กลิ่นอายของชา Earl Grey ที่ผสมผสานความหอมอบอวลของดอกลาเวนเดอร์ในแก้วเซรามิกเคลือบมุกราคาแพง ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวของห้องสูทเพนต์เฮوسต์หรูใจกลางมหานครน่ารื่นรมย์ขึ้นมาได้เลยสักนิด เมื่อเบื้องหน้าของ คินน์ อัครเดโช คือร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีงาช้างของแบรนด์ห้องเสื้อชั้นสูง ที่กำลังนั่งไขว่ห้างอย่างสง่างามราวกับราชสีห์ผู้ถือไพ่เหนือกว่าในทุกประตู
รินรดา พีรวิชญ์ ในยามนี้... ไม่ใช่ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนเดิมที่เคยนั่งร้องไห้กอดเข่ารอเขาอยู่บนเตียงนอนกว้างอย่างไร้ค่าในค่ำคืนอันหน็บหนาวเมื่อสามปีก่อนอีกแล้ว
ความเยือกเย็นที่ฉาบทับอยู่บนดวงหน้าเรียวรูปไข่ นั้นคมกริบยิ่งกว่าใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง สายตาคู่คมที่มองลอดผ่านแว่นตากรอบทองบางเบาคู่นั้นเต็มไปด้วยความว่างเปล่า... ความว่างเปล่าที่น่ากลัวที่สุด เพราะมันแปลว่าเขา "ไม่มีตัวตน" ในสายตาของเธออีกต่อไปแล้ว
"เอกสารสัญญาซื้อขายหุ้นล็อตสุดท้าย ดิฉันได้ให้ทางฝ่ายกฎหมายตรวจสอบเรียบร้อยแล้วค่ะ คุณคินน์สามารถจรดปากกาเซ็นลงนามได้เลย จะได้ไม่ต้องเสียเวลาอันมีค่าของทั้งสองฝ่าย"
น้ำเสียงหวานที่เคยออดอ้อนคลอเคลียอยู่ข้างหูเขาในยามค่ำคืน บัดนี้ราบเรียบ ห่างเหิน และเป็นทางการจนน่าใจหาย มันคือโทนเสียงแบบเดียวกับที่เธอใช้พูดคุยกับคู่ค้าทางธุรกิจ ไม่มีความอาลัยอาวรณ์ ไม่มีความโกรธเกลียด หลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความเยียบเย็นที่แผ่ซ่านออกมาราวกับรอบตัวเธอมีกำแพงน้ำแข็งหนาทึบกั้นขวาง
คินน์กำปากกาในมือแน่นจนข้อต่องนิ้วขึ้นสีขาวซีด ดวงตาคมกริบจับจ้องใบหน้านวลเนียนที่ไม่ได้เปลี่ยนไปเลย... หรืออันที่จริง เธอดงงามทรงเสน่ห์ขึ้นเป็นกอง ยามที่ริมฝีปากอิบอิ่มเคลือบลิปสติกสีแดงก่ำเผยอขึ้นน้อยๆ เพื่อเอื้อนเอ่ยถ้อยคำตัดรอน เขารู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่กลางฝูงชนด้วยซ้ำ
"ริน..." เสียงทุ้มต่ำหลุดลอดไรฟันออกมาอย่างยากเย็น คินน์กลืนก้อนความขมขื่นลงคอ "เรา... จำเป็นต้องคุยกันมากกว่าเรื่องธุรกิจไหม สามปีที่ผ่านมา..."
"สามปีที่ผ่านมา เป็นอดีตที่ดิฉันลบเลือนทิ้งไปจนหมดสิ้นแล้วค่ะคุณคินน์" รินรดายกมือขึ้นตัดบทอย่างสุภาพ แต่เด็ดเดี่ยว ดวงตาคู่สวยตวัดกลับมาสบตาเขาตรงๆ ไม่มีอาการหลบตา ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความไหวหวั่น "กรุณาอย่ารื้อฟื้นเรื่องไร้สาระขึ้นมาพูดให้เสียเวลาทำงานเลยค่ะ เราหย่าขาดจากกันอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้วสถานะของเราในตอนนี้คือ 'คู่ค้าทางธุรกิจ' เท่านั้น หวังว่าจะเข้าใจนะคะ"
คำว่า 'คู่ค้าทางธุรกิจ' กรีดแทศลึกลงไปในกลางใจของอดีตสามีผู้เย่อหยิ่งจนชาหนับ คินน์รู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุดกะทันหัน ภาพของภรรยาตัวน้อยที่เคยซุกกายร้องไห้ในอ้อมกอด วิ่งวนซ้ำเข้ามาในหัวราวกับจะเยาะเย้ยความโง่เขลาของตนเองในอดีต เขากลายเป็นคนผลักไสเพชรเม็ดงามที่สุดในชีวิตทิ้งไป เพียงเพราะความเย่อหยิ่งและทิฐิอันไร้สาระ
ร่างสูงผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้หนังราคาแพง ขายาวก้าวพรวดเดียวก็ประชิดเข้าหาร่างระหงที่นั่งอยู่ได้อย่างรวดเร็ว รินรดาไม่มีทีท่าตกใจ เธอเพียงแค่เงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยแววตานิ่งสนิท ไม่ถอยหนี แต่ก็ไม่ได้ขยับเข้าไปใกล้ กลิ่นกายหอมกรุ่นเฉพาะตัวที่คุ้นเคยโชยเข้าแตะนาสิก ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่เขาพยายามกดทับมันไว้ตลอดสามปีให้ตื่นขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง
มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าข้อแขนเรียวเล็กภายใต้เนื้อผ้าสูทเนื้อดี แต่รินรดากลับไวกว่า เธอเบี่ยงตัวหลบได้อย่างแนบเนียน พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่ทรงพลังยิ่งกว่าการตะโกน
"รักษามารยาทด้วยค่ะคุณคินน์ ถ้าคุณยังไม่อยากให้การเจรจาโปรเจกต์ร้อยล้านนี้ต้องล่มลงตรงนี้"
"ริน... เธอใจร้ายเกินไปแล้วนะ" คินน์เค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาแดงก่ำด้วยความอัดอั้นตันใจ "ฉันพยายามตามหาเธอ พยายามแก้ไขสิ่งที่เคยทำผิดพลาด เธอก็น่าจะรู้ว่าฉัน..."
"คุณไม่มีสิทธิ์พูดคำว่าพยายามหรอกค่ะ" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้เธอจะตัวเล็กกว่าเขา แต่รัศมีแห่งความมั่นใจและความเย่อหยิ่งที่ถูกขัดเกลามาอย่างดี ทำให้เธอยืนหยัดอยู่เบื้องหน้าเขาได้อย่างสง่างามราวกับพญาหงส์ "ในวันที่ฉันกราบกรานขอความเห็นใจ คุณเหยียบย่ำมันจนไม่เหลือชิ้นดี วันนี้ฉันเดินมาถึงจุดที่สูงเกินกว่าที่คุณจะเอื้อมถึงแล้ว คุณเพิ่งจะมานึกเสียดายงั้นเหรอบอกเลยนะคะ ว่ามันสายไปแล้ว... สายไปนานแล้วค่ะ"
ประโยคพูดนั้นบาดลึกราวกับเอามีดกรีดซ้ำลงบนแผลเดิม คินน์หายใจติดขัด หัวใจเต้นกระหน่ำรัวด้วยแรงอารมณ์ที่ตีรวน ทั้งโกรธ ทั้งเจ็บปวด และ... ปรารถนาเธอจนแทบคลั่ง สัญชาตญาณความดิบเถื่อนของชายหนุ่มพุ่งพล่าน ร่างสูงพุ่งเข้าประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว กักขังร่างบางไว้ระหว่างพนักพิงเก้าอี้และแผงอกกว้างของตนเอง
"ปล่อยนะคะ!" รินรดาขมวดคิ้วมุนด้วยความไม่พอใจ ดวงตาคมวาวโรจน์ขึ้นวับหนึ่ง แต่ก็ยังคงความเยือกเย็นไว้ได้เป็นอย่างดี "คุณกำลังทำผิดสัญญาการประชุมนะคุณคินน์!"
"ฉันไม่สนสัญญาบ้าบออะไรทั้งนั้น!" คินน์คำรามเสียงต่ำในลำคอ ใบหน้าคมคายโน้มลงต่ำจนลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มเนียนนุ่ม สัมผัสใกล้ชิดนี้สั่นคลอนหัวใจของเขารุนแรงจนควบคุมไม่อยู่ กลิ่นหอมหวานที่คุ้นเคย ร่างกายอ้อนแอ้นที่แนบชิด ทำให้ความอดทนทั้งหมดพังทลายลงในพริบตา
เขาก้มลงหมายจะบดขยิมริมฝีปากอิบอิ่มที่เอาแต่เอ่ยคำใจร้ายใส่เขาตลอดเวลา แต่รินรดากลับเบือนหน้าหนีได้อย่างเฉียบคม ปลายจมูกโด่งรั้นจึงเฉียดผ่านแก้มใสไปอย่างน่าเสียดาย ก่อนที่ฝ่ามือเรียวเล็กจะยกขึ้นดันแผงอกแกร่งไว้อย่างเต็มแรง
"อย่าทำตัวต่ำทรามแบบนี้ค่ะคุณคินน์ มันน่าสมเพช"
คำว่า 'น่าสมเพช' เป็นดั่งน้ำมันราดลงบนกองเพลิง คินน์โกรธจนสติหลุด รวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้ไว้ด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ก่อนจะใช้มืออีกข้างเชยคางมนขึ้นบังคับให้เธอมองหน้าเขา ดวงตาคู่คมลุกโชนไปด้วยไฟปรารถนาและโทสะระคนกัน
"อยากรู้ไหมล่ะ ว่าคนที่เธอว่าน่าสมเพชคนนี้ จะทำอะไรเธอกับคำพูดอวดดีพวกนี้ได้บ้าง!"
คินน์ไม่รอให้เธอได้ตอบโต้ ริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงบนเรียวปากอิ่มทันทีอย่างเอาแต่ใจ ความโหยหาตลอดสามปีระเบิดออกมาเป็นรสจูบที่ทั้งดุดัน เร่าร้อน และเรียกร้องสิทธิ์อย่างไร้ความปรานี เขากวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากนุ่มอย่างตะกละตะกลาม มือหนาลูบไล้ไปตามแนวสันหลังระหง บีบเคล้นเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวจนแนบสนิท รินรดาพยายามขัดขืน ทุบตีอกแกร่ง และเม้มปากแน่นเพื่อขัดขวาง แต่แรงมหาศาลของผู้ชายที่เหนือกว่าทำให้เธอเริ่มเสียเปรียบ
ความวาบหวามระAร่อนแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย กลิ่นอายความเป็นชายที่คุ้นเคยปลุกเร้าไฟสวาทที่เธอพยายามฝังกลบไว้ให้ตื่นขึ้นมาทีละน้อย ร่างกายของทั้งคู่ต่างจดจำสัมผัสของกันและกันได้เป็นอย่างดี ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันเป็นจังหวะท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานหรู
ทว่า... ในวินาทีที่คินน์กำลังจะเคลิบเคลิ้มไปกับรสจูบที่เริ่มอ่อนลงและความยินยอมพร้อมใจที่แฝงอยู่ในแรงตอบสนองอันน้อยนิดนั้น เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นขัดจังหวะมารผจญอย่างไม่รู้กาลเทศะ
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
"คุณรินรดาครับ เอกสารด่วนจากลอนดอนมาถึงแล้วครับ... เอえ... ขอโทษครับ ผมเข้ามาขัดจังหวะหรือเปล่าครับ"
เสียงทุ้มของ ธันวา คู่แข่งทางธุรกิจคนสำคัญและนักลงทุนหนุ่มผู้กุมหัวใจรินรดาในปัจจุบัน ดังแทรกขึ้นพร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกโดยไม่รออนุญาต
คินน์ชะงักกึกผละริมฝีปากออกจากร่างบางอย่างหัวเสีย เขาดึงรินรดาให้มาหลบอยู่ด้านหลังพร้อมกับตวัดสายตาดุดันมองไปยังผู้มาใหม่ แต่ทว่า... สายตาของคินน์กลับสะดุดเข้ากับร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยประมาณสองขวบเศษ ที่ยืนเกาะชายเสื้อสูทของธันวาอยู่ข้างหลัง
ดวงตากลมโตสุกใส จมูกโด่งรั้น และโดยเฉพาะลักยิ้มข้างแก้มยามที่เด็กน้อยเอียงคอมองเขาด้วยความสงสัย... มันคือพิมพ์เดียวกันกับกระจกเงาของเขาในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน!
หัวใจของคินน์หยุดเต้นไปชั่วขณะ ลมหายใจติดขัด ร่างกายชาวาบตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อมในยามวิกาล
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในห้วงอารมณ์อันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ - ชฎาพรายไวน์แดง
ทัณฑ์รักรอยตราพยศ•ตอนที่ 2
ระยะห่างที่ไม่มีวันบรรจบ
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักรอยตราพยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!