เอกสารสัญญาเจ็ดฉบับถูกกางแผ่หลาอยู่บนโต๊ะประชุมหินอ่อนสีดำสนิท สะท้อนเงาไฟคริสตัลระยิบระยับราวกับหยาดน้ำตาที่ถูกแช่แข็ง รินรดา พีรวิชญ์ ในชุดสูทเข้ารูปสีเพิร์ลเกรย์ขับเน้นทรวดทรงองเอวให้อ่อนช้อยแต่ทรงอำนาจ ปลายเรียวเล็บเคลือบสีนู้ดเข้มเคาะลงบนแผ่นกระดาษเบาๆ จังหวะจะโคนนั้นเยือกเย็นจนคนมองหายใจไม่ทั่วท้อง
"คุณกำลังยื่นข้อเสนอที่เหมือนกับการเอาคอไปพาดไว้บนเขียงนะคินน์"
เสียงหวานใสแต่แฝงด้วยไอความเย็นเยียบเอ่ยขึ้น รินรดายกเรียวขาขึ้นไขว่ห้างอย่างสง่างาม ดวงตากลมโตภายใต้ขนตางอนงามช้อนขึ้นสบกับดวงตาคมกริบของอดีตสามี ไร้ซึ่งความหวั่นไหวเช่นในอดีต มีเพียงความท้าทายที่จุดประกายไฟในแววตาของคินน์ อัครเดโช ให้ลุกโชนขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้
คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดพิเศษขยับเข้าประชิดโต๊ะประชุม กลิ่นกายหอมกรุ่นปนกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส รินรดากำมือแน่นใต้โต๊ะเมื่อเงาสะท้อนของเขาโน้มต่ำลงมาจนเกือบชิด รัศมีคุกคามที่เคยทำให้เธอกลัวในวันวาน บัดนี้กลับกลายเป็นเพียงลมพัดผ่านที่เธอพร้อมจะโต้กลับด้วยพายุ
"ถ้าผมไม่ทำเช่นนี้ อาณาจักรธุรกิจที่ผมสร้างมาทั้งชีวิตคงตกเป็นของธันวา... และที่สำคัญที่สุด ผมไม่มีทางยอมให้มันกระทบถึงคุณกับสิ่งที่ผมกำลังเดิมพันเด็ดขาด" คินน์กระซิบเสียงต่ำ ทุ้มพร่า และเจือความร้าวราญที่เขาพยายามซ่อนไว้
"อย่าเอาคำว่า 'เรา' มาอ้างเพื่อความชอบธรรมเลยค่ะคินน์" รินรดาตอกกลับทันควัน นัยน์ตาคมกริบไหวระริกด้วยไฟแค้นที่ยังไม่เคยมอดดับ "ตอนนี้เราเป็นแค่หุ้นส่วนทางธุรกิจที่จำใจต้องร่วมมือกันเพื่อผลประโยชน์... อย่าลืมสิคะ ว่าคุณเป็นคนผลักฉันตกเหวลงไปเอง"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องประชุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาหอบ คินน์จ้องมองรอยยิ้มเยาะหยันบนเรียวปากอิ่มสีแดงระเรื่อ ปากคอเราะรายที่เคยเอื้อnคำหวานใส่เขา บัดนี้กลายเป็นอาวุธชั้นดีที่กรีดแทงหัวใจเขาจนพรุน ชายหนุ่มเหยียดยิ้มขมขื่น นึกสมเพชตัวเองที่ในอดีตเคยตาบอดมองข้ามเพชรแท้เม็ดงามนี้ไป ปล่อยให้ความเย่อหยิ่งพังทลายทุกอย่างจนย่อยยับ
"ตกลง... เราจะเซ็นสัญญานี้ร่วมกัน เพื่อโค่นธันวา" คินน์เอ่ยเสียงแหบพร่า ก่อนจะจรดปลายปากกาลงบนกระดาษโดยไม่ละสายตาจากใบหน้างดงามที่เชิดขึ้นอย่างถือดี
ทว่าทันทีที่ลายเซ็นสุดท้ายจรดลง แรงปะทะทางอารมณ์ที่สะสมมานานนับแรมปีก็ระเบิดออกอย่างไร้การควบคุม รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเพื่อจะเดินหนีออกไปจากบรรยากาศชวนอึดอัดนี้ แต่คินน์ไว
กว่า เขาคว้าข้อมือเรียวเล็กไว้แน่นแล้วดึงรั้งเข้าหาตัวอย่างแรง แรงเหวี่ยงทำให้ร่างระหงเซเข้ากระแทกแผงอกกว้างอย่างจัง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนแทบหลอมละลาย
"ปล่อยนะคินน์! คุณบ้าไปแล้วหรือไง!" รินรดาตื่นตระหนก พยายามขัดขืนแต่เรียวแรงอันน้อยนิดหรือจะสู้แรงอดีตสามีผู้กำยำได้
"ใช่... ผมมันบ้า!" คินน์คำรามต่ำในลำคอ นัยน์ตาดำสนิทลุกโชนด้วยไฟปรารถนาและหยาดน้ำตาแห่งความสำนึกผิดที่เอ่อคลอ "บ้าจนยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้คุณกลับคืนมา... แม้ว่าคุณจะเกลียดผมจนแทบอยากจะฆ่าผมให้ตายก็ตาม!"
ริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาอย่างไร้การ The คำประท้วง รินรดาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง รสจูบที่เคยคุ้นเคย บัดนี้เปลี่ยนเป็นความเร่าร้อน ดุดัน และเว้าวอนจนเธอแทบหมดแรงต้านทาน ความโกรธเกรี้ยว ความเจ็บปวดในอดีต และความโหยหาที่ถูกกักG ขังไว้ระเบิดออกมาผ่านการบดเบียดริมฝีปากอย่างเอาแต่ใจ คินน์ขบเม้มกลีบปากนุ่มด้วยความกระหายโหย มือหนาช้อนประคองท้ายทอยเธอไว้แน่น บังคับให้เธอน้อมรับรสสัมผัสวาบหวามที่แผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูผิว
เรียวลิ้นร้อนล้ำรุกล้ำเข้าไปเกี่ยวพันตักตวงความหวานล้ำอย่างไม่รู้จักพอ รินรดาครางฮือในลำคอ มือเล็กที่เคยทุบตีอกกว้างเพื่อขัดขืน ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นจิกเกาะเสื้อสูทของเขาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกคุ้นเคยและเคมีอันร้อนแรงที่ยังคงแผดเผาร่างกายทำให้หัวใจเธอกระหน่ำเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง สติสัมปชัญญะที่เคยตั้งกำแพงไว้พังทลายลงในพริบตา เมื่ออ้อมแขนแข็งแกร่งรวบรัดเอวคอดกิ่วเข้าหาแนบชิด จนไม่เหลือช่องว่างให้อากาศแทรกผ่าน
คินน์อุ้มร่างบางขึ้นนั่งบนขอบโต๊ะประชุมอย่างง่ายดายโดยที่ริมฝีปากยังไม่ยอมผละออก สัมผัสวาบหวามลากไล้จากเรียวปากอิ่มลงมาตามซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มผิวเนียนนุ่มจนเกิดรอยสีุ่กุหลาบจางๆ มือหนาสอดลูบไล้ใต้ชายเสื้อสูท ลูบไล้ผิวเนื้อเนียนละเอียดที่สั่นสะท้านภายใต้ฝ่ามืออุ่นจัด รินรดาหอบสะثั่น หน้าอกอิ่มกระเพื่อมไหวตามจังหวะหายใจ รสสัมผัสที่จาบจ้วงและเต็มไปด้วยความเสน่หาทำให้เธอแทบละลายคาอ้อมอกเขา
"คินน์... พอ... อื้อ..." เสียงท้วงติงขาดหายไปเมื่อปลายนิ้วอุ่นลากผ่านสัดส่วนโค้งเว้าอย่างจงใจปลุกเร้า คินน์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง นัยน์ตาสีเข้มฉาบไปด้วยหยาดเหงื่อและความปรารถนารุนแรง ลมหายใจหอบกระชั้นเป่ารดรดแก้มสาก
"ผมจะไม่มีวันปล่อยคุณไปอีกแล้ว ริน... ไม่ว่าคุณจะเกลียดผมแค่ไหนก็ตาม" เขากระซิบชิดริมฝีปาก เสียงทุ้มสั่นเครือด้วยความอัดอั้น
ทว่า... ก่อนที่บรรยากาศจะลึกล้ำเกินกว่าจะควบคุม เสียงเคาะประตูก็จดังขึ้นสามครั้งติดกัน ขัดจังหวะความวาบหวามลงอย่างกะทันหัน
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
"คุณคินน์คะ... มีเอกสารด่วนจากสำนักงานทนายความ และ... มีแขกไม่ได้รับเชิญมารอพบคุณที่ห้องรับแขกค่ะ เขาบอกว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับพินัยกรรมและ... ทายาทลับ"
เสียงเลขาฯ หน้าห้องผ่านอินเตอร์คอมทำให้ทั้งสองคนชะงักค้าง คินน์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิด ขณะที่รินรดาหน้าซีดเผือดลงในทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก หัวใจกระตุกวูบเมื่อนึกถึงความลับบางอย่างที่เธอพยายามซ่อนเร้นมาตลอดห้าปี
คินน์หันกลับมามองอดีตภรรยาที่กำลังก้าวลงจากโต๊ะด้วยมือไม้สั่นเทา สายตาคมกราบกรานมองร่องรอยความตื่นตระหนกบนใบหน้าสวยเฉี่ยว ก่อนที่ประตูห้องประชุมจะถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเล็กป้อมในชุดเอี๊ยมยีนส์น่ารัก ที่วิ่งดุ๊กๆ เข้ามาในห้อง พร้อมกับเอ่ยเรียกเสียงใสแจ๋วที่ทำให้ลมหายใจของคินน์หยุดชะงักไปทันที
"หม่าม้าฮะ... น้าธันวาพาผมมาหาปะป๊า... เอ๊ะ! ปะป๊าคนนี้ใช่ไหมฮะที่หน้าตาเหมือนผมเป๊ะเลย?"
ด้วยรักและปรารถนาดีจาก ชฎาพรายไวน์แดง ค่ะ
ทัณฑ์รักรอยตราพยศ•ตอนที่ 12
การเผชิญหน้ากับศัตรูร่วม
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักรอยตราพยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!