ความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัว ณ เพนต์เฮาส์หรูใจกลางมหานคร ดิ่งลึกราวกับถูกดูดกลืนด้วยสุญญากาศ รินรดาหน้าซีดเผือดลงทันที ดวงตาคู่สวยจับจ้องไปยังเด็กชายตัวน้อยสลับกับใบหน้าของคินน์ที่ตอนนี้แปรเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงอย่างถึงที่สุด ลมหายใจของอดีตสามีสะดุดกึก ดวงตาสีเข้มคู่นั้นเบิกกว้างขึ้นอย่างไม่อาจเก็บอาการ ความจริงที่ถูกซ่อนเร้นไว้ภายใต้รอยยิ้มเยือกเย็นและความสำเร็จระดับโลก บัดนี้กำลังพังทลายลงตรงหน้าจากเด็กชายวัยสี่ขวบผู้มีดวงตาและโครงหน้าถอดแบบมาจากเขาพิมพ์เดียวกัน
"นี่มัน... หมายความว่ายังไง ริน" เสียงทุ้มต่ำของคินน์สั่นพร่าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความเย่อหยิ่งทนงตนที่เคยค้ำจุนเขามาตลอดหลายปีพังทลายลงในพริบตา เขาก้าวเข้าไปหาอดีตภรรยาด้วยความสับสนระคนตื่นตระหนก มือหนาที่เคยผลักไสเธอออกจากชีวิตอย่างไม่ใยดี บัดนี้สั่นเทาขณะเอื้อมออกไปหมายจะคว้าข้อมือเรียว
"ถอยไปค่ะ คินน์!" รินรดารuกายถอยหลังหนีด้วยความตื่นตระหนก ดวงตาคู่คมฉายแวววาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกจี้จุดเปราะบางที่สุด เธอก้าวไปบังร่างเล็กของลูกชายไว้มิดชิด "อย่ามาแตะต้องลูกฉัน!"
คำว่า *'ลูกฉัน'* พุ่งชนโสตประสาทของคินน์ราวกับสายฟ้าฟาด ความจริงอันน่าตกตะลึงแล่นริ้วเข้าสู่สมอง หัวใจของอดีตนักธุรกิจหนุ่มผู้ไร้หัวใจเต้นกระหน่ำรุนแรงจนเจ็บแปลบไปหมด เขาจำวันคืนที่เธอเดินจากไปพร้อมกับความเย็นชาของเขาได้แม่นยำ เธอกำลังตั้งครรภ์... เธอท้องก่อนที่พวกเขาจะหย่าขาดจากกันอย่างเป็นทางการ แต่ความเย่อหยิ่งและอคติบังตาทำให้เขาไม่เคยรับรู้ ไม่เคยใส่ใจ และผลักไสเธอลงเหวแห่งความเจ็บปวดด้วยมือของตัวเอง
"ริน... เด็กคนนี้... เขาเป็น..." คินน์เอ่ยเสียงสั่น พยายามก.วาดสายตามองเด็กชายที่แอบอยู่ข้างกายมารดา ใบหน้านั้น ดูกี่ครั้งก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นสายเลือดของเขาอย่างแท้จริง
"คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะถามค่ะ!" รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความเจ็บปวดในอดีตย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจจนเธอแทบยืนไม่อยู่ แต่ศักดิ์ศรีและความเป็นแม่บังคับให้เธอต้องเข้มแข็ง "คุณไล่ฉันออกไปจากชีวิตเอง คุณเป็นคนประกาศกร้าวว่าเด็กคนนี้ไม่มีค่าอะไรในสายตาตระกูลอัครเดโช แล้ววันนี้คุณจะมีหน้ามาถามหาความเป็นพ่อจากเด็กที่เกือบถูกคุณฆ่าให้ตายทั้งกลมด้วยความใจร้ายของคุณอย่างนั้นเหรอคะ!"
คำพูดเชือดเฉือนนั้นกรีดแทงหัวใจของคินน์จนยับเยิน เข่าทั้งสองข้างแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ความสำนึกผิดและความเจ็บปวดจากการกระทำของตนเองย้อนกลับมาลงทัณฑ์เขาอย่างสาสม รสชาติฝาดเฝื่อนแล่นพล่านในลำคอ ผู้ชายที่เคยคิดว่าตนเองกุมโลกไว้ทั้งใบ บัดนี้กลับพ่ายแพ้ต่อหยาดน้ำตาและแววตาชิงชังของอดีตภรรยาอย่างราบคาบ
"พี่ขอโทษ..." คำพูดนี้ช่างแสนเปราะบางและไร้ค่าเหลือเกินเมื่อหลุดออกมาจากปากของคนที่เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอ รินรดายิ้มหยันให้กับคำขอโทษที่มาช้าเกินไปหลายปี
"เก็บคำขอโทษของคุณไว้ใช้ตอนที่คุณกำลังจะตายเถอะค่ะ คินน์ อัครเดโช... เพราะต่อให้คุณคุกเข่าอ้อนวอนจนเลือดออกเป็น 100 หยด ฉันก็ไม่มีวันยกโทษให้คุณ และไม่มีวันให้คุณพรากแก้วตาดวงใจของฉันไปเด็ดขาด!"
พูดจบ รินรดาก็อุ้มร่างเด็กชายตัวน้อยขึ้นแนบอก สองแม่ลูกรีบก้าวถอยหลังเพื่อหนีให้พ้นจากบรรยากาศที่กดดันและอันตรายนี้ แต่ก่อนที่เธอจะเอื้อมมือถึงลูกบิดประตู คินน์ที่ตั้งสติได้ก็พุ่งเข้ามาขวางทางไว้ด้วยความรวดเร็ว ดวงตาคมกริบฉายแววบ้าคลั่งและดุดัน ความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะเหนี่ยวรั้งอดีตภรรยาและลูกชายไว้ผสมปนเปกับความรู้สึกผิดจนกลายเป็นแรงกดดันมหาศาล
"คุณจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น ริน..." คินน์กดเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงเมื่อเขาก้าวประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว วงแขนแข็งแรงเอื้อมโอบกอดเอวคอดกิ่วไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก แม้เธอจะพยายามดิ้นรนขัดขืนเพียงใด แต่แรงของผู้ชายที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนและสัญชาตญาณดิบก็เหนือกว่าเสมอ
"ปล่อยนะ! คนสารเลว! คุณไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้!" รินรดากรีดร้องพร้อมกับใช้มือเรียวทุบตีลงบนอกแกร่งไม่ยั้ง แต่คินน์กลับยิ่งรั้งร่างเธอเข้าหาตัวแนบแน่นยิ่งขึ้น ความใกล้ชิดที่ไม่ได้สัมผัสมานานหลายปีปลุกเร้าเปลวเพลิงแห่งความปรารถนาที่มอดไหม้ให้ลุกโชนขึ้นมาในความมืดของค่ำคืน
"ฉันมีสิทธิ์... ในฐานะสามี และในฐานะพ่อของลูก!" คินน์กระซิบชิดริมหูกลิ่นกายหอมหวานที่คุ้นเคยปลุกสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวเขาให้ตื่นขึ้น ความโหยหา ความโกรธขึง และความต้องการที่จะครอบครองหลอมรวมกันเป็นแรงกดดันที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวร้อนระอุขึ้นอย่างน่ากลัว
เขาสั่งให้แม่บ้านพาเด็กชายออกไปจากห้องชั่วคราวด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ก่อนจะล็อกประตูกรุงขังส่วนตัวลงด้วยมือของตนเอง รินรดากัดฟันกรวดด้วยความโกรธเมื่อพบว่าตอนนี้เหลือเพียงเธอกับเขาตามลำพังในห้องทำงานกว้างขวางที่ถูกปิดตายจากโลกภายนอก
"คุณบ้าไปแล้วหรือไง คินน์!" เธอตวาดเสียงสั่นเมื่อร่างบางถูกดันจนแผ่นหลังแนบชิดกับผนังห้องเย็นเยียบ แต่วิถีกายของอดีตสามีกลับร้อนระอุราวกับเตาไฟ
"ใช่... ฉันมันบ้า บ้าเพราะผู้หญิงที่ชื่อรินรดาคนเดียว!" คินน์คำรามในลำคอ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาประกบเรียวปากอิ่มทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ตั้งตัว
สัมผัสแรกดุดัน เร่าร้อน และเต็มไปด้วยความหิวกระหาย รินรดายื้อยุดขัดขืนอยู่ชั่วครู่ พยายามเบือนหน้าหนีสัมผัสที่ทั้งรักทั้งเกลียดชังนี้ แต่ปลายนิ้วแข็งแกร่งกลับตรึงคางเธอไว้มั่น บังคับให้รับรสจูบอันดุดันที่หลอมละลายความแข็งกร้าวของเธอให้พังทลายลงทีละน้อย กลิ่นไวน์จางๆ ผสมกับลมหายใจอุ่นร้อนทำให้หัวใจของหญิงสาวสั่นไหวอย่างควบคุมไม่อยู่
ริมฝีปากหยักลึกบดขยี้เรียวปากนุ่มนวลอย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนรุกล้ำเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างหิวกระหาย รสจูบที่ทั้งเจ็บปวดและวาบหวามทำให้เรี่ยวแรงของรินรดาระเหิดหายไป ความทรงจำเก่าๆ ที่เคยเร่าร้อนและลึกซึ้งย้อนกลับมาทับถมจนสมองขาวโพลน แม้จิตใต้สำนึกจะร้องเตือนให้ผลักไส แต่ร่างกายกลับตอบสนองต่อสัมผัสคุ้นเคยอย่างน่าละอาย
มือหนาของคินน์ลูบไล้ไปตามสรีระเย้ายวนภายใต้ชุดเดรสดีไซน์หรูอย่างรวดเร็ว ปลายนิ้วร้อนผ่าวปลุกเร้าทุกอณูผิวผ่านเนื้อผ้าจนเธอต้องสะดุ้งเฮือก เสียงครางประท้วงในลำคอของหญิงสาวถูกกลืนหายไปกับรสจูบอันยาวนานและดูดดื่ม คินน์ไม่อาจอดกลั้นความปรารถนาที่สะสมมานานนับปีได้อีกต่อไป ความโหยหาที่ถูกกักเก็บไว้ระเบิดออกมาเป็นสัมผัสลูบไล้ที่หนักหน่วงและจาบจ้วงขึ้นเรื่อยๆ
ชุดเดรสหรูถูกรั้งลงอย่างไม่ไยดี เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดที่สะท้อนกับแสงไฟสลัวในห้องทำงาน รินรดากลั้นหายใจเมื่อฝ่าปากร้อนผ่าวของเขาเคลื่อนต่ำลงมาประทับรอยจูบหนักหน่วงบริเวณซอกคอระหงและลาดไหล่เปลือยเปล่า ความรู้สึกเสียวซ่านแล่นพล่านไปทั่วสันหลังจนเธอต้องจิกเล็บลงบนไหล่กว้างของเขาเพื่อระบายความวาบหวาม
"ปล่อยฉัน... อื้อ..." เสียงหวานหลุดครางออกมาอย่างน่าสมเพชเมื่อคินน์ขบเม้มผิวกายอ่อนนุ่มจนเกิดรอยแดงกุหลาบ สัมผัสของเขาเอาแต่ใจและเต็มไปด้วยความเรียกร้อง ราวกับต้องการประกาศความเป็นเจ้าของบนเรือนร่างนี้ให้สาสมกับเวลาที่สูญเสียไป
คินน์ช้อนร่างบางขึ้นแนบอกในอ้อมแขนอย่างง่ายดาย รินรดาผวาเฮือกต้องใช้สองแขนโอบรอบลำคอหนาไว้โดยอัตโนมัติเพื่อไม่ให้ร่วงหล่น ดวงตากลมโตสบประสานกับนัยน์ตาสีเข้มที่ลุกโชนด้วยไฟปรารถนาและหยาดหยดแห่งความสำนึกผิด ความเร่าร้อนของค่ำคืนนี้ไม่ได้เกิดจากความยินยอมพร้อมใจแบบคู่รักทั่วไป แต่มันคือสงครามแห่งอารมณ์ที่ต่างฝ่ายต่างต้องการเอาชนะและครอบครอง
เขาวางเธอลงบนโซฟาหนังตัวยาวกลางห้องทำงาน ร่างสูงทาบทับลงมาทันทีราวกับเสือร้ายที่ตะครุบเหยื่อ ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันในความเงียบงัน คินน์ก้มลงประทับจูบซับหยาดน้ำตาที่คลอหน่วยอยู่ริมหวงตาคู่สวยของเธออย่างแผ่วเบa ผิดกับความดุดันเมื่อครู่
"ฉันรักเธอ... ริน..." เสียงกระซิบแหบพร่าข้างใบหูราวกับคำสารภาพบาป แต่สำหรับรินรดามันช่างมา,ช้าเกินไปและเจ็บปวดเหลือเกิน
ในขณะที่ริมฝีปากร้อนกำลังจะทาบทับลงมาบนเรียวปากอุ่มอีกครั้ง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบทำลายบรรยากาศอันเร่าร้อนลงในเสี้ยววินาที ตามด้วยเสียงของเลขาคนสนิทที่ตะโกนแทรกเข้ามาด้วยความตระหนก
"คุณคินน์ครับ! แย่แล้วครับ! เอกสารหลักทรัพย์และหุ้นทั้งหมดของบริษัทกำลังถูกเทขายอย่างปริศนา และตอนนี้... มีหมายศาลส่งตรงถึงคุณเรื่องสิทธิ์การถือครองอาณาจักรพีรวิชญ์แล้วครับ!"
คินน์ชะงักกึก ร่างสูงผละออกจากร่างบางทันที ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นวาวโรจน์ด้วยความตกใจและโกรธเกรี้ยว รินรดายันกายลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ รอยยิ้มเยือกเย็นและทรงอำนาจปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยเฉี่ยวทันที เธอปาดคราบน้ำตาออกอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะก้มลงกระซิบข้างหูอดีตสามีที่กำลังหน้าซีดเผือดด้วยความสะใจ
"เกมแก้แค้นของฉัน... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ ต่างหากล่ะคะ คุณคินน์"
*(โปรดติดตามตอนต่อไป...)*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ, ชฎาพรายไวน์แดง
ทัณฑ์รักรอยตราพยศ•ตอนที่ 8
ค่ำคืนในห้องทำงาน
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักรอยตราพยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!