ทัณฑ์รักรอยตราพยศ•ตอนที่ 14

กับดักความหวาน

ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
กลิ่นอายของไวน์แดงวินเทจราคาแพงระเหยผสมกับความเงียบงันที่กดทับจนแทบหายใจไม่ออก รินรดายืนนิ่งอยู่หลังบานหน้าต่างกระจกใสของเพนต์เฮาส์หรู เงามืดของค่ำคืนสะท้อนใบหน้าเรียաբเฉยที่ซ่อนคลื่นอารมณ์ระลอกใหญ่ไว้ภายใต้ความเยือกเย็น ทว่าหัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่หางตาเหลือบไปเห็นร่างสูงใหญ่ของคินน์ อัครเดโช กำลังนั่งนิ่งอยู่ตรงมุมห้องทำงานแสงสลัว ร่างสูงที่เคยเย่อหยิ่ง ทนงตน และมองข้ามคุณค่าของเธอมาตลอด บัดนี้กลับไร้ซึ่งเกราะป้องกันใดๆ นอกเสียจากความเว้าวอนที่ฉายชัดผ่านนัยน์ตาคมกริบคู่นั้น "คุณยังไม่กลับอีกหรือคะ, คุณคินน์?" เสียงหวานเอ่ยถามเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความระแวดระวัง เธอกอดอกแน่นเพื่อสร้างกำแพงกั้นความสั่นไหวที่กำลังตีตื้นขึ้นมาในอก คินน์ไม่ตอบทันที เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ราวกับเกรงว่าหากขยับเร็วกว่านี้ เธอจะหายวับไปกับตา กลิ่นกายบุรุษผสมกับกลิ่นหอมเย็นของโคโลญจ์ราคาแพงลอยมาปะทะนาสิก ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยแรงปรารถนาอันตรายที่ถูกกดทับไว้ "ผมจะกลับได้อย่างไร ในเมื่อหัวใจของผมมันไม่ได้อยู่ที่นี่... แต่มันอยู่กับคุณ ตั้งแต่วันที่เราจากกันแล้ว ริน" เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากหยักที่สั่นระริกเล็กน้อย มันไม่ใช่คำหวานหยดย้อยที่เคยเอ่ยเพื่อหวังผลทางธุรกิจ แต่มันคือถ้อยคำที่กลั่นกรองมาจากรอยแผลเป็นในอดีต รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตาคู่สวยหันกลับมาสบตาเขาตรงๆ "คำก็หวาน ความหมายก็ซึ้งนะคะ... แต่เสียดายที่มันมาช้าไปหลายปีค่ะคุณคินน์ ตอนที่คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉัน ตอนที่คุณผลักไสฉันออกจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใย คุณไม่เคยคิดถึงหัวใจของฉันเลยสักนิด" "ผมรู้..." คินน์สาวเท้าเข้าประชิดตัวจนเธอไม่มีทางถอยหลัง ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนขนลุกชัน "ผมมันโง่เง่า ผมมันสารเลวที่ปล่อยเพชรเม็ดงามที่สุดในชีวิตหลุดมือไป แต่ขอร้องล่ะริน... ให้โอกาสผมได้ไถ่บาป ได้พิสูจน์ว่าผู้ชายคนนี้เปลี่ยนไปแล้วจริงๆ" มือหนายื่นออกไปหมายจะแตะแก้มนวล แต่รินรดาเบี่ยงหน้าหลบอย่างรวดเร็ว สัมผัสอากาศธาตุทำให้คินน์ชะงักค้าง ดวงตาคู่คมไหววับด้วยความเจ็บปวดลึกซึ้ง ทว่า ท่าทางที่ดื้อรั้นและแววตาที่ไหวระริกยามที่สบตากันนั้น กลับยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวชายหนุ่มให้พุ่งพล่าน คินน์ไม่รอช้า เขารวบเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวด้วยความรวดเร็ว แรงปะทะทำให้ลมหายใจของรินรดาสะดุดกึก เธอกำหมัดแน่นทุบลงบนอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดจะสู้แรงของอดีตสามีผู้หิวกระหายความรักได้ "ปล่อยนะ! คุณคินน์... อื้อ!" คำประท้วงทั้งหมดถูกกลืนหายไปกับริมฝีปากที่ทาบทับลงมาอย่างดุดันและเร่าร้อน คินน์บด1เคล้าเรียวปากอิ่มด้วยความโหยหาที่สะสมมานานนับปี จูบที่เริ่มต้นด้วยความเอาแต่ใจค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนหวาน ละมุนละไม และเว้าวอนราวกับจะขอชีวิต รินรดาพยายามเม้มปากแน่นเพื่อต้านทาน แต่ความช่ำชองและสัมผัสอันคุ้นเคยกลับทรยศความตั้งใจ สมองของเธอกำลังขาวโพลน ร่างกายอ่อนยวบยาบราวกับขี้ผึ้งลนไฟ เรียวลิ้นร้อนล้ำลึกที่แทรกซึมเข้ามาเกี่ยวพันสร้างความวาบหวามจนเธอเผลอเผยอริมฝีปากออกอย่างไร้การป้องกัน เสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดจากลำคอระหงเมื่อมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนผ่านเนื้อผ้าบางเบา สัมผัสที่คุ้นเคยปลุกเร้าเพลิงอารมณ์ที่มอดไหม้ให้กลับลุกโชนขึ้นมาอีกครั้งอย่างไม่มีทางต้านทาน ห้องกว้างตกอยู่ในความเงียบงันที่มีเพียงเสียงหอบหายใจกระชั้นชิด คินน์อุ้มร่างบางขึ้นแนบอกโดยไม่ยอมผละริมฝีปากออกแม้แต่น้อย รินรดาจำต้องเกี่ยวแขนไว้รอบลำคอแกร่งเพื่อพยุงตัว ปลายเท้าของเธอพ้นพื้นห้องไปแล้ว ขณะที่ร่างทั้งร่างถูกวางลงบนเตียงนอนนุ่มกว้างอย่างทะนุถนอม แสงจันทร์สลัวที่สาดส่องผ่านกระจกเผยให้เห็นใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและความปรารถนาอันล้นปรี่ คินน์ทาบทับร่างลงมา ครอบครองพื้นที่ทุกลมหายใจของเธอ สายตาที่เขามองมาเต็มไปด้วยความรัก ความสำนึกผิด และแรงปรารถนาที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่ง "ผมรักคุณ... รินรดา" เสียงกระซิบพร่าสั่นพร่าข้างใบหู ก่อนที่ริมฝีปากร้อนจะพรมจูบไปทั่วลาดไหล่เนียน ซอกคอหอมกรุ่น และเนินอกอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามแรงอารมณ์ มือหนาปลดเปลื้องอาภรณ์ออกที ละชิ้นด้วยความชำนาญ ทิ้งไว้เพียงความเปลือยเปล่าที่แนบชิดสนิทแนบ ความสัมพันธ์ของผู้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยแรงแค้นและความโหยหาถักทอเป็นบทเพลงรักอันเร่าร้อนและลึกซึ้ง รินรดาแอ่นกายรับสัมผัสวาบหวามที่เขาปรนเปรอให้ ทุกรอยจูบ ทุกสัมผัส และทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความหมายของการไถ่บาปและการโอบกอดตัวตนของกันและกัน ความหอมหวานของกับดักที่คินน์วางไว้ ช่างเย้ายวนจนเธอไม่อาจหลุดพ้น และไม่ต้องการจะหลุดพ้นอีกต่อไป... กระทั่งค่ำคืนอันเร่าร้อนผ่านพ้นเข้าสู่ช่วงรุ่งสาง คินน์นอนกอดร่างแน่งน้อยที่หลับสนิทอยู่ในอ้อมแขนด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุข มือหนาลูบผมยาวสลวยอย่างเบามือพลางก้มลงจูบหน้าผากมนด้วยความรักล้นปรี่ ก่อนที่สายตาของเขาจะเหลือบไปเห็นกระเป๋าเอกสารหนังหรูของรินรดาที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง ซิปกระเป๋าเปิดอ้าออกเล็กน้อย เผยให้เห็นมุมกระดาษสีขาวแผ่นหนึ่งที่โผล่พ้นออกมา ด้วยความสงสัย คินน์จึงค่อยๆ เอื้อมมือไปหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาโดยไม่ให้รบกวนการนอนของหญิงสาว ทว่าเมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความและตัวเลขบนเอกสารทางแพทย์ที่ปรากฏเด่นหรี่ในแสงยามเช้า ร่างกายทั้งร่างของเขาก็ชาวาบราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางกระดูกสันหลัง ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นอย่างตกตะลึง เมื่อบรรทัดสุดท้ายระบุชื่อเด็กชายวัยสี่ขวบ... พร้อมผลตรวจ DNA ยืนยันความสัมพันธ์ทางสายเลือด ที่ระบุชื่อเขา "คินน์ อัครเดโช" เป็นบิดาโดยชอบธรรมอย่างชัดเจน! ด้วยรักและปรารถนาดีจาก ชฎาพรายไวน์แดง ค่ะ
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักรอยตราพยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%