เงาอาฆาตในเรือนศิลาจารึก: เล่ห์กลข้ามภพสยบราชัน•ตอนที่ 3

อาคันตุกะจากต่างแดน

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
"เจ้ากำลังเล่นกับเงาที่ไม่มีวันตาย... หม่อมเจ้าหญิงจันทร์กะพ้อ" สุ้มเสียงนั้นไม่ได้ลอยมาตามสายลมหนาวรอบเรือนศิลาจารึก หากแต่ก้องกังวานขึ้นจากความว่างเปล่าภายในห้องโถงโบราณที่ปิดตาย กลิ่นอายของดินปืน สนิมดาบ และกลิ่นหอมจางๆ ของชาผู่หลงจากราชสำนักต้าชิงโชยเข้าปะทะนาสิกอย่างกะทันหัน ราวกับมิติเวลาอันยาวนานหลายร้อยปีถูกบิดให้โค้งงอมาบรรจบกัน ณ วินาทีนี้ หม่อมเจ้าหญิงจันทร์กะพ้อไม่สะดุ้งสะเทือน นางยังคงนั่งนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะหมู่บูชา แสงจากเปลวเทียนสีส้มสั่นไหววูบวาบ สะท้อนเงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมผ้าไหมปักดิ้นทองลายมังกรห้ากรงเล็บ ซึ่งยืนหยัดอยู่ ณ มุมมืดของเสาไม้ตะเคียนทอง ร่างนั้นทอดเงาทอดยาวทับร่างของนางจนมืดมิด ทว่าสิ่งที่ทำให้นางขนลุกเกรียวกายไม่ใช่ความหนยะแหยงจากภูตผี หากแต่เป็นความกดดันอันทรงอำนาจที่แผ่ออกมาจากบุรุษผู้นั้น—อำนาจที่เคยบดขยี้แผ่นดินอันไพศาลมาแล้ว ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวราตรีของอ๋องจางเหว่ยเหลือบมองแผ่นศิลาจารึกโบราณที่วางอยู่บนตั่งไม้ นัยน์ตาคู่นั้นไม่ได้มีแววตาของคนเป็น แต่เป็นประกายสีเงินยวงสะท้อนความตายและความอาดูรที่ยังไม่ได้รับการชำระ เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้โดยไร้ซึ่งสรรพเสียงใดๆ ราวกับสายหมอกยามวิกาลที่เคลื่อนตัวผ่านธรณีประตู "ท่านไม่ใช่ผีเรือนไทยที่ข้าเคยรู้จัก... และท่านก็ไม่ใช่เงาหลอนจากความฝัน" จันทร์กะพ้อเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนางราบเรียบ เยือกเย็น และมั่นคงผิดกับสตรีทั่วไป นางค่อยๆ วางพู่กันจีนในมือลงอย่างใจเย็น แม้หัวใจในอกจะเต้นระรัวดั่งกลองศึก "สตรีจากตระกูลจันทร์กะพ้อไม่เคยหวาดกลัววิญญาณเร่ร่อน... ยิ่งเป็นวิญญาณข้ามภพจากแดนไกลด้วยแล้ว ยิ่งน่าสนใจว่าเหตุใดจึงต้องดั้นด้นมาถึงเรือนหลังนี้" อ๋องจางเหว่ยยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น รอยยิ้มของพญายมผู้พิจารณาโทษทัณฑ์ ร่างกึ่งคนกึ่งวิญญาณของเขาย่างสามซุงเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงาน ห่างจากนางเพียงแค่เอื้อมมือ กลิ่นอายความเย็นเยียบแผ่ซ่านจนไอน้ำกลายเป็นเกล็ดน้ำค้างบางๆ เกาะตามปลายเส้นผมของเขา "เจ้าช่างกล้าหาญนัก หรือโง่เขลากันแน่ ที่กล้าต่อรองกับเงาของขุนศึกผู้เคยอาบเลือดศัตรูมานับหมื่น" เสียงทุ้มต่ำกังวานราวกับระฆังสำริดในสุสานโบราณ "ศิลาจารึกแผ่นนั้น... ไม่ใช่สมบัติของตระกูลเจ้า แต่มันคือ ‘กุญแจ’ ที่เชื่อมระหว่างสองภพ และมันกำลังสูบพลังชีวิตของข้าให้สลายกลายเป็นธุลี หากเจ้ายังดื้อดึงที่จะถอดรหัสลับนั้นต่อไป อีกไม่นาน... ร่างกายและจิตวิญญาณของเจ้าก็จะกลายเป็นภาชนะรองรับความแค้นของข้า... และของบางสิ่งที่กำลังรอเวลาคลานขึ้นมาจากขุมนรกใต้ถุนเรือนนี้" คำพูดของเขาทำให้หางตาของจันทร์กะพ้อกระตุกวูบ ภาพหลอนของแม่หญิงพิกุลที่มักจะปรากฏกายพร้อมรอยยิ้มอาบโลหิตและกลิ่นสาปสรางค์ในยามดึกสงัดผุดขึ้นมาในห้วงความคิดทันที นางรู้ดีว่าเรือนจันทร์กะพ้อหลังนี้ถูกจองจำด้วยคำสาปโบราณ และศิลาจารึกแผ่นนี้คือต้นตอของปริศนาทั้งหมด แต่นางไม่เคยล่วงรู้เลยว่า... การไขรหัสของนาง กำลังเปิดประตูต้อนรับมหันตภัยที่ร้ายแรงยิ่งกว่าภูตผีเรือนธรรมดา "ถ้าเช่นนั้น ท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่แห่งต้าชิง..." จันทร์กะพ้อเงยหน้าขึ้นสบตาคมคายคู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัว นัยน์ตาสีดำสนิทของนางสะท้อนภาพใบหน้าอันหล่อเหลาแต่ไร้ชีวิตของเขา "ท่านมาเพื่อหยุดยั้งข้า... หรือมาเพื่อร่วมมือกับข้ากันแน่? เพราะข้ารู้ดีว่า หากไม่มีคำอธิบายจากปากของท่าน ศิลาจารึกแผ่นนี้ก็เป็นเพียงแค่แผ่นหินตายๆ ที่รอวันฝังพวกเราทั้งคู่ลงหลุม" อ๋องจางเหว่ยหรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาฉายแววประหลาดใจระคนชื่นชมในไหวพริบของสตรีตรงหน้า นางไม่ใช่แค่กุลสตรีในเรือนเบี้ยที่มีดีแค่การปักผ้า แต่คือนักปราชญ์ผู้ซ่อนคมเขี้ยวไว้ภายใต้รอยยิ้มอันสงบงดงาม ทันใดนั้น บรรยากาศภายในห้องก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงราวกับมีคนนับร้อยกำลังเดินย่ำอยู่บนนอกชานเรือน พร้อมกับเสียงกระซิบกระซาบด้วยความโกรธแค้นของวิญญาณนับไม่ถ้วนที่กรูเข้ามาล้อมรอบศาลาริมน้ำโบราณ เงาดำทะมึนหลายสายเริ่มเลื้อยผ่านประตูไม้เข้ามา บรรยากาศบีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก อ๋องจางเหว่ยสะบัดชายแขนเสื้อกว้างเพียงครั้งเดียว พลังปราณสีนิลแผ่พุ่งออกไปราวกับม่านควันปกป้องรอบตัวของจันทร์กะพ้อไว้ เขาก้มลงกระซิบข้างใบหูของนาง น้ำเสียงทุ้มต่ำระคนความเร่งร้อน "มีคนกำลังตามล่าเจ้า... และพวกมันไม่ได้มาแค่ในร่างมนุษย์ จงเลือกเอา ว่าจะส่งมอบศิลาจารึกให้ข้า แล้วยอมจำนนต่อชะตากรรม หรือจะเปิดผนึกแผ่นศิลาตอนนี้... แล้วเผชิญหน้ากับความจริงที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในชีวิตของเจ้า!" จันทร์กะพ้อชะงักไปชั่วขณะ ลมหายใจสะดุดกمود นางก้มลงมองมือตนเองที่สั่นเทาเล็กน้อยก่อนจะกำเข้าหากันแน่น นางตัดสินใจเอื้อมมือไปคว้ามีดโบราณที่วางอยู่ข้างศิลาจารึก พร้อมกับเงยหน้าขึ้นสบตากับอ๋องจางเหว่ยด้วยรอยยิ้มท้าทาย "ถ้าความตายคือราคาของการไขความจริง... ข้าก็พร้อมจะจ่ายมันด้วยเลือดของข้าเอง!" *ปัง!* ประตูห้องโถงถูกกระชากเปิดออกด้วยแรงลมมหาศาล พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเงาร่างหนึ่งที่สวมชุดไทยโบราณชุ่มโชกไปด้วยเลือดสดๆ ดวงตาทັງคู่เบิกกว้างด้วยความอาฆาตมาดร้าย และเอ่ยชื่อของนางออกมาด้วยเสียงอันโหยหวนที่ทำให้วิญญาณทุกดวงในเรือนต้องสั่นสะท้าน... "อี... จันทร์กะพ้อ... ถึงเวลาทวงหนี้ชีวิตแล้ว!" --- ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามา ณ ศาลาริมน้ำโบราณแห่งนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอาฆาตในเรือนศิลาจารึก: เล่ห์กลข้ามภพสยบราชัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%