กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาเจือกลิ่นอายไม้จันทน์หอมกรุ่นยังคงลอยวนอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบสงัด เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาหวิวแข่งกับจังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามจนแทบจะทะลักออกมานอกอก รินรดา พีรวิชญ์ ยืนนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานหรูหราตัวใหญ่ สองมือเรียวยาววางทابลงบนแฟ้มเอกสารออกแบบคอลเลกชันใหม่ล่าสุด แต่สมาธิของเธอกลับกระเจิงไปไกลตั้งแต่ปลายนิ้วอุ่นจัดของใครบางคนไล้ผ่านข้อศอกเมื่อครู่
ประตูห้องทำงานถูกลงกลอนอย่างแน่นหนาด้วยฝีมือของ คินน์ อัครเดโช อดีตสามีผู้เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนแหลกสลาย แต่ในยามนี้ ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับเต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความปรารถนาที่แผดเผาจนเธอกลัว
"คุณเสียสติไปแล้วหรือคะ คุณคินน์... ที่นี่ที่ทำงาน และข้างนอกนั่นคือพนักงานนับร้อยชีวิต" รินรดาเอ่ยเสียงลอดไรฟัน พยายามดึงความเยือกเย็นและมาดของดีไซเนอร์ระดับโลกกลับมาสวมทับ แต่แผ่นหลังที่แนบชิดกับชั้นหนังสือหรูด้านหลังกลับสั่นน้อยๆ อย่างปิดไม่มิด
คินน์ก้าวเข้ามาประชิด ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดพิเศษกดดันพื้นที่หายใจของเธอจนแทบหมดสิ้น เขายื่นมือหนาขึ้นค้ำยันกรอบบานไม้ข้างศีรษะเธอ กักขังเธอไว้ในอาณาเขตของเขา รอยยิ้มหยันที่เคยมีในอดีตมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความเว้าวอนและแรงดึงดูดอันตรายที่เธอรู้ซึ้งดีว่ายากจะต้านทาน
"ปล่อยให้พวกเขารู้ไปสิครับ..." เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่ากระซิบชิดริมฝีปากเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นมิ้นท์บางเบารินรดพวงแก้มเนียน "จะได้ไม่มีไอ้หน้าไหนกล้าอาจหาญเข้ามาล้ำเส้นเมียเก่าของผมอีก... แม้แต่ไอ้ธันวา"
ชื่อของธันวาทำให้นัยน์ตาคู่สวยของรินรดาดุขึ้น เธอเชิดหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว "อย่ามาทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของฉันค่ะคุณคินน์ เราหย่ากัน ฐานะระหว่างเรามันจบลงตั้งแต่วันที่ฉันเดินออกมาจากนรกขุมนั้นแล้ว!"
"นรก..." คินน์ทวนคำ น้ำเสียงของเขาสั่นสะท้อนความเจ็บปวดที่เขาเป็นผู้ก่อขึ้นเองในอดีต มือหนื่อนเลื่อนขึ้นไล้กรอบหน้าเรียวรูปไข่แผ่วเบา ราวกับกลัวว่าเธอจะเป็นเพียงภาพลวงตา "ใช่... ผมมันซาตานที่ผลักคุณตกนรก แต่จำไว้รินรดา... ซาตานตนนี้กำลังไถ่บาป และมันจะไม่มีวันปล่อยให้เหยื่ออันโอชะชิ้นนี้หลุดมือไปเป็นครั้งที่สอง"
สัมผัสวาบหวามที่ปลายนิ้วของเขาไล้ผ่านแนวคางลงมายังลำคอระหง ทำให้รินรดากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ ร่างกายของเธอทรยศต่อความโกรธเกรี้ยว ความทรงจำร่วมเตียงในอดีตตื่นขึ้นราวกับมีถ่านไฟร้อนรุมเร้าใต้ผิวหนัง กลิ่นกายเฉพาะตัวของเขา—กลิ่นอายความเย่อหยิ่งที่บัดนี้เจือด้วยความคลั่งไคล้—ช่างหลอมละลายสติสัมปชัญญะของเธอให้พังทลายลงทีละน้อย
"คุณมัน... คนหน้าไม่อาย..." เสียงเถียงของเธอขาดหายไป เมื่อริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาปิดกลีบปากนุ่มอย่างไร้การ The warning หรือการผ่อนปรน
มันไม่ใช่จูบแห่งการขอร้อง แต่มันคือการประกาศิตและการเรียกร้องสิทธิ์ คินน์บดขยี้เรียวปากเธอนุ่มนวลแต่เร่าร้อนในคราเดียวกัน ปลายลิ้นร้อนล้ำลึกแทรกซึมเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำที่เขาโหยหามาแรมปี รินรดาเผยิมริมฝีปากต้อนรับความหอมหวานนั้นอย่างเผลอไผล มือเรียวที่เคยผลักไสเปลี่ยนเป็นกำสาบเสื้อสูทของเขาแน่นอย่างไร้ทิศทาง เสียงครางประท้วงในลำคอของเธอถูกกลืนหายไปกับรสจูบที่ลึกซึ้งและกระชั้นชิดขึ้นเรื่อยๆ
ความเร่าร้อนในห้องทำงานที่เงียบงันเริ่มแผ่ขยาย ร่างบางถูกดันถอยหลังจนสะโพกแนบชิดกับขอบโต๊ะทำงานตัวใหญ่ เอกสารการออกแบบร่วงหล่นลงพื้นพรมไร้เสียง แต่วินาทีนี้ไม่มีใครสนใจสิ่งรอบตัวอีกต่อไป คินน์ไม่อาจหักห้ามความปรารถนาที่อัดอั้น เขาช้อนร่างบางขึ้นนั่งบนขอบโต๊ะโดยที่ริมฝีปากยังคงไม่ละจากกัน รสจูบเปลี่ยนเป็นความดิบเถื่อนและลึกซึ้งขึ้นตามอารมณ์ที่พุ่งพล่าน
มือหนาปลดกระดุมเสื้อสูทและเสื้อเชิร์ตผ้าไหมเนื้อดีของเธอออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดราวกับไข่มุก และชุดชั้นในลูกไม้สีแดงเพลิงที่ตัดกับผิวขาวผ่อง ชั่วขณะนั้น นัยน์ตาของคินน์ลุกโชนไปด้วยไฟปรารถนา เขาซุกใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มผิวเนื้ออ่อนจนเกิดรอยแดงจางๆ เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ สัมผัสเปียกชื้นและอุ่นร้อนจากริมฝีปากของเขาทำ Rinda ห่อไหล่เข้าหากันด้วยความเสียวซ่านจนต้องส่งเสียงครางเครือออกมาอย่างลืมตัว
"อื้อ... คินน์... เบา... ตรงนี้มัน..."
"ไม่มีใครกล้าเข้ามาหรอกครับ..." เขากระซิบชิดยอดอกที่ดันสู้เนื้อผ้าขึ้นมา ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดจนแทบหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน ความรู้สึกผิดบาปและความเร่าร้อนผสมปนเปกันจนกลายเป็นรสชาติที่หอมหวานและอันตรายที่สุดในชีวิตของหญิงสาว
เสื้อผ้าชิ้นแล้วชิ้นI ถูกปลดเปลื้องออกท่ามกลางความมืดสลัวจากม่านกันแสงที่ปิดสนิท อุณหภูมิในห้องทำงานปรับอากาศเย็นฉ่ำกลับร้อนระอุขึ้นทุกวินาทีด้วยไออุ่นจากเรือนร่างที่แนบชิด คินน์แทรกตัวเข้ายืนตรงกลางระหว่างเรียวขาเรียวที่ถูกยกขึ้นโอบรอบเอวสอบของเขา การสอดประสานดำเนินไปอย่างเร่าร้อน หนักหน่วง และเต็มไปด้วยความโหยหาที่ถูกกักเก็บมาเนิ่นนาน
เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดเคล้าคลอไปกับเสียงครางต่ำในลำคอของชายหนุ่มและเสียงหวานใสที่หลุดรอดจากริมฝีปากอิ่มที่บวมเจ่อจากการถูกจูบซ้ำๆ ทุกสัมผัส ทุกจังหวะการเคลื่อนไหว เต็มไปด้วยความลึกซึ้ง ดุดัน และเย้ายวน รินรดาจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างของอดีตสามีเพื่อระบายความเสียวซ่านที่โถมกระหน่ำเข้ามาดั่งคลื่นพายุ ร่างกายของเธอแอ่นรับทุกจังหวะรักที่เขาปรนเปรอให้อย่างเต็มใจ แม้สมองจะพยายามร่ำร้องว่าผิด แต่หัวใจกลับยอมจำนนต่อความหอมหวานและเร่าร้อนนี้อย่างราบคาบ
ยามเมื่อทั้งคู่ทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดแห่งความสุขสม รินรดากระตุกเกร็ง ปลายเล็บจิกทึ้งลงบนเนื้อหนังของเขาจนเกิดรอยแผลซึมเลือด ขณะที่คินน์คำรามต่ำในลำคอ ซบใบหน้าลงกับลาดไหล่เนียน ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อกาฬและหอบหายใจถี่กระชั้น ทั้งสองร่างแนบสนิทเป็นหนึ่งเดียวในความเงียบงันที่มีเพียงเสียงหัวใจเต้นโครมครามเป็นพยาน
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่
คินน์ยังคงกอดรั้งร่างเปลือยเปล่าของรินรดาไว้แนบอกขณะที่เธอนั่งอยู่บนตักเขาบนโซฟาหนังริมหน้าต่าง เขากำลังจะโน้มตัวลงจูบหน้าผากมนด้วยความรักใคร่ที่เอ่อล้น ทว่า...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหัน ตามด้วยเสียงเปิดลูกบิดจากด้านนอกโดยไม่รออนุญาต!
"คุณรินรดาครับ เอกสารด่วนจาก... อ้าว..."
เสียงของเลขาหนุ่มหน้าห้องขาดหายไปกลางคัน เมื่อประตูห้องเปิดกว้างเผยให้เห็นภาพเบื้องหน้าชัดเจนเต็มสองตา และสิ่งที่ทำให้คินน์กับรินรดาหน้าถอดสี ไม่ใช่สายตกใจของเลขาหนุ่ม... แต่เป็นร่างเล็กๆ ของเด็กชายวัยสี่ขวบที่วิ่งนำหน้าเข้ามา พร้อมกับเอ่ยเรียกเสียงใสแจ๋วที่ทำเอาโลกทั้งใบหยุดหมุน
"คุณแม่คะ! น้องคีย์เอาการบ้านมาให้คุณแม่เซ็น... เอ๊ะ? คุณอาใจร้ายคนนั้น มาทำอะไรในห้องคุณแม่คะ?"
ด้วยรักและปรารถนาดีจาก ชฎาพรายไวน์แดง ค่ะ
ทัณฑ์รักรอยตราพยศ•ตอนที่ 13
ความร้อนแรงที่ไร้เสียง
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักรอยตราพยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!