"คุณคิดว่าดอกไม้ช่อนี้ จะพอดับกลิ่นความอับaisของการกระทำในอดีตของคุณได้จริงๆ หรือคะ คุณคินน์"
น้ำเสียงของรินรดาเรียบเรื่อย ทว่าบาดลึกราวกับคมมีดที่กรีดลงบนเนื้อสดๆ ดวงตาคู่สวยภายใต้กรอบแว่นกันแดดทรงโตหันมามองชายหนุ่มที่ยืนตระหง่านอยู่ข้างโต๊ะทำงานในสตูดิโอออกแบบส่วนตัวของเธอ ชายผู้เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี บัดนี้กลับยืนถือช่อดอกกุหลาบสีขาวบริสุทธิ์ด้วยท่าทางที่เก้ๆ กังๆ อย่างคนทำตัวไม่ถูก
คินน์ อัครเดโช กลืนก้อนความขมขื่นลงคอ ร่างสูงใหญ่ที่เคยเย่อหยิ่งจองหองจนคอตั้งบ่า บัดนี้กลับโค้งตัวลงเล็กน้อยอย่างยอมจำนนต่อสถานการณ์ ความเปลี่ยนแปลงของเขาไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน แต่มันคือผลลัพธ์จากการตระหนักรู้ว่า... ผู้หญิงที่เขาเคยผลไสไล่ส่งอย่างไร้เยื่อใย ได้กลายเป็นดวงดาวบนฟ้าที่เขาไม่มีวันเอื้อมถึงด้วยวิธีเดิมๆ อีกต่อไปแล้ว
"ผมไม่ได้หวังว่ามันจะลบล้างอดีตได้หรอกครับ... เอ่อ, ริน" คินน์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเผลอใช้สรรพนามคุ้นเคย ก่อนจะรีบปรับน้ำเสียงให้สุفرและระมัดระวังมากขึ้น "ผมแค่... อยากให้คุณรู้ว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป วิธีการมองโลกของคุณ และวิธีที่ผมจะปฏิบัติต่อคุณ มันจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว"
รินรดายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา คราบน้ำตาและรอยแผลเป็นในอดีตสอนให้เธอรู้ว่า คำพูดหวานหูของผู้ชายที่ชื่อคินน์ อัครเดโช มีค่าเท่ากับศูนย์ หากปราศจากการกระทำที่พิสูจน์ได้ เธอวางปากกาในมือลง ช้าๆ และสง่างาม ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดร่างสูงที่สูงกว่าเธอเกือบหนึ่งคืบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับกลิ่นกายสะอาดสะอ้านลอยเข้าแตะจมูก แต่มันไม่ได้ทำให้หัวใจเธอไหวหวั่นเหมือนเก่า มีเพียงความเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งขั้วโลกที่เธอเคลือบ
"ความเอาใจใส่มันไม่ใช่แฟชั่นนะคะคุณคินน์ ที่พอตกเทรนด์แล้วคุณค่อยเปลี่ยนมาใส่ใจแบบใหม่... คุณเคยบอกว่าฉันมันน่ารำคาญ ไม่คู่ควรแม้แต่จะยืนเคียงข้างคุณในงานสังคม แล้ววันนี้อะไรล่ะคะที่ทำให้คุณหอบดอกไม้ราคาแพงมาทำตัวเป็นสุนัขเชื่องๆ อยู่ตรงนี้?"
คำถามนั้นเปรียบเสมือนฝ่ามือที่ตบลงบนใบหน้าของอดีตนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลอย่างจัง คินน์เจ็บแปลบในอก แต่เขากลับเลือกที่จะไม่โต้ตอบด้วยความเกรี้ยวกราดดังเช่นอดีต ชายหนุ่มวางช่อดอกไม้ลงบนโต๊ะข้างตัวอย่างเบามือ ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม บัดนี้กลับฉายแววความเจ็บปวดและความสำนึกผิดอย่างลึกซึ้ง
"เพราะผมเพิ่งรู้ตัว... ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมไม่ได้อยู่บนจุดสูงสุดอย่างที่คิดหรอกครับริน" คินน์ก้าวเข้ามาใกล้จนรินรดาต้องเงยหน้าขึ้นมอง "ผมอยู่บนยอดเขาที่หนาวเหน็บ และไร้ตัวตน... จนกระทั่งวันที่ผมเห็นคุณยืนหยัดได้ด้วยลำแข้งของตัวเองอย่างสง่างาม ผมถึงได้เข้าใจว่า สิ่งที่ผมทำลายลงด้วยมือคู่นี้ มันคือสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิต"
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาหวิว ทว่าแรงดึงดูดระหว่างคนทั้งคู่กลับทวีความรุนแรงขึ้นจนน่ากลัว รินรดาสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา คินน์ในเวอร์ชันที่ยอมจำนนและอ่อนโยนเช่นนี้... อันตรายต่อหัวใจที่เธอพยายามสร้างกำแพงเหล็กห่อหุ้มไว้เสียเหลือเกิน
"ถอยไปค่ะ" เธอกระซิบเสียงพร่า เมื่อเขาก้าวล้ำเส้นเข้ามาจนแผ่นหลังของเธอชนเข้ากับชั้นวางหนังสือ ร่างสูงกักตัวเธอไว้ตรงกลางวงแขน สองมือวางทาบลงบนชั้นไม้ข้างตัว ก้มหน้าลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างแก้ม
"ถ้าผมไม่ถอยล่ะครับ..." คินน์กระซิบต่ำทุ้ง นัยน์ตาคมกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันอย่างถือดี "คุณจะทำยังไง... จะเรียกธันวาให้มาช่วยอย่างนั้นเหรอ?"
ทันทีที่เอ่ยชื่อนั้น สีหน้าของรินรดาก็เปลี่ยนไป ความโกรธวาบขึ้นในดวงตากลมโต ธันวา นักลงทุนหนุ่มคู่แข่งทางธุรกิจของคินน์ กำลังเดินเกมเข้ามาใกล้เธอเพื่อใช้เธอเป็นเครื่องมือในการทำลายอาณาจักรของอัครเดโช และเธอก็รู้ดีว่าคินน์กำลังหวาดระแวงเรื่องนี้
"อย่าเอาเรื่องงานมาปะปนกับเรื่องส่วนตัวค่ะคุณคินน์ และกรุณาให้เกียรติพื้นที่ส่วน
ตัวของฉันด้วย" รินรดาเงยหน้าสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจจะเต้นระรัวราวกับกลองเพลเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของชายหนุ่มเอื้อมมือมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาเคล้าคลอแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่คุ้นเคยแต่เต็มไปด้วยความทะนุถนอมแปลกใหม่ ทำให้ร่างบางสะท้านเฮือก
"ผมให้เกียรติคุณเสมอ... ริน" คินน์ก้มหน้าลงต่ำจนริมฝีปากหยักลึกเฉียดผ่านใบหูขาวสะอาด น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นเว้าวอนจนคนฟังแทบใจละลาย "ให้โอกาสผมได้แก้ตัว ได้ไหมครับ? ไม่ใช่ฐานะอดีตสามี... แต่เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่พร้อมจะคุกเข่าเพื่อขอความรักจากคุณใหม่อีกครั้ง"
รสสัมผัสจากริมฝีปากอุ่นที่แตะลงบนลาดไหล่เปลือยผ่านเนื้อผ้าชุดเดรสทำงาน ทำให้รินรดาลมหายใจสะดุด ความวาบหวามสายหนึ่งแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง ร่างกายของเธอกบฏต่อความคิด สัมผัสอันคุ้นเคยและเร่าร้อนที่เธอเคยเสพ3ติดในอดีตกำลังปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวผู้หญิงคนหนึ่งให้ตื่นขึ้นมาทีละน้อย ความโกรธแค้นในอดีตถูกความปรารถนาอันลึกล้ำกัดกร่อนจนแทบไม่เหลือชิ้นดี
มือเรียวบางที่ตั้งใจจะผลักอกแกร่งออกไป กลับเปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตเนื้อดีของเขาไว้แน่นเมื่อคินน์เริ่มรุกคืบหนักข้อขึ้น ปลายจมูกโด่งคมคลอเคลียอยู่แถวซอกคอหอมกรุ่น ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดผิวเนื้อทำให้ขนลุกชันไปทั่วร่าง ความเอาใจใส่ที่เขาจำยอมมอบให้ในวันนี้ มันช่างหอมหวานและเย้ายวนเสียจนเธอแทบจะลืมเลือนความเจ็บปวดทั้งหมดไปชั่วขณะ
รินรดาหลับตาลงอย่างจำนนต่อความรู้สึก ปล่อยให้ความเร่าร้อนและสัมผัสอันช่ำชองของอดีตสามีโอบล้อมร่างเธอไว้ ท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานที่ถูกปิดตายจากโลกภายนอก
ทว่า... ในวินาทีที่คินน์กำลังจะประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากอิ่มที่เผยอรอรับสัมผัส เสียงเคาะประตูก็จดังขึ้นอย่างกระชั้นชิด ตามมาด้วยเสียงใสแจ๋วของเด็กชายตัวน้อยวัยห้าขวบที่ผลักประตูเข้ามาโดยไม่รอให้ใครอนุญาต
"คุณแม่ครับ! คุณน้าธันวาซื้อไอศกรีมรสโปรดมาฝาก... เอ๊ะ?"
คินน์ชะงักกึก ร่างสูงผละออกจากรินรดาอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟช็อต ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อหันไปมองเด็กชายตัวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้ม ที่มีดวงตากลมโตและสันจมูกโด่งรั้นถอดแบบมาจากพิมพ์เดียวกันกับเขาไม่มีผิดเพี้ยน!
รินรดากรีดร้องในใจ หน้าซีดเผือดลงทันทีเมื่อเห็นซองผลตรวจ DNA ชิ้นสำคัญที่ยื่นโผล่อออกมาจากกระเป๋าเสื้อของเด็กน้อย... และตอนนี้ มันกำลังร่วงหล่นลงแทบเท้าของคินน์พอดิบพอดี!
ด้วยรักและปรารถนาดีจาก ชฎาพรายไวน์แดง ค่ะ
ทัณฑ์รักรอยตราพยศ•ตอนที่ 11
ก้าวแรกของการรุก
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักรอยตราพยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!