ความเงียบงันภายในห้องสวีทหรูหราชั้นบนสุดของโรงแรมระดับห้าดาวไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับทำหน้าที่เป็นเครื่องขยายเสียงเต้นของหัวใจที่กำลังโถมซัดด้วยความรู้สึกอันหลากหลาย ทั้งความโกรธ ความโหยหา และแรงปรารถนาที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความเย่อหยิ่งมาเนิ่นนาน
"คุณคิดจะทำอะไรกันแน่ รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความแหบพร่าของคินน์ดังขึ้นท่ามกลางความสลัวของแสงไฟยามค่ำคืนจากมหานครเบื้องล่าง ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ปลดกระดุมเสื้อสูทออกอย่างไร้ความปรานี ดวงตาคมกริบราวกับพยัคฆ์ร้ายจ้องมองอดีตภรรยาที่ยืนสงบนิ่งอยู่ริมกระจกบานยักษ์ เธอไม่ได้สะทกสะท้านต่อแววตาดุดันคู่นั้นเลยแม้แต่น้อย รินรดายังคงไว้ซึ่งความสง่างาม ทรวดทรงในชุดเดรสเข้ารูปขับเน้นส่วนโค้งเว้าอันน่าหลงใหล ยิ่งทำให้หัวใจของอดีสามีผู้เคยผลักไสเธอต้องกระชากวูบอย่างรุนแรง
"ฉันต่างหากที่ต้องถามคุณ คินน์..." รินรดาหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่ที่มุมปากอิ่มสวย "ตามมาถึงที่นี่... หรือว่าทนไม่ได้ที่เห็นฉันยืนเคียงข้างคนอื่นในงานประมูลเมื่อเย็นนี้"
"คุณรู้ดีว่าผมเกลียดอะไร รินรดา!"
คินน์พุ่งเข้าประชิดตัวเธอด้วยความเร็วที่เธอคาดไม่ถึง ฝ่ามือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวคอดกิ่วแล้วดึงรั้งเข้าหาแผงอกกว้างอย่างแรง แรงปะทะทำให้ลมหายใจของทั้งคู่สะดุด กลิ่นกายหอมกรุ่นเฉพาะตัวของเธอยังคงแผดเผาประสาทสัมผัสของเขาให้แหลกละเอียดเช่นเดียวกับในอดีต ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง... นอกจากความเข้มแข็งในแววตาคู่นั้นที่ทำให้เขารู้สึกว่าตนเองเป็นเพียงฝุ่นผง
"ปล่อยนะ คินน์... เราหย่ากันขาดแล้ว คุณไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องตัวฉันด้วยซ้ำ!" เธอพยายามขัดขืน มือเรียวเล็กดันแผงอกแกร่งเอาไว้ แต่แรงมหาศาลจากอดีสามีกลับทำให้เธอกลายเป็นเพียงลูกนกในกำมือ
"ไม่มีสิทธิ์งั้นเหรอ?" คินน์ก้มลงกระซิบชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนเธอน้ำตารื้นด้วยความวับวามที่พวยพุ่งขึ้นมาอย่างไร้การควบคุม "ในเมื่อคุณเลือกที่จะเดินเข้ามาในเกมนี้เอง รินรดา คุณก็ควรจำให้ขึ้นใจว่า... บนโลกนี้ไม่มีผู้ชายคนไหนมีสิทธิ์ในตัวคุณทั้งนั้น นอกจากผมคนเดียว!"
ริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี จูบที่เต็มไปด้วยความหึงหวง ความโกรธเกรี้ยว และความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกกดทับไว้เนิ่นนาน รินรดาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ความตั้งใจที่จะผลักไสเขาเลือนหายไปในพริบตาเมื่อรสสัมผัสคุ้นเคยเริ่มหลอมละลายกำแพงทิฐิที่เธอสร้างขึ้นมานานนับปี เสียงครางประท้วงในลำคอถูกกลืนหายไปกับริมฝีปากที่บดขยี้ลงมาอย่างเอาแต่ใจ มือหนาปัดป้องเส้นผมยาวสลวยให้พ้นลำคอ ก่อนจะขบเม้มผิวเนื้อเนียนนุ่มจนเกิดรอยแดงจางๆ ท่ามกลางความมืดที่โอบล้อม
เนื้อตัวของทั้งคู่ร้อนระอุราวกับมีเปลวเพลิงแผดเผา คินน์อุ้มร่างบางขึ้นแนบอกโดยไม่ยอมปล่อยให้ริมฝีปากเป็นอิสระ รินรดาเผลอโอบรอบลำคอหนาอย่างลืมตัว ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีถูกความหอมหวานและรัญจวนใจเข้าครอบงำ สัมผัสจากมือสากที่ลูบไล้ไปตามเรียวขาภายใต้เนื้อผ้าชั้นดีทำให้เธอสะท้านเฮือก แรงปรารถนาที่ทั้งคู่พยายามปฏิเสธมาตลอดพวยพุ่งทะยานจนเกินกว่าจะเหนี่ยวรั้ง
เมื่อร่างของเธอล้มลงบนเตียงนอนนุ่มกว้าง คินน์ก็ตามทาบทับลงมาดั่งราชสีห์ตะครุบเหยื่อ ดวงตาคมกริบมองสำรวจเรือนร่างอรชรที่กระเพื่อมไหวตามแรงหอบหายใจ เสื้อผ้าภายนอกถูกปลดเปลื้องออกทีละชิ้นด้วยความเร่าร้อนและชำนาญ นิ้วเรียวยาวของเขาไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าที่คุ้นเคยดีทุกตารางนิ้ว เรียกเสียงครางหวานหูจากริมฝีปากอิ่มที่บวมเจ่อจากการจูบ
"คินน์... อื้อ..."
เสียงหวานอุทานชื่อเขาออกมาด้วยความสั่นพร่า เมื่อความเร่าร้อนดำเนินมาถึงจุดที่ไม่มีใครยอมใคร รินรดาแอ่นกายรับสัมผัสวาบหวามที่เขาปรนเปรอให้ ความโกรธเกรี้ยวในคราแรกแปรเปลี่ยนเป็นเพลิงพิศวาสที่แผดเผาทั้งห้องสวีทให้ลุกเป็นไฟ เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดเคล้าคลอไปกับเสียงครางต่ำในลำคอของชายหนุ่ม ทุกสัมผัสคือการเรียกร้อง ทวงคืน และการผสมผสานของสองวิญญาณที่โหยหากันและกันมาเนิ่นนาน
เขาลากไล้ริมฝีปากไปตามเนินอกอิ่มและหน้าท้องแบนราบ สร้างความซาบซ่านจนเธอต้องจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างเพื่อระบายความเสียวซ่าน ร่างกายที่แนบชิดติดกันอย่างไร้รอยต่อทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว คินน์สอดประสานกายเข้าหาเธอด้วยความลึกซึ้งและหนักหน่วง รสชาติของความสุขสมพวยพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด รินรดากรีดร้องชื่อเขาออกมาเบาๆ ในความเงียบงัน ขณะที่ร่างของทั้งคู่กระตุกเกร็งรับความหรรษาอันรุนแรงที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้...
ความเงียบสงบกลับคืนสู่ห้องสวีทอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของทั้งคู่ที่นอนแนบชิดกันอยู่บนเตียงนอนกว้าง คินน์กอดกระชับร่างเปลือยเปล่าของอดีตภรรยาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าตื่นขึ้นมาแล้วเธอจะหายวับไปกับตา ริมฝีปากหยักจูบลงบนหน้าผากมนด้วยความทะนุถนอมอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อนในรอบหลายปี
แต่แล้ว ความเงียบงันในยามดึกก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงกริ่งหน้าห้องสวีทที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง...
คินน์ขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด เขาผุกตัวลุกขึ้นคว้าเสื้อคลุมมาสวมอย่างลวกๆ ด้วยความไม่พอใจที่มีคนมารบกวนช่วงเวลาความเป็นส่วนตัว รินรดายันกายลุกขึ้นเช่นกัน ดวงตากลมโตฉายแววระแวงระวังขณะที่ใช้ผ้าห่มคลุมกายไว้
ชายหนุ่มเดินไปเปิดประตูด้วยใบหน้าบึ้งตึง คิดจะต่อว่าพนักงานโรงแรมที่ไม่รู้จักกาลเทศะ ทว่า... ภาพเบื้องหลังบานประตูสีเข้มกลับทำให้ลมหายใจของเขาติดขัด และความง่วงงุนทั้งหมดมลายหายไปในพริบตา
เด็กชายตัวน้อยวัยประมาณสี่ขวบ ในชุดนอนลายการ์ตูนน่ารัก กำลังยืนขยี้ตาปรืออยู่หน้าห้อง โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงแรมยืนยันความปลอดภัยอยู่ข้างๆ และที่สำคัญที่สุด... ดวงตากลมโตคู่นั้น จมูกโด่งรั้น และโครงหน้าของเด็กชายคนนั้น ถอดแบบมาจากกระจกเงาของคินน์ในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน!
"คุณอาฮะ... คุณแม่บอกว่าให้มาตามคุณอา..." เสียงใสแจ๋วเอמהขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มพิมพ์ใจที่ทำเอาคินน์ยืนแข็งค้าง ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจในยามวิกาล
ด้วยรักและปรารถนาดีจาก ชฎาพรายไวน์แดง ค่ะ
ทัณฑ์รักรอยตราพยศ•ตอนที่ 15
ในห้องสวีทโรงแรมหรู
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักรอยตราพยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!