กลิ่นไวน์วินเทจราคาแพงระยับเคล้าคลอไปกับเสียงเครื่องสายคลาสสิกในห้องโถงใหญ่ของโรงแรมหรูใจกลางมหานคร แสงไฟจากแชนเดอเลียร์คริสตัลระยิบระยับสะท้อนลงบนเรือนร่างอรชรในชุดราตรีผ้าไหมสีนิลเข้ารูป ไหล่เนียนกลึงเปลือยเปล่ารับกับแผ่นหลังเรียบเนียนที่ทอดตัวยาวอย่างน่ามอง รินรดา พีรวิชญ์ ยืนสงบนิ่งอยู่มุมหนึ่งของงาน เธอยกแก้วทรงสูงขึ้นจิบรสชาติฝาดเฝื่อนอย่างเยือกเย็น สายตากวาดมองความโอ่อ่ารอบตัวด้วยความรู้สึกที่แทบไม่หลงเหลือเยื่อใยแห่งอดีตอีกต่อไป สามปีที่ผ่านมา... เธอไม่ได้เป็นเพียงแค่นักโทษทางความรู้สึกที่ถูกกักขังไว้ในกรงทองของตระกูลอัครเดโชอีกแล้ว บัดนี้ รินรดาคือดีไซเนอร์ระดับโลกผู้กุมอำนาจและชื่อเสียง เป็นผู้หญิงที่ผู้ชายหลายคนปรารถนาจะไขว่คว้า แต่ไม่มีวันเอื้อมถึง
"คุณรินรดาครับ... ดูเหมือนว่าค่ำคืนนี้ จะมีสายตาคู่หนึ่งจ้องมองคุณไม่วางตาเลยนะะคะ"
เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมใบหู พร้อมกับสัมผัสสุภาพที่แตะเบาๆ ตรงข้อศอก ธันวา นักลงทุนหนุ่มไฟแรงผู้ก้าวเข้ามาเป็นพันธมิตรทางธุรกิจคนสำคัญของเธอแย้มยิ้มพราย ดวงตาคมกริบฉายแววท้าทายขณะปรายตามองไปยังอีกฟากหนึ่งของห้องโถง
รินรดาชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวเดิน เธอไม่ได้หันไปมองตามทันที แต่หัวใจกลับเต้นกระหน่ำรัวราวกองศึกที่ถูกตีประชิด ปฏิกิริยาอัตโนมัติของร่างกายเธอบ่งบอกชัดเจนว่า เจ้าของสายตานั้นคือใคร... คินน์ อัครเดโช อดีตสามีผู้เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
"ปล่อยเขาไปเถอะค่ะ ธันวา... คนบางคน สำหรับรินแล้ว ก็เป็นแค่เศษเสี้ยวของอดีตที่ถูกเผาทำลายไปจนไม่เหลือแม้แต่ขี้เถ้าแล้วเหมือนกัน" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ เย็นชา และทรงพลัง จนธันวาถึงกับหัวเราะในลำคอด้วยความพึงพอใจ
ทว่า ในขณะที่รินรดากำลังจะผินกายเดินเลี่ยงไปทางระเบียงด้านนอกเพื่อหลีกหนีบรรยากาศอึดอัด ฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยจนฝังใจก็หยุดลงตรงหน้า
"สามปี... นานพอที่จะทำให้คนเราเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เชียวหรือ รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำที่ติดจะแหบพร่าเล็กน้อยดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงใหญ่ในชุดสูททักซิโด้สั่งตัดพิเศษ คินน์ อัครเดโช ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าเธอ ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นกวาดมองภรรยาเก่าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ความเย่อหยิ่งและทะนงตัวที่เคยมีบัดนี้เจือปนไปด้วยความสั่นไหวและโหยหาอย่างปิดไม่มิด มือหนาของเขาเผลอยื่นออกไปหมายจะคว้าข้อมือเรียบเนียนนั้น แต่รินรดากลับเบี่ยงตัวหลบได้อย่างทันท่วงที ราวกับรังเกียจสัมผัสจากเขาเสียเต็มประดา
"กรุณาให้เกียรติด้วยค่ะ คุณคินน์... เราไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันมานานมากแล้ว" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตากลมโตคู่นั้นนิ่งสงบ เยືือกเย็น และว่างเปล่า จนคนมองรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาที่กลางอก
"ริน... ผมขอคุยด้วยหน่อย สองต่อสอง" คินน์เค้นเสียงลอดไรฟัน ความเย่อหยิ่งที่เคยค้ำคอถูกความจริงตรงหน้าบดขยี้จนแหลกสลาย เขาไม่เคยคิดเลยว่าผู้หญิงที่เคยร้องไห้อ้อนวอนขอความรักจากเขาในวันนั้น จะยืนอยู่ตรงนี้ด้วยท่าทีสง่างาม เย่อหยิ่ง และทรงพลังยิ่งกว่าใคร
"ไม่มีเรื่องอะไรที่เราต้องคุยกันอีกค่ะ เชิญคุณไปดูแลแขกของคุณเถอะ ทางนี้... ฉันมีคู่ค้ารออยู่แล้ว" เธอยิ้มเยาะที่มุมปากเล็กน้อย ก่อนจะส่งสายตาให้ธันวาที่ยืนยิ้มกริ่มรออยู่ไม่ไกล
ท่าทีเมินเฉยและสายตาที่มองเขาเป็นเพียงธาตุอากาศนั้น ทำให้ความอดทนเส้นสุดท้ายของคินน์ขาดผึ่ง ความหึงหวง ผสมผสานกับความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจมาตลอดสามปี ทำให้เขาตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่อาจคาดเดา มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของเธออย่างรวดเร็ว ก่อนจะออกแรงดึงร่างบางให้เดินตามเข้าสู่วีไอพีเลาจน์ส่วนตัวที่อยู่ด้านในสุดทันที โดยไม่สนสายตาของใครต่อใครที่หันมามอง
"ปล่อยฉันนะ! คุณบ้าไปแล้วหรือไง คินน์!" รินรดาตวัดเสียงกร้าวพยายามสะบัดแขนออกจากการเกาะกุม แต่แรงมหาศาลของชายหนุ่มกลับทำให้เธอตกอยู่ในพันธนาการที่แน่นหนายิ่งกว่าเดิม
ประตูห้องวีไอพีถูกปิดล็อกลงด้วยกลอนอัตโนมัติ บรรยากาศภายในเงียบสงบและเป็นส่วนตัวจนได้ยินเสียงลมหายใจที่หอบกระชั้นของคนทั้งคู่ คินน์ดันร่างบางจนแผ่นหลังนุ่มแนบชิดไปกับบานประตูไม้เนื้อดี ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดจนแทบไม่มีช่องว่าง อกแกร่งกระเพื่อมไหวด้วยแรงอารมณ์ที่ปะทุขึ้นในอก ดวงตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองริมฝีปากอิ่มสีแดงระเรื่อที่เคยเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว
"ใช่... ผมมันบ้า!" คินน์คำรามเสียงต่ำชิดริมฝีปากของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นแอลกอฮอล์ราคาแพงเป่ารดพวงแก้มเนียน "ผมบ้าที่ปล่อยให้ผู้หญิงใจร้ายอย่างคุณหนีไป... บ้าที่ต้องทนทรมานอยู่กับความว่างเปล่าทุกค่ำคืนตลอดสามปีที่ผ่านมา!"
"คนใจร้ายมันคือคุณต่างหาก คินน์!" รินรดาตวาดกลับด้วยความโกรธเกรี้ยว นัยน์ตาคู่สวยคลอหน่วงไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นที่ถูกกักเก็บไว้เนิ่นนาน "คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉัน ทำลายหัวใจฉัน จนมันไม่เหลือชิ้นดี แล้ววันนี้คุณมีสิทธิ์อะไรมาร้องขอความเห็นใจจากฉัน!"
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดแทงลงบนหัวใจของอดีตสามีผู้เย่อหยิ่ง คินน์ไม่แก้ตัว... เขารู้ดีว่าตัวเองสมควรได้รับความเกลียดชังนี้ แต่ทว่า สัญชาตญาณดิบเถื่อนและความโหยหาที่ถูกกดทับมานานนับพันวันกลับระเบิดออกมาอย่างไร้การควบคุม
มือหนาเลื่อนขึ้นประคองใบหน้าเนียนนุ่ม บังคับให้เธอแหงนเงยขึ้นรับสัมผัส รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเรียวปากหยักลึกทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี จุมพิตดุดัน เร่าร้อน และเปี่ยมไปด้วยความโหยหาถูกระดมมอบให้ราวกับจะลงทัณฑ์และเรียกร้องสิทธิ์ในเวลาเดียวกัน รสจูบที่ทั้งหวานล้ำและเจ็บปวดทำให้หัวใจของหญิงสาวสั่นสะท้าน เธอพยายามทุบอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่ยิ่งขัดขืน คินน์ก็ยิ่งรุกรานลึกซึ้งขึ้น มืออีกข้างสอดเข้าใต้ร่มผ้า ลูบไล้แผ่นหลังเนียนระอุด้วยความหลงใหล สัมผัสที่คุ้นเคยและแสนอันตรายกำลังปลุกเร้าเปลวไฟสวาทที่เคยถูกฝังกลบให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้งอย่างไม่อาจต้านทาน
ลมหายใจของทั้งคู่เริ่มติดขัด รสจูบที่ดุดันแปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งวาบหวาม รินรดาเผลอเผยริมฝีปากออกอย่างไร้การป้องกัน เปิดทางให้ลิ้นร้อนเข้ามาเกี่ยวพันตักตวงความหวานล้ำอย่างตะกละตะกลาม สัมผัสสั่นสะท้านแล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กายจนเข่าแทบทรุด อ้อมแขนแกร่งโอบรัดเอวคอดกิ่วเข้าหาแนบชิด จนรับรู้ได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วดั่งกลองศึก ร่างกายของทั้งสองฝ่ายหลอมรวมเข้าหากันด้วยแรงปรารถนาอันรุนแรงที่กาลเวลาไม่อาจลบเลือน ความโกรธแค้นในอดีตถูกแผดเผาจนมอดไหม้เหลือเพียงเพลิงสวาทที่โหยหากันและกันในความมืดมิดของค่ำคืนนี้
ทว่า ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังร้อนระอุและลึกซึ้งถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูก็กระแทกดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงใสแจ๋วของเด็กชายตัวน้อยดังลอดเข้ามาจากด้านนอก
"คุณแม่ครับ! คุณแม่หายไปไหนคะ... น้องคีย์รอนานแล้วนะ!"
รินรดาสะดุ้งสุดตัวราวกับถูกกระแสไฟฟ้าช็อต เธอดันร่างของคินน์ออกสุดแรงด้วยความตกใจสุดขีด ในขณะที่คินน์เองก็ชะงักงัน ดวงตาคมกริบเบิกกว้างด้วยความงุนงงเมื่อได้ยินสรรพนามและเสียงเรียกนั้น
ร่างสูงหันขวับกลับไปมองที่ประตูห้อง ก่อนจะก้มลงสบตากับอดีตภรรยาที่เวลานี้ใบหน้าถอดสีและเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นอย่างปิดไม่มิด
รินรดากัดริมฝีปากแน่น หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อตระหนักว่าความลับที่เธอพยายามปกปิดมาตลอดสามปี กำลังจะพังทลายลงในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้านี้แล้ว!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในห้วงอารมณ์อันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะคะ
- ชฎาพรายไวน์แดง -
ทัณฑ์รักรอยตราพยศ•ตอนที่ 1
หวนคืนใต้แสงเทียน
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักรอยตราพยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!