เงาอาฆาตในเรือนศิลาจารึก: เล่ห์กลข้ามภพสยบราชัน•ตอนที่ 4

รอยเลือดบนอักขระ

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
กลิ่นคาวสนิมเหล็กมิได้ลอยมาจากคมดาบแห่งสนามรบ หากแต่ซึมซาบออกมาจากรอยแยกของผนังศิลาโบราณทีละหยด... ทีละหยด หม่อมเจ้าหญิงจันทร์กะพ้อทรงใช้ปลายนิ้วเรียวสั่นเทาแตะลงบนคราบของเหลวสีชาดที่ไหลรินอาบอักขระขอมโบราณ แสงจากตะเกียงโบราณไหววูบราวกับลมหายใจรวยรินของคนใกล้ตาย เงาสะท้อนในดวงตาคู่คมฉายแววตื่นตระหนกแต่ไร้ซึ่งความหวาดกลัว สติปัญญาอันเฉียบแหลมที่สั่งสมมาแต่บรรพบุรุษกำลังถูกท้าทายด้วยกลไกแห่งคำสาปที่ไร้ซึ่งความปรานี "ท่านอ๋อง... ของเหลวนี้หาใช่เลือดมนุษย์ธรรมดาไม่" พระสุรเสียงแผ่วเบาราวกับรำพันกับความว่างเปล่า ทว่าก้องกังวานในโสตประสาทของบุรุษผู้ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหลัง อ๋องจางเหว่ยไม่ตรัสอันใด แววเนตรคมกริบดุจพญาอินทรีทอดพระเนตรแผ่นหลังบอบบางที่ถูกห่อหุ้มด้วยอาภรณ์ผ้าไหมปักดิ้นทอง ทรงก้าวพระบาทเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างไร้ซุ่มเสียง กลิ่นอายความเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ของแม่ทัพผู้ผ่านศพมานับหมื่นแผ่ซ่านกดดันบรรยากาศในห้องใต้ดินให้ยิ่งอึดอัดดุจถูกบีบด้วยคีมเหล็ก พระTheid (พระหัตถ์) แข็งแกร่งเอื้อมออกไปควاมจับพระujang (ข้อมือ) ของหญิงสาวไว้มั่น แรงบีบนั้นหนักหน่วง ทว่ามั่นคงราวกับต้องการถ่ายทอดความอบอุ่นท่ามกลางความหนาวเหน็บแห่งวิญญาณ "หากเจ้ารู้สึกหวาดกลัว ก็จงถอยไปเสีย ปล่อยให้เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของคมดาบข้าเถอะ" สุรเสียงทุ้มต่ำตึงเครียดเจือความห่วงใยที่ถูกซ่อนไว้ใต้ท่าทีเยชา จันทร์กะพ้อทรงช้อนพระพักตร์ขึ้นสบตากับบุรุษจากแดนไกล พระโอษฐ์แย้มยิ้มเย้ยหยันทั้งที่พระหัตถ์ยังเปื้อนคราบเลือด "คมดาบของท่านอ๋องสังหารได้แม้กระทั่งแม่ทัพศัตรู แต่ท่านจะฟันวิญญาณที่เกาะกินตระกูลข้ามาสามชั่วคนได้ด้วยวิธีใดเล่า? สตรีในเรือนหลังอย่างหม่อมฉัน แม้ไร้เรี่ยวแรงจับอาวุธ แต่สมองและสติปัญญานี้... หาได้ยอมจำนนต่อภูตผีปีศาจไม่" คำกล่าวนั้นทรงพลังและเด็ดเดี่ยว จนจางเหว่ยต้องลอบถอนพระปัสสาสะยาวนาน พระองค์ทรงตระหนักดีว่า สตรีตรงหน้าหาใช่ดอกไม้บอบบางในเรือนกระจก หากแต่คือนางพญาหงส์ที่ถูกพันธนาการไว้ด้วยโซ่ตรวนแห่งอดีต สายตาของจันทร์กะพ้อเบนกลับไปที่ผนังศิลาอีกครั้ง โลหิตที่เคยไหลซึมบัดนี้เริ่มรวมตัวกันเป็นรูปเป็นร่าง วาดผ่านร่องอักขระโบราณทีละตัวอักษร กลายเป็นกลอนโบราณที่นางเคยท่องจำในยามทรงพระเยาว์—คำสาปแห่งการทรยศหักหลัง เสียงหัวเราะแหลมเล็กบาดแก้วหูของสตรีดังแว่วมาจากความมืดมิดเบื้องหลังเสาหิน กลิ่นหอมอบอวลของดอกพิกุลเน่าเปื่อยโชยตีเข้าจมูกจนน่าสะอิดสะเอียน *“ใครแย่งชิง... ใครครอบครอง... ผู้นั้นต้องชดใช้ด้วยโลหิตและวิญญาณ”* เสียงกระซิบแหบพร่าดังติดริมพระศอ จันทร์กะพ้อไม่ทรงหันไปมอง ทรงรู้ดีว่าเป็นร่างเงาของแม่หญิงพิกุลที่กำลังรอเวลาสิงสู่ ทรงตวัดพู่กันจีนจุ่มหมึกชาดผสมน้ำมนต์เจ็ดวัดที่ทรงเตรียมไว้ สะบัดข้อมือเขียนอักขระแก้ทางลงบนแผ่นกระดาษสาอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ทุกรอยขีดเขียนเต็มไปด้วยพลังจิตอันแข็งแกร่งที่ต่อสู้กับแรงอาฆาตมืดมิด อ๋องจางเหว่ยขยับพระกายเข้ามายืนบังเบื้องหน้าโดยอัตโนมัติ พระเนตรกราดมองความมืดรอบกายราวกับราชبع (ราชสิงห์) ที่พร้อมขย้ำเหยื่อทุกเมื่อ พระองค์ทรงยกกระบี่ประจำพระองค์ขึ้นปลดผนึก ดาบโบราณสะท้อนแสงสีเงินยวงขับไล่ไอน้ำสีดำที่พยายามคืบคลานเข้ามาใกล้ "นางกำลังพยายามใช้จิตของเจ้าเปิดประตูมิติ" จางเหว่ยเอמה (ตรัส) เตือนด้วยน้ำเสียงดุดัน "ตั้งสติไว้จันทร์กะพ้อ! อย่าให้นางครอบงำจิตใต้สำนึกของเจ้าได้เด็ดขาด!" "หม่อมฉัน... ทรงทราบดี..." จันทร์กะพ้อทรงหอบหายใจถี่กระชั้น พระพักตร์ซีดเผือดเพราะสูญเสียพลังสมาธิไปมาก ทว่าพระเนตรยังคงแน่วแน่ พระหัตถ์จรดพู่กันขีดอักษรตัวสุดท้ายลงบนยันต์ป้องกัน ทันใดนั้น บรรยากาศรอบกายก็พลันสงบลงอย่างน่าประหลาด เลือดที่ไหลจากผนังหยุดชะงัก เสียงหัวเราะเงียบหายไป เหลือเพียงความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวที่ปกคลุมไปทั่วเรือนศิลาจารึก หญิงสาวทรุดกายลงพิงพระอังสะของท่านอ๋องอย่างหมดแรง พระหัตถ์เรียวสั่นเทากำชายฉลองพระองค์ของชายหนุ่มแน่นเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว จางเหว่ยประคองร่างบางไว้ในอ้อมพระกรอย่างทะนุถนอม พระองค์ก้มลงกระซิบข้างพระนงคราญด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุดตั้งแต่เคยมีมา "เราปลอดภัยแล้ว..." ทว่า... ความเงียบงันนั้นดำรงอยู่เพียงชั่วลมหายใจเดียว เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ก็ดังขึ้นที่เบื้องบน บันไดหินที่เชื่อมต่อลงมาสู่ห้องใต้ดินสั่นสะเทือน เปลวเพลิงจากคบเพลิงส่องสว่างวาบเผยให้เห็นเงาร่างของทหารยามในชุดเกราะโบราณที่ควรจะประจำการอยู่ด้านนอก—ทว่าดวงตาของพวกเขากลับกลายเป็นสีดำสนิทไร้แววตา และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ บุรุษผู้ก้าวเดินนำหน้ากลุ่มทหารเหล่านั้นออกมาจากความมืดมิด คือใบหน้าของคนที่ควรจะตายไปในกองเพลิงเมื่อสิบปีก่อน รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากของแขกยามวิกาลผู้นั้น พร้อมกับถ้วยกระเบื้องเคลือบสีมรกตในมือที่ส่งกลิ่นหอมหวานอันตรายลอยมาแตะจมูก "ถวายบังคมพุทธเจ้าข้า... ท่านแม่ทัพ และพระชายาผู้สูงส่ง ค่ำคืนนี้ ช่างยาวนานเสียจริงว่าไหมครับ?" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินทางข้ามมิติเวลามา ณ ศาลาริมน้ำโบราณแห่งนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอาฆาตในเรือนศิลาจารึก: เล่ห์กลข้ามภพสยบราชัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%