ทัณฑ์รักรอยตราพยศ•ตอนที่ 7

ข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธ

ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
กลิ่นอายความเย้ายวนของไวน์แดงวินเทจยังคงอบอวลอยู่บนริมฝีปาก เมื่อรรดาถูกดึงกลับมาจากห้วงความคิดด้วยสัมผัสอุ่นจัดที่ทาบทับลงมาบริเวณข้อพับแขน แรงบีบกระชับนั้นไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ หากแต่หนักแน่นพอที่จะตรึงร่างระหงของเธอให้แนบชิดกับแผงอกกว้างของอดีตสามี ภายใต้บรรยากาศสลัวของห้องรับรองพิเศษ สายตาคมกริบของคินน์ อัครเดโช กำลังทอดมองเธอด้วยประกายไฟที่ลุกโชนอย่างปิดไม่มิด "ปล่อยฉันค่ะ คุณคินน์... คุณไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องตัวฉันแบบนี้" รินรดาเอ่ยเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตฉายแววเยตรึงและเด็ดเดี่ยว เธอไม่ใช่ผู้หญิงคนเดิมที่เคยนั่งร้องไห้ฟูมฟายบนเตียงนอนหลังใหญ่เมื่อหลายปีก่อนอีกต่อไปแล้ว คินน์หัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าและเต็มไปด้วยความท้าทาย เขายิ่งขยับกายเข้าไปใกล้จนกลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับความเย็นชาอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาโอบล้อมร่างเธอไว้ทั้งหมด "ไม่มีสิทธิ์อย่างนั้นหรือริน... ลืมไปแล้วหรือว่ากระดาษแผ่นสุดท้ายที่เซ็นหย่า มันไม่ได้ลบความจริงที่ว่าเธอเคยเป็นของฉัน และ..." เขาก้มหน้าลงกระซิบชิดริมใบหู จนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่เนียน "และตอนนี้ กลุ่มทุนหน้าเลือดอย่างธันวา ก็กำลังต้องการผลงานจากแบรนด์ของเธอเพื่อเอาชนะฉัน... เธอคิดว่าเกมนี้ใครจะเป็นคนคุมไพ่กันแน่ล่ะ รินรดา" คำพูดของเขาเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลงบนความรู้สึก แต่มันกลับทำให้รินรดายิ่งเชิดหน้าขึ้นสูง รอยยิ้มเยาะหยันถูกจุดขึ้นที่มุมปากอิ่มสวย เธอบิดข้อมือจากการเกาะกุมอย่างนิ่มนวลแต่เด็ดขาด ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับเขาตรงๆ "ถ้าคุณคิดว่าอำนาจเงินและสัญญาบ้าๆ นั่นจะทำให้ฉันก้มหัวให้คุณเหมือนในอดีตล่ะก็... คุณคงคำนวณพลาดแล้วค่ะคุณคินน์ ดีไซเนอร์ระดับโลกอย่างฉันไม่ได้วิ่งไล่ตามความเมตตาของใคร และต่อให้ไม่มีโปรเจกต์นี้ ฉันก็มีทางเลือกอื่นเสมอ" "ทางเลือกอื่น?" คินน์ทวนคำ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นเยียบเย็น แววตาคมกริบวับวาวด้วยความหึงหวงที่เจ้าตัวแทบไม่อยากยอมรับ "หมายถึงไอ้ธันวาอย่างนั้นสินะ ถึงทำให้เธอใจกล้าขนาดนี้... อยากไปซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดมันมากนักใช่ไหม ถึงยอมเอาชื่อเสียงและความสำเร็จทั้งหมดมาเสี่ยง!" บรรยากาศรอบตัวราวกับมีประจุไฟฟ้าสถิตพุ่งพล่าน ความโกรธเกรี้ยวและความปรารถนาที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ท่าทีเยือกเย็นกำลังปะทุขึ้น คินน์ไม่รอให้เธอได้ตอบโต้ มือหนาคว้าเอวบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วกำลังวังชาของชายหนุ่มทำให้รินรดาเสียหลักเซเข้าปะทะอกแกร่งเต็มแรง "คุณคินน์! บ้าที่สุด..." เสียงประท้วงถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวทาบทับลงมาอย่างไร้การปรานี รสจูบที่เปี่ยมไปด้วยความโหยหา ความหึงหวง และความโกรธเกรี้ยวถาโถมเข้าใส่ราวกับพายุหมุน รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอกัดฟันพยายามขัดขืน มือเรียวระดมทุบลงบนอกกว้างเพื่อผลักไส แต่ยิ่งเธอขัดขืนมากเท่าไหร่ วงแขนที่โอบกอดเธอกลับยิ่งรัดแน่นราวกับคีมเหล็ก สัมผัสที่คุ้นเคยปลุกเร้าความรู้สึกบางอย่างที่เธอพยายามฝังกลบมันไว้หลายปี กลิ่นกายสะอาดผสมความเย้ายวนของเขาทำให้หัวใจทรยศเต้นระรัว รสจูบที่เริ่มจากความดิบเถื่อนและเอาแต่ใจ ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงเป็นความนุ่มนวลลึกล้ำอย่างน่าประหลาด เมื่อเรียวลิ้นอุ่นร้อนแทรกซึมเข้ามาเกี่ยวพัน เรียกร้อง และกวาดต้อนความหวานล้ำจากโพรงปากของเธอจนสติสัมปชัญญะที่เคยตั้งมั่นเริ่มพร่าเลือน รินรดารู้สึกได้ถึงลมหายใจที่กระชั้นชิดของตนเอง ขาทั้งสองข้างแทบหมดแรงจนต้องจิกปลายนิ้วลงบนไหล่กว้างของเขาเพื่อพยุงร่าง ความโกรธในตอนแรกถูกหลอมละลายด้วยไฟเสน่หาที่ถูกจุดขึ้นอย่างง่ายดายในอ้อมแขนของชายผู้เป็นทั้งรักแรกและบาดแผลลึกในใจ คินน์ถอนริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนที่ขึ้นสีแดงระเรื่อ ดวงตาของเขาฉายแววปรารถนาอย่างดิบเถื่อนจนน่ากลัว "ปฏิเสธฉันสิริน... บอกฉันสิว่าเธอยังไม่รู้สึกอะไรเลย" เสียงพร่ากระซิบชิดริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการจูบ มือใหญ่อีกข้างลูบไล้ไปตามแนวสันหลังผ่านเนื้อผ้าไหมราคาแพงอย่างจงใจปลุกปั่น รินรดาหอบหายใจหนักหน่วง เธอกัดริมฝีปากล่างที่สั่นระริก พยายามรวบรวมเศษ เสี้ยวสติที่เหลืออยู่เพื่อผลักเขาออกเบาๆ แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบกระเด็นออกมานอกอก แต่ความถือดีก็ยังคงค้ำคอ "คุณมัน... คนเผด็จการ..." เธอพึมพำเสียงแผ่ว เบือนหน้าหนีสายตาเร่าร้อนที่แผดเผา คินน์หัวเราะในลำคออย่างพึงพอใจ เขายังไม่ยอมปล่อยร่างบางให้เป็นอิ스ระ นิ้วเรียวยาวเชยคางเธอขึ้นบังคับให้สบตา "ยอมรับความจริงเถอะริน ว่าร่างกายของเธอมันเรียกร้องหาฉันไม่ต่างกัน... และข้อเสนอที่ฉันจะให้ในวันนี้ เธอไม่มีทางปฏิเสธมันได้หรอก" เขาหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานด้านข้างขึ้นมาด้วยมือข้างเดียว ก่อนจะยื่นมันมาตรงหน้าเธอ รินรดากวาดสายตามองเอกสารแผ่นนั้นด้วยความระแวดระวัง แม้ใจจะยังสั่นไหวกับสัมผัสเมื่อครู่ แต่สัญชาตญาณนักธุรกิจหญิงทำให้เธอกลับมาควบคุมสีหน้าให้เรียบเฉยได้ทันที "นี่คืออะไร?" เธอถามเสียงเย็น "สัญญาความร่วมมือระหว่างบริษัทของฉันกับแบรนด์เธอมูลค่าหลายร้อยล้าน... พร้อมกับเงื่อนไขเดียวที่เธอต้องทำ" คินน์ยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ "ย้ายกลับมาอยู่ที่เพนต์เฮาส์ของฉันตลอดระยะเวลาโปรเจกต์นี้..." รินรดาชะงัก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจกับข้อเสนอที่อัปยศอดสูและบีบคั้นหัวใจที่สุดในชีวิต ในจังหวะที่ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วห้อง และรินรดากำลังจะอ้าปากปฏิเสธคำขาดนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะสามครั้งติดๆ กัน ก่อนที่ประตูห้องจะถูกผลเปิดออกโดยเลขาส่วนตัวของคินน์ พร้อมกับร่างเล็กๆ ของเด็กชายวัยสี่ขวบในชุดสูทตัวจิ๋วที่วิ่งดุ๊กๆ เข้ามาโอบกอดขาของคินน์ไว้ พร้อมกับเสียงใสแจ๋วที่เอ่ยขึ้นท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน "คุณพ่อครับ... คุณแม่ให้มาตามทานข้าวครับ!" รินรดาหน้าซีดเผือดลงทันที ดวงตาคู่สวยจับจ้องไปยังเด็กชายตัวน้อยสลับกับใบหน้าของคินน์ที่ตอนนี้แปรเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงอย่างถึงที่สุด -------------------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ บทต่อไปรับรองว่าไฟลุกและเข้มข้นจนวางไม่ลงแน่นอนค่ะ! - ชฎาพรายไวน์แดง
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักรอยตราพยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%