ทัณฑ์รักรอยตราพยศ•ตอนที่ 4

กลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคย

ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
"คุณคิดว่าความพยายามตื้นเขินแค่นี้ จะซื้อความเจ็บปวดที่ฉันเคยได้รับคืนมาได้หรือคะ... คุณคินน์" เสียงหวานเยือกเย็นที่หลุดลอดริมฝีปากอิ่มเคลือบลิปสติกสีไวน์แดงสด ราวกับใบมีดอาบยาพิษที่กรีดลงบนกลางใจของชายหนุ่มโดยไม่ต้องออกแรง รินรดาในชุดสูทเข้ารูปสีครีมตัดเย็บอย่างประณีต ยืนกอดอกมองร่างสูงใหญ่ของอดีตสามีด้วยสายตาราบเรียบ ไร้ซึ่งร่องรอยของความโหยหาอาลัยอาวรณ์เหมือนผู้หญิงโง่เขลาคนเดิมในอดีต คินน์ อัครเดโช ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นเป็นริ้ว ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและถือดี บัดนี้กลับฉายแววสั่นไหวอย่างปิดไม่มิด เมื่อต้องเผชิญหน้ากับอดีตภรรยาที่ครั้งหนึ่งเขาเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีเสียจนไม่เหลือชิ้นดี ทว่าวันนี้เธอกลับสง่างามราวกับพญาหงส์ที่บินอยู่บนฟ้าสูงลิบ ล่อตาล่อใจให้เขาอยากเอื้อมมือคว้ากลับมาสู่อ้อมอก ทว่ากลับทำได้เพียงยืนกลืนก้อนความขมขื่นลงคอ "ริน... ผมไม่ได้ตั้งใจ..." "คำแก้ตัวราคาถูกแบบนั้น เก็บไว้พูดกับผู้หญิงที่ยอมคุณเถอะค่ะ" รินรดาตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม ก่อนจะก้าวถอยหลังเพื่อหลีกหนีการคุกคามจากร่างสูงที่ขยับเข้าใกล้ ทว่าจังหวะนั้นเอง... *ครืนนน! โครม!* แรงสั่นสะเทือนสะท้านสะเทือนเลื่อนลั่นจากระบบควบคุมของตัวอาคารสำนักงานใหญ่ใจกลางเมืองหลวง เกิดขึ้นอย่างไม่มีปล่อยให้ตั้งตัว ไฟในโถงทางเดินและภายในตัวลิฟต์โดยสารแก้วหรูดับวูบลงพร้อมกัน ความมืดมิดเข้ากลืนกินพื้นที่รอบตัวในพริบตา ตามมาด้วยเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังระรัวก้องกังวาน ลิฟต์ตัวหรูที่กำลังนำพาร่างของทั้งสองเคลื่อนตัวลงสู่ชั้นล่าง เกิดสะดุดและกระชากตัวอย่างรุนแรงก่อนจะหยุดนิ่งสนิทค้างอยู่ระหว่างชั้นที่สามสิบแปดและสามสิบเก้า! "กรี๊ด..." รินรดาอุทานออกมาด้วยความตกใจ แรงเหวี่ยงจากการกระชากทำให้ร่างระหงเสียหลักเซถลาล้มลง ทว่าก่อนที่ร่างของเธอจะกระแทกกับพื้นสเตนเลสเย็นเฉียบ อ้อมแขนแข็งแกร่งของใครบางคนก็คว้าเอวบางไว้ได้ทัน พร้อมกับดึงร่างเธอเข้ามาชิดแนบแผ่นอกกว้างตามสัญชาตญาณ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายคุ้นจมูก... กลิ่นไม้ซีดาร์ผสมความเย้ายวนของแอมเบอร์และกลิ่นบุหรี่จางๆ ที่เธอเคยซุกซบและจดจำได้ฝังใจ รินรดาร่างกายแข็งค้างไปชั่วขณะ ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดอยู่ข้างขมับทำให้หัวใจที่เคยด้านชาเต้นผิดจังหวะอย่างน่ารังเกียจ "ริน! คุณเป็นอะไรไหม เจ็บตรงไหนหรือเปล่า" เสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความตื่นตระหนกและห่วงใยอย่างแท้จริงดังชิดริมหู คินน์กระชับวงแขนกอดร่างนุ่มนิ่มไว้แน่นโดยไม่ยอมปล่อย แม้ในความมืดจะมองไม่เห็นใบหน้าของกันและกันชัดเจนนัก ทว่าสัมผัสจากอุณหภูมิร่างกายและเสียงเต้นของหัวใจที่สะท้อนผ่านหน้าอกหนา กลับชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด "ปล่อยค่ะ! ถอยออกไปนะ!" รินรดารวบรวมสติ ผลักอกกว้างของเขาออกสุดแรง ทว่ามีหรือที่แรงอันน้อยนิดของหญิงสาวจะสู้แรงของอดีตสามีผู้เอาแต่ใจได้ คินน์กลับยิ่งใช้มืออีกข้างประคองท้ายทอยมนของเธอไว้ ไม่ยอมให้เธอเบือนหน้าหนี "ปล่อยให้โง่สิครับ... ในเมื่อฟ้าอุตส่าห์ส่งเราให้มาติดอยู่ในที่แคบๆ ด้วยกันแบบนี้" น้ำเสียงของคินน์เปลี่ยนเป็นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกกักเก็บมาเนิ่นนาน ความมืดมิดรอบตัวช่วยปลุกเร้าสัญชาตญาณความต้องการที่เขาพยายามกดทับมันมาตลอดหลายปี "คุณมันบ้า! นี่มันเรื่องฉุกเฉินนะ คินน์! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ไม่งั้นฉันจะ..." คำขู่ทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวทาบทับลงมาปิดเรียวปากอิ่มของเธออย่างไร้การ The warning จูบที่เต็มไปด้วยความโหยหา ความเจ็บปวดสำนึกผิด และแรงปรารถนารุ่มร้อนที่โหมกระหน่ำซัดสาดเข้ามาในความมืด รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอพยายามทุบตีอกกว้างและเบือนหน้าหนี ทว่าคินน์กลับยิ่งได้ใจ มือหนาเลื่อนลงมาโอบรัดเอวคอดกิ่วให้แนบชิดติดกับกายแกร่งจนแทบไม่มีช่องว่าง ลมหายใจของทั้งคู่ผสานเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางบรรยากาศที่ร้อนอบอ้าวและออกซิเจนที่เริ่มเจือจาง รสจูบที่เริ่มต้นด้วยความดุดันและเอาแต่ใจ ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงอารมณ์ลงเมื่อสัมผัสได้ถึงความสั่นเทาจากเรียวปากนุ่มที่แม้จะพยายามขัดขืน แต่ร่างกายกลับตอบสนองต่อสัมผัสคุ้นเคยอย่างทรยศ รินรดารู้สึกเหมือนเรี่ยวแรงทั้งหมดกำลังละลายหายไปในความมืด กลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคยปลุกเร้าความทรงจำสีจางในอดีต ความหวานล้ำที่เจือด้วยความเจ็บปวดทำให้มือเรียวที่เคยทุบตีเขา ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตเนื้อดีของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว คินน์ขบเม้มริมฝีปากล่างของเธอเบาๆ อย่างออดอ้อน ลิ้นร้อนชื้นรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำที่เขาโหยหามาเนิ่นนาน ความรู้สึกผิดและความรักที่อัดแน่นระเบิดออกมาผ่านสัมผัสวาบหวามที่ลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายของทั้งคู่ร้อนรุ่มราวกับมีเปลวเพลิงแผดเผา ความยับยั้งชั่งใจที่เคยมีพังทลายลงในความเงียบงันของลิฟต์ที่หยุดนิ่ง มือหนาลูบไล้ไปตามส่วนโค้งเว้าของสะโพกผ่านเนื้อผ้าสูทอย่างถือวิสาสะ ลมหายใจหอบกระชั้นของคนทั้งสองดังประสานกันท่ามกลางเสียงหัวใจที่เต้นรัวระรัว รินรดารู้สึกศีรษะหมุนเคว้ง ร่างกายอ่อนปวกเปียกจนต้องซบหน้าลงกับแผงอกกว้างเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว ปากอิ่มเผยอรับสัมผัสวาบหวามอย่างยินยอมพร้อมใจ แม้สมองจะสั่งให้ผลักไส แต่วิญญาณกลับโหยหาอ้อมกอดนี้อย่างน่าสมเพช ทว่า... ในวินาทีที่ไฟสำรองฉุกเฉินสีแดงสลัวติดพรึบขึ้น พร้อมกับเสียงกระดิ่งเตือนภัยและเสียงตะโกนจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยด้านนอกที่ดังแทรกเข้ามา... *กริ๊งงง! "คุณคินน์ครับ! คุณรินรดาครับ! ได้ยินเสียงผมไหมครับ ทางเรากำลังเร่งงัดประตูแล้วครับ!"* ภาพสะท้อนในกระจกเงาด้านหลังที่กลับมาสว่างโร่ เผยให้เห็นภาพของอดีตสามีภรรยาที่กำลังกอดก่ายแนบชิด ริมฝีปากบวมเจ่อและเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่จากการคลอเคลีย รินรดาสดุ้งเฮือกราวกับคนตื่นจากฝันร้าย สติสัมปชัญญะกลับคืนมาพร้อมความรู้สึกละอายใจและโกรธตัวเองที่พ่ายแพ้ให้กับซาตานร้ายอย่างเขาอีกครั้ง เธอใช้แรงทั้งหมดผลักอกคินน์ออกอย่างแรง จนร่างสูงเซถอยหลังไปสองก้าว รินรดายกมือขึ้นเช็ดริมฝีปากตัวเองลวกๆ สายตาดุดันที่มองตรงมายังเขาเต็มไปด้วยความเย็นชาและเกลียดชังที่เพิ่มเป็นทวีคูณ "อย่าได้ใจให้มันมากนักนะคะ... คุณคินน์" เธอเอ่ยเสียงสั่นพร่าแต่หนักแน่น ก่อนที่ประตูลิฟต์ด้านนอกจะถูกงัดเปิดออกด้วยแรงของเจ้าหน้าที่ พร้อมกับแสงไฟจ้าที่สาดส่องเข้ามา รินรดาก้าวสวนออกไปทันing โดยไม่แม้แต่จะชายตามองอดีตสามีที่ยืนหอบหายใจด้วยความเสียดาย ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะก้าวพ้นตัวลิฟต์ สายตากลับเหลือบไปเห็นซองเอกสารลับชิ้นหนึ่งที่หล่นอยู่ตรงมุมพื้นลิฟต์ใกล้เท้าของคินน์—มันคือรายงานผลตรวจสุขภาพและประวัติการรักษาของเด็กชายวัยสี่ขวบคนหนึ่ง ที่มีนามสกุล "พีรวิชญ์" หราอยู่บนหน้าปก... และใบหน้าในรูปถ่ายนั้น ถอดแบบมาจากคินน์ อัครเดโช ราวกับพิมพ์เดียวกัน! - ชฎาพรายไวน์แดง
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักรอยตราพยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%