กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดชั้นดีลอยวนอยู่รอบตัว แต่บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวของห้องชุดเพนต์เฮาส์หรูใจกลางมหานครกลับเยียบเย็นเสียจนน่ากลัว ปลายนิ้วเรียวยาวภายใต้เล็บเจลสีนู้ดเรียบหรูเคาะลงบนแฟ้มเอกสารออกแบบอย่างเป็นจังหวะ ขณะที่ดวงตากลมโตคู่สวยภายใต้กรอบแว่นกันแดดทรงเก๋ตวัดมองร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้ยืนค้ำฟ้าอยู่ตรงหน้าด้วยแววตาที่ไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์ใดๆ
"ริน..."
เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจและเย็นชาใส่เธอนับครั้งไม่ถ้วน บัดนี้กลับสั่นพร่าและแหบแห้งจนแทบจำไม่ได้ คินน์ อัครเดโช กำลังยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้อง ราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงมากลางกระหม่อมในยามวิกาล คำถามที่เพิ่งหลุดรอดจากไรฟันของเขาเมื่อครู่ยังคงก้องกังวานบาดลึกอยู่ในโสตประสาท
*“เด็กคนนี้... ลูกใคร?”*
รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน แต่มันเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและสมเพชเวทนาที่ถูกส่งตรงไปยังอดีตสามีผู้เย่อหยิ่ง เธอค่อยๆ วางปากกาลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชุดสูทกางเกงเข้ารูปสีขาวบริสุทธิ์ขับเน้นสัดส่วนโค้งเว้าอันสง่างามและทรงอำนาจของดีไซเนอร์ระดับโลกให้ดูน่าเกรงขามยิ่งขึ้น เธอก้าวเข้าไปใกล้เขาช้าๆ ส้นเข็มสูงเหยียบย่างลงบนพรมหนานุ่มราวกับเสียงนาฬิกาทับถมความผิดบาปในอดีตของเขา
"คุณมีสิทธิ์อะไรมาถามคำถามนี้คะ คุณคินน์"
น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล ทว่าเย็นเยียบเสียจนบาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจ ดวงตาคู่คมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมเข้มที่ไหวระริกด้วยความตื่นตระหนกและไม่อยากจะเชื่อ
"ริน... เด็กผู้ชายคนนั้น... ดวงตาคู่นั้น จมูกนั่น... มันฟ้องชัดเจนว่า..." คินน์พยายามจะก้าวเข้าหา เธอถอยหลังเว้นระยะห่างทันทีอย่างรังเกียจเดียดฉันท์ ปฏิกิริยาที่ชัดเจนและไร้เยื่อใยนั้นทำให้หัวใจของอดีตซีอีโอหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร เจ็บแปล๊บราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง
"ฟ้องว่าอะไรคะ? ว่าเขาหน้าตาเหมือนคุณเหรอ? โลกนี้คนหน้าตาคล้ายกันมีตั้งเยอะแยะค่ะ หรือถ้าต่อให้ใช่... มันก็เป็นเรื่องของ 'ลูกชายฉัน' กับ 'ชีวิตส่วนตัวของฉัน' ซึ่งมันหมดเขตที่คุณจะมีส่วนเกี่ยวข้องมาตั้งแต่วันที่คุณเซ็นใบหย่าและไล่ฉันออกจากบ้านหลังนั้นอย่างไร้เยื่อใยแล้วนะคะ"
ทุกถ้อยคำที่รินรดาสาดซัดใส่ เปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลงบนแผลเป็นเน่าเฟะในอดีต คินน์จำได้ดี... วันที่เขาผลักไสเธอผู้หญิงที่รักเขาหมดหัวใจ วันที่เธอร้องขอความเห็นใจแต่สิ่งที่เธอได้รับมีเพียงความหยิ่งผยองและความเงียบงันจากเขา บัดนี้ กรรมตามสนองเขาอย่างสาสมแล้ว เมื่อกงล้อแห่งโชคชะตาหมุนวนกลับมาให้อดีตภรรยาผู้เคยอ่อนแอ กลายเป็นเจ้าหญิงผู้สง่างามที่เขากลายเป็นเพียงฝุ่นใต้รองเท้า
"พี่ขอโทษ..." คำสารภาพบาปหลุดจากริมฝีปากหยักที่เคยแต่เอ่ยคำดูถูกเหยียดหยาม คินน์ทรุดกายลงคุกเข่าต่อหน้าเธอ มือหนาเอื้อมหมายจะคว้าชายเสื้อสูทของเธอไว้ด้วยความสิ้นหวัง "พี่มันโง่เอง... พี่ตาบอดเอง ริน... โปรดให้โอกาสพี่ได้ไถ่บาป ได้ทำหน้าที่พ่อ..."
รินรดาก้มมองอดี สามีผู้ทรงอิทธิพลที่กำลังคุกเข่าแทบเท้าเธอด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ไม่มีน้ำตา ไม่มีแม้แต่ความโกรธเกรี้ยวหลงเหลืออยู่ มีเพียงความเย็นชาที่ถูกสร้างขึ้นเป็นกำแพงน้ำแข็งหนาทึบ เพื่อปกป้องหัวใจดวงน้อยที่ไม่ยอมให้ใครเข้ามาทำลายได้อีก
"ลุกขึ้นเถอะค่ะ... การมาคุกเข่าอ้อนวอนผู้หญิงที่คุณเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรี มันไม่ได้ทำให้คุณดูน่าสงสารขึ้นหรอกนะคะ มันน่าสมเพชมากกว่า" เธอก้มลงกระซิบข้างใบหูของเขา น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม "เด็กคนนั้นไม่ใช่ลูกคุณ... และต่อให้ใช่ คุณก็ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้องเส้นผมของเขา"
ความหอมหวานของความแค้นที่ได้เห็นผู้ชายที่เคยเย่อหยิ่งที่สุดในชีวิตต้องพังทลายลงต่อหน้า ช่างหอมหวนยิ่งกว่าไวน์แดงบ่มเก่า แต่ลึกๆ ภายใต้กำแพงน้ำแข็งที่เธอบรรจงสร้างขึ้น รินรดากลับรู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวและสั่นคลอนอย่างรุนแรงเมื่อฝ่ามืออุ่นจัดของเขาฉวยข้อมือเธอไว้แน่นโดยไม่ยอมปล่อย
"รินจะโกหกยังไงก็ได้... แต่หัวใจของรินมันไม่ได้แข็งกระด้างอย่างที่ปากพูด" คินน์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอ แววตาคมกริบนั้นฉายแววความดุดันและร้อนแรงที่ถูกกดทับไว้ด้วยความปรารถนาอันลึกซึ้ง "จำสัมผัสนี้ไม่ได้แล้วเหรอ... ผู้หญิงของพี่"
ร่างสูงผุดลุกขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมกับรวบร่างอรชรเข้าหาตัวในอ้อมแขนเดียว รินรดาอุทานออกมาด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อแผ่นหลังของเธอถูกดันแนบชิดกับบานกระจกใสบานใหญ่ที่มองเห็นวิวกรุงเทพมหานครยามค่ำคืน
"ปล่อยฉันนะ!" เธอพยายามขัดขืน ทว่าเรี่ยวแรงอันน้อยนิดหรือจะสู้แรงอารมณ์ที่ระเบิดออกมาจากความอัดอั้นของชายหนุ่มได้ คินน์ใช้มือข้างหนึ่งตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือศีรษะด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ขณะที่มืออีกข้างโอบกระชับเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวจนแนบสนิท ไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน
กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับน้ำหอมราคาแพงและกลิ่นบุหรี่จางๆ พัดเข้ามารุกادเร้าประสาทสัมผัส รินรดาหายใจติดขัด หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึกเมื่อใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่บนพวงแก้มเนียน
"ปากแข็งนักนะ..." คินน์กระซิบชิดริมฝีปาก นัยน์ตาดำขลับลẫกราวกับหลุมพรางที่พร้อมจะดึงเธอให้ดิ่งลงไป "ถ้าคิดว่าเกลียดพี่นัก... ทำไมตัวสั่นขนาดนี้ล่ะริน"
ริมฝีปากหยักประกบจูบทาบทับลงมาทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ทันตั้งตัว รสจูบที่เปี่ยมไปด้วยความโหยหา ความสำนึกผิด และไฟปรารถนาที่แผดเผามานานนับปี รุกรานและตักตวงความหวานล้ำจากริมฝีปากอิ่มอย่างเอาแต่ใจ รินรดากัดฟันแน่นพยายามเบือนหน้าหนีและขัดขืน แต่รสสัมผัสที่คุ้นเคยและเร่าร้อนเกินต้านทานก็เริ่มกัดเซาะกำแพงน้ำแข็งที่เธอสร้างขึ้นทีละน้อย ลมหายใจของทั้งคู่เริ่มติดขัด รสจูบที่ดุดันแปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งวาบหวาม เรียวลิ้นร้อนล้ำที่เกี่ยวพันกันสร้างความสั่นสะท้านไปทั่วสรรพางค์กาย
สัมผัสมือที่ลูบไล้ไปตามแนวโค้งเว้าภายใต้ชุดสูท ทำให้รินรดารู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วร่าง ความโหยหาที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้หน้ากากความเยือกเย็นเริ่มพรั่งพรูออกมาสวนทางกับสติที่หลงเหลือ เธอกำหมัดแน่นจิกเล็บลงบนฝ่ามือของเขาเพื่อเรียกสติ แต่เสียงครางแผ่วเบาที่เล็ดลอดจากลำคอของเธอกลับยิ่งเติมเชื้อไฟให้คินน์รุกหนักหน่วงยิ่งขึ้น
ท่ามกลางบรรยากาศที่ร้อนระอุและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย เสียงกริ่งประตูหน้าห้องเพนต์เฮาส์ก็ดังขึ้นแทรกกลางความเงียบ งุนงง และสั่นสะท้านของทั้งสองคน
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูหนักแน่น พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มอีกคนที่คุ้นเคยดังทะลุเข้ามาในห้อง
"ริน... ผมธันวาเอง คุณอยู่ในนั้นหรือเปล่า? พอดีผมเผลอลืมเอกสารสำคัญไว้เมื่อตอนเย็น..."
คินน์ชะงักกึก ดวงตาคมกริบตวัดมองไปทางประตูหน้าห้องทันทีด้วยแววตาวาวโรจน์ขึ้นมาด้วยโทสะและเพลิงหึงหวง รินรดาเบิกตากว้าง สติที่เกือบหลุดลอยกลับคืนมาในพริบตา เมื่อเธอนึกขึ้นได้ว่า 'ธันวา' ศัตรูคู่อาฆาตทางธุรกิจของคินน์ และนักลงทุนหนุ่มที่กำลังตามจีบเธอ กำลังยืนอยู่หน้าประตูห้อง และหากเขาเปิดเข้ามาเห็นภาพนี้... ทุกอย่างพินาศแน่!
รินรดาผลักอกคินน์สุดแรง พร้อมกับจะก้าวหนี ทว่าคินน์กลับคว้าเอวเธอเข้าหาตัวอีกครั้ง ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงพร่าสั่นและเต็มไปด้วยความอันตราย
"อยากให้ไอกลุ่มทุนหน้าเลือดนั่นเห็นเมียเก่าฉันอยู่ในอ้อมแขนฉันตอนนี้ไหมล่ะ... เลือกเอา รินรดา"
ขอขอบือคุณรี้ดทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความดราม่าครั้งนี้นะคะ
ทัณฑ์รักรอยตราพยศ•ตอนที่ 6
ภายใต้หน้ากากน้ำแข็ง
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักรอยตราพยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!