เงาอาฆาตในเรือนศิลาจารึก: เล่ห์กลข้ามภพสยบราชัน•ตอนที่ 19

ความรักท่ามกลางเถ้าถ่าน

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นธูปโบราณที่มอดไหม้จนเกือบหมดดอก ความมืดมิดภายในเรือนศิลาจารึกยามวิกาลถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงสีเขียวมรกตที่ลุกโชนขึ้นจากพื้นเรือนอย่างไร้ที่มา อาคมสายดําของแม่หญิงพikุลกรีดร้องโหยหวนดั่งเสียงภูตผีในขุมนรก ร่างโปร่งแสงของวิญญาณอาฆาตพุ่งทะยานเข้าใส่หม่อมเจ้าหญิงจันทร์กะพ้อหมายจะสิงสู่ร่างเพื่อปลดพันธนาการแห่งกาลเวลา ทว่าในวินาทีวิกฤตนั้น เงาร่างสูงใหญ่ของอ๋องจางเหว่ยกลับพุ่งเข้าขวางกั้นไว้ราวกับกำแพงเหล็กกล้า "อย่าบังอาจแตะต้องนาง!" สุ้มเสียงทรงอำนาจเอ่ยคำรามก้องดั่งพญาเสือโคร่งที่ปกป้องอาณาเขต แม้ในยามที่ลมหายใจของเขาเองกำลังจะขาดห่วน อ๋องจางเหว่ยสะบัดชายเสื้อคลุมปักลายมังกรทอง อาคมป้องกันตัวที่ถักทอด้วยพลังปราณแห่งราชสำนักต้าชิงระเบิดออกเป็นวงกว้าง ปะทะเข้ากับไออาคมสีดำสนิทของภูตผีเรือนไทยอย่างดุเดือด แรงสะท้อนจากคาถาโบราณทำให้แผ่นศิลาจารึกรอบห้องสั่นสะเทือน เลือดสีเข้มกระเซ็นออกจากมุมโอษฐ์ของท่านอ๋องผู้เยือกเย็น ทว่าเขากลับไม่มีทีท่าจะถอยแม้แต่ก้าวเดียว สายตาคมกริบคู่นั้นยังคงจ้องมองวิญญาณร้ายด้วยความดุดันและเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง จันทร์กะพ้อเบิกเนตรกว้างด้วยความตื่นตระหนก หัวใจของนางกระหน่ำรัวรากลองศึก มือเรียวบางสั่นเทาขณะเอื้อมไปคว้าแขนแกร่งของชายหนุ่มไว้ "ท่านอ๋อง... ท่านทำเช่นนี้ทำไม อาคมของนางกล้าแข็งเกินกว่ามนุษย์จะต้านทาน ท่านจะเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อหม่อมฉันผู้มีแต่คำสาปติดตัวทำไมกัน!" จางเหว่ยหันกลับมามองสตรีในอ้อมแขน นัยน์ตาคมปลาบที่เคยเย็นชาไร้ความรู้สึก บัดนี้กลับทอประกายความลึกซึ้งมั่นคงดั่งหินผา มือหนาเอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ชุ่มเหงื่อออกจากหน้าผากมนอย่างทะนุถนอม แม้ว่าฝ่ามือของเขาจะเปรอะเปื้อนไปด้วยโลหิตก็ตาม "ต่อให้ข้าต้องแหลกสลายกลายเป็นเถ้าถ่าน... ข้าก็ไม่มีวันยอมให้สิ่งใดมาพรากเจ้าไปจากสายตาของข้า" จางเหว่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่หนักแน่นราวกับคำประกาศิตจากสวรรค์ "จำไว้, จันทร์กะพ้อ... ชีวิตของเจ้าเป็นของข้า ผู้ใดก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้อง แม้กระทั่งความตาย!" ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องด้วยความโกรธเกรี้ยวของแม่หญิงพิกุลก็ดังทะลุโสตประสาท ร่างของผีเรือนไทยบิดเบี้ยวผิดรูปด้วยความเคียดแค้น ดวงตาแดงก่ำจ้องมองคนทั้งสองด้วยจิตอาฆาตที่รุนแรงขึ้นเป็นทวีคูณ "เจ้าชายต่างถิ่น... เจ้าคิดว่าเลือดเนื้อและลมปราณเพียงน้อยนิดจะปกป้องนางจากบาปกรรมที่บรรพบุรุษของมันก่อไว้ได้หรือ! วันนี้ ทั้งมันและเจ้าจะต้องสังเวยชีวิตให้แก่เรือนศิลาจารึกแห่งนี้!" สิ้นเสียงคำราม ไออาคมสีดำสนิทพวยพุ่งขึ้นจากพื้นเรือนกลายเป็นอสรพิษเพลิงนับร้อยตัว พุ่งตรงเข้ามาโอบล้อมทั้งคู่ไว้ราวกับตาข่ายมรณะ อุณหภูมิภายในห้องลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว จางเหว่ยกัดฟันกรอด แววตาดุดันฉายแววเด็ดเดี่ยว เขาใช้มือข้างหนึ่งโอบกระชับเอวบางของจันทร์กะพ้อไว้แน่น อีกมือหนึ่งดึงกระบี่โบราณประจำกายออกจากฝัก แสงสีทองจากคมกระบี่สะท้อนกับเปลวเพลิงจนเกิดประกายระยิบระยับดั่งเกล็ดมังกร "หากเจ้าอยากได้ชีวิตของเรานัก ก็ลองเข้ามา!" จางเหว่ยเหวี่ยงกระบี่ฟาดฟันเข้าใส่ฝูงอสรพิษเพลิงอย่างไม่เกรงกลัวความตาย ทุกตวัดคมดาบเต็มไปด้วยพลังปราณอันดุร้ายที่แผดเผาไออาคมให้สลายกลายเป็นควันสีเทา ทว่าวิญญาณของแม่หญิงพิกุลกลับทรงพลังเกินคาด แรงปะทะทำให้บาดแผลภายในของจางเหว่ยกำเริบ เลือดสดๆ ไหลทะลักออกจากปากของเขาอีกครั้ง หยดลงบนพื้นศิลาจารึกจนเกิดควันสีขาวพุ่งขึ้นมา จันทร์กะพ้อเห็นชายหนุ่มเลือดไหลไม่หยุด หัวใจของนางราวกับถูกบีบคั้นด้วยความเจ็บปวด นางรู้ดีว่าอักขระโบราณบนศิลาจารึกเหล่านี้คือต้นเหตุทั้งหมด และมีเพียงนางเท่านั้นที่จะหยุดยันต์อาคมนี้ได้ หญิงสาวตัดสินใจในเสี้ยววินาที นางสะบัดตัวหลุดจากการโอบกอดของจางเหว่ย พุ่งตรงไปยังแท่นศิลาใจกลางห้อง ท่ามกลางสายตาตื่นตระหนกของท่านอ๋อง "จันทร์กะพ้อ! เจ้าจะทำอะไร กลับมานี่เดี๋ยวนี้!" จางเหว่ยตะโกนลั่นด้วยความตกใจ รีบก้าวเท้าตามไปหมายจะคว้าตัวนางไว้ แต่ช้าไปเสียแล้ว หญิงสาวทรุดตัวลงคุกเข่าบนพื้นศิลาที่ร้อนระอุ ยกมือขึ้นกรีดลงบนฝ่ามือของตนเองจนเลือดสีแดงสดไหลรินหยดลงบนตัวอักขระโบราณ นางหลับตาลงท่องคาถาสתตอ้างถึงวิญญาณบรรพบุรุษด้วยน้ำเสียงก้องกังวานและเด็ดเดี่ยว ทันทีที่เลือดของทายาทสายตรงสัมผัสกับศิลาจารึก แสงสีทองสว่างวาบก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า แหวกม่านเมฆหนาทึบจนแสงจันทร์สาดส่องลงมากลางเรือน "หากความแค้นของท่านเกิดจากการถูกทรยศในอดีต ไยต้องมาลงทัณฑ์ผู้คนในยามนี้ด้วยเล่า แม่หญิงพิกุล..." จันทร์กะพ้อลืมตาขึ้น นัยน์ตาดำขลับฉายแววเด็ดเดี่ยวและเปี่ยมด้วยเมตตา "บ่วงกรรมนี้... ให้มันสิ้นสุดลงที่ข้าผู้เป็นทายาทคนสุดท้ายเถอะ!" ร่างของแม่หญิงพิกุลชะงักงัน เสียงกรีดร้องโหยหวนค่อยๆ เงียบลงเมื่อแสงจันทร์สาดส่องกระทบร่าง ทว่าในวินาทีที่ทุกอย่างทำท่าจะสงบลงนั้นเอง ประตูเรือนศิลาจารึกที่ควรจะถูกลงกลอนไว้อย่างแน่นหนากลับถูกผลักเปิดออกด้วยแรงลมมหาศาล เงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าแสงจันทร์ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ทำให้บรรยากาศกลับมาดิ่งลึกลงสู่ความน่าสะพรึงกลัวอีกครั้ง... "ช่างเป็นภาพที่น่าซาบซึ้งเสียจริง... แต่ Unfortunately, บ่วงกรรมนี้หาได้จบลงง่ายๆ เช่นนั้นไม่" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าความมืดมิดมาด้วยกัน ณ ศาลาริมน้ำโบราณแห่งนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอาฆาตในเรือนศิลาจารึก: เล่ห์กลข้ามภพสยบราชัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%