมือว่างไปหยิบดินสอเพื่อเขียนบทใหม่ในเล่มสีน้ำตาลหรอกนะคะ”
คำพูดของคุณยายเหมือนเข็มเล่มเล็กๆ ที่ทิ่มลงไปในกำแพงน้ำแข็งที่ดิฉันสร้างไว้รอบตัว น้ำตาที่ไม่เคยไหลออกมาตลอดหลายปีเริ่มเอ่อล้น ดิฉันมองดูสมุดสีดำเล่มนั้นอีกครั้ง มันไม่ใช่สมุดของศัตรู แต่มันคือบันทึกของ ‘ธันวาอีกคน’ ธันวาที่กล้าหาญพอที่จะเผชิญหน้ากับความเจ็บปวด แม้สุดท้ายจะต้องลงเอยด้วยการสูญเสียก็ตาม
ดิฉันเอื้อมมือไปสัมผัสหน้าปกสมุดสีดำ สัมผัสถึงความสากของผิวสัมผัสที่ผ่านกาลเวลามาอย่างหนักหน่วง ทันใดนั้น ดิฉันก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่หน้าปกด้านใน... รอยกรีดที่ดูเหมือนอักษรย่อบางอย่าง และวันที่ที่ดิฉันคุ้นเคยเป็นอย่างดี มันคือวันที่ดิฉันตัดสินใจลาออกจากโปรเจกต์ใหญ่ที่เปลี่ยนชีวิตดิฉันไปตลอดกาล
หัวใจของดิฉันเต้นรัวเหมือนกลองรบที่กำลังจะพังทลายลง
“ยายคะ... วันที่ในนี้... ทำไมมันถึงเป็นวันที่หนูยังไม่เกิดเรื่องนั้นขึ้นเลยคะ?”
คุณยายละมุนถอนหายใจยาว แววตาของท่านสั่นไหววูบหนึ่ง ก่อนจะก้มลงกระซิบข้างหูของดิฉันด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ขนลุกชันไปทั้งร่าง
“เพราะสมุดเล่มดำไม่ได้ถูกบันทึกโดยอดีตของหนูหรอกค่ะธันวา... แต่มันกำลังถูกเขียนขึ้นโดยใครบางคนที่กำลังจับจ้องดูหนูผ่านช่องกระจกบานนั้นมาตลอดสามชั่วโมงแล้ว”
ดิฉันหันขวับไปทางหน้าต่างร้านหนังสือที่ปกคลุมด้วยม่านหนาทึบ ทันใดนั้น ม่านก็ถูกกระชากออกอย่างแรง เผยให้เห็นเงาตะคุ่มของใครบางคนที่ยืนอยู่ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มตกลงมาอย่างหนัก และคนคนนั้น... ก็คือตัวดิฉันเองในชุดสีดำสนิท กำลังถือปากกาหมึกซึมเล่มเดียวกับที่ดิฉันใช้เขียนบันทึกอยู่ทุกวัน!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแห่งความทรงจำไปพร้อมกับสมุดบันทึกสีน้ำตาลนะคะ
บันทึกที่ไม่ได้ตั้งใจให้ใครอ่าน: 65 วันของการตามหาตัวเอง•ตอนที่ 16
ก้าวแรกของการให้อภัย
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกที่ไม่ได้ตั้งใจให้ใครอ่าน: 65 วันของการตามหาตัวเอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!