เงาอาฆาตในเรือนศิลาจารึก: เล่ห์กลข้ามภพสยบราชัน•ตอนที่ 2

เงาสะท้อนในกระจกบานเดิม

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
กลิ่นคาวสนิมเหล็กยังคงลอยอวลคละคลุ้งอยู่ในความเงียบงันยามวิกาล เศษซากกระเบื้องเคลือบสีครามที่แตกกระจายยังคงเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้นไม้สักทอง ข้าวของเครื่องใช้โบราณภายในเรือนศิลาจารึกแห่งนี้ดูราวกับถูกกาลเวลาแช่แข็งเอาไว้ในห้วงเวลาอันบิดเบี้ยว หม่อมเจ้าหญิงจันทร์กะพ้อทรุดพระกายลงประทับบนตั่งไม้แกะสลักอย่างไม่ใส่ใจกับอาภรณ์เนื้อดี พระเนตรคู่คมกวาดมองหยดของเหลวสีแดงเข้มข้นที่ยังคงซึมเอ่อขึ้นมาจากรอยแยกของแผ่นไม้เบื้องพระพักตร์ ราวกับชีพจรของผืนแผ่นดินกำลังเต้นระรัวด้วยความอาฆาตมาดร้าย "ท่านพี่... หรือว่าท่านต้องการทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยสูญเสียไป" พระสุระเสียงแผ่วเบาเอื้อnออกมาราวกับรำพันกับความว่างเปล่า ทว่าในความมืดมิดอันเวิ้งว้างนั้น กลับปรากฏเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ก้าวเข้ามาใกล้เรือนพักอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เสียงไม้เนื้อแข็งลั่นเอี๊ยดอาดใต้ฝ่าเท้าของใครบางคน—ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของบ่าวไพร่ในเรือนอย่างแน่นอน เพราะมันแฝงไว้ด้วยไอสังหารและแรงกดดันอันเยือกเย็นที่แผ่ซ่านเข้ามาจนขนพองสยองเกล้า ประตูบานไม้สักสลักลวดลายโบราณถูกผลักเปิดออกโดยปราศจากเสียงเคาะ อ๋องจางเหว่ยเสด็จเข้ามาประทับยืนตระหง่านอยู่กลางห้อง พระพักตร์คมคายดุจรูปสลักหยกขาวนวลแต่เย็นชาไร้ความรู้สึก พระเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายกวาดสำรวจสภาพความเสียหายเบื้องหน้า ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่หยดเลือดบนพื้นไม้และเศษกระเบื้องแตกละเอียด "ดูท่าทาง... เรือนหลังนี้จะมีอาคันตุกะยามวิกาลที่ไม่อยรับเชิญเสียแล้วกระมัง หม่อมเจ้าหญิง" พระสุระเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น รอยแย้มสรวลหยันที่มุมโอษฐ์ปรากฏขึ้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่พระองค์จะก้าวพระบาทเข้ามาใกล้ร่างบางอย่างช้าๆ กลิ่นอายบุรุษเพศจากแดนไกลผสมผสานกับกลิ่นอายสงครามและเลือดเนื้อลอยเข้าแตะนาสิกของจันทร์กะพ้อจนพระองค์ต้องทรงผินพระพักตร์หลบเล็กน้อย จันทร์กะพ้อทรงเงยพระพักตร์ขึ้นสบพระเนตรคมคายนั้นอย่างไม่เกรงกลัว แม้ภายในพระ ทัยจะเริ่มหวาดหวั่นต่อบรรยากาศรอบกายที่หนתทึบขึ้นทุกขณะ "ท่านอ๋อง... หม่อมฉันมิเคยเชิญผู้ใดให้ล่วงล้ำเข้ามาในเขตหวงห้ามยามวิกาลเช่นนี้ หากพระองค์ทรงว่างนัก ไฉนจึงไม่เสด็จกลับไปบรรทมเสีย" "หึ... เจ้าคิดว่าข้ามาที่นี่เพราะความว่างงั้นหรือ?" จางเหว่ยแค่นพระสรวลในลำพระศอ พระองค์โน้มพระวรกายลงมาจนพระพักตร์อยู่ใกล้พระนางเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพระปรางนวลเนียน "ของวิเศษที่สูญหายไปจากตำหนักโบราณของข้า กำลังส่งเสียงเรียกหาเจ้า... จันทร์กะพ้อ เจ้าซ่อนมันไว้ที่ใดกันแน่" ก่อนที่จันทร์กะพ้อจะได้ทรงตอบโต้สิ่งใด ประกายไฟจากตะเกียงน้ำมันบนโต๊ะบูชาโบราณก็กระพริบไหววูบวาบและดับลงพร้อมกันทั้งหมด ความมืดมิดเข้าปกคลุมห้องทั้งห้องในชั่วพริบตา มีเพียงแสงจันทร์สีนวลยวงที่สาดส่องลอดผ่านช่องหน้าต่างบานเกล็ดไม้ลงมาทาบทับบนกระจกเงาโบราณบานใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่มุมห้อง กระจกเงาบานนั้น... บานที่เคยสะท้อนเพียงความว่างเปล่า ยามนี้กลับปรากฏภาพเงาลางเลือนของสตรีในชุดไทยโบราณนุ่งห่มสะพักแพรสีแดงก่ำ ใบหน้าของนางถูกบดบังด้วยเงาดำมืด ทว่ามือเรียวยาวอันซีดเซียวราวกับศพไร้วิญญาณกลับค่อยๆ ยกขึ้นแตะผิวกระจกจากด้านใน พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่ค่อยๆ ฉีกกว้างขึ้นจนถึงใบหู จางเหว่ยหันขวับไปมองตามสัญชาตญาณนักรบ พระหัตถ์แกร่งชักกระบี่ประจำพระองค์ออกจากฝักในพริบตา คมดาบวาววับสะท้อนแสงจันทร์เป็นประกายสีเงินยวง ทว่าสิ่งที่ปรากฏในกระจกหาใช่ภาพสะท้อนของพระองค์หรือจันทร์กะพ้อไม่ เงาร่างของชายชุดโบราณอีกผู้หนึ่ง—ผู้ที่มีรอยแผลเป็นลึกพาดผ่านใบหน้าและดวงตาดุร้ายเต็มไปด้วยจิตอาฆาต—กำลังยืนซ้อนทับอยู่เบื้องหลังจันทร์กะพ้อในกระจกเงาบานนั้น! "ระวัง!" อ๋องจางเหว่ยคำรามก้องในลำพระศอ พระองค์พุ่งพระวรกายเข้าคว้าพระอังสาของจันทร์กะพ้อแล้วดึงเข้าหาพระองค์สุดแรง เพื่อหลบคมดาบที่พุ่งทะลุออกมาจากผิวกระจกเงาโดยตรง! เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว แม้จะไม่มีผู้ใดถืออาวุธอยู่ตรงหน้ากระจกเลยก็ตาม ทว่ารอยแผลลึกเป็นทางยาวกลับปรากฏขึ้นบนผนังไม้สักทองข้างพระพักตร์ของจันทร์กะพ้อสดๆ ร้อนๆ เศษผงไม้ร่วงกราวลงมาพร้อมกับกลิ่นสาบสางของซากศพที่เน่าเฟะและหยดน้ำตาเลือดที่ไหลรินออกจากดวงตาทั้งสองข้างของเงาในกระจก จันทร์กะพ้อทรงหอบหายใจถี่กระชั้น พระหัตถ์เรียวกำฉลองพระองค์ของอ๋องจางเหว่ยไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว พระเนตรเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงเมื่อทรงทอดพระเนตรเห็นริมฝีปากของเงาสตรีชุดแดงในกระจกขยับเคลื่อนไหว แม้จะไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา ทว่าอักขระโบราณที่พระองค์ทรงคุ้นเคยกลับปรากฏขึ้นทีละตัวบนผิวกระจกเงา... *“...มึงแย่งชิงทุกสิ่งไปจากกู... คราวนี้ถึงตาพวกมึงต้องชดใช้ด้วยชีวิต...!”* ทันใดนั้นเอง กระจกเงาโบราณบานใหญ่ก็เกิดรอยร้าวขนาดมหึมาลามเลียไปทั่วทั้งแผ่น เสียงกรีดร้องโหยหวนอันแหลม สูงกรีดแทะโสตประสาทดังมาจากทุกทิศทุกทาง ลมพายุหมุนขนาดย่อมพัดกระหน่ำเข้ามาในห้องปิดตายจนข้าวของกระจัดกระจาย จางเหว่ยรวบพระวรกายของหญิงสาวเข้าสู่อ้อมพระอุระอย่างมั่นคง พระเนตรคมกราบจ้องมองตรงไปยังใจกลางกระจกที่กำลังจะแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ และในวินาทีที่รอยร้าวใจกลางกระจกแตกทะลุ... ดวงตาคู่หนึ่งที่เต็มไปด้วยเลือดก็พุ่งทะยานออกมาจากความมืดมิดในกระจก ตรงเข้าหาพระพักตร์ของทั้งสองพระองค์ด้วยความเร็วแสง! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามบทเพลงรำพันนี้ด้วยใจระทึกครับ - ศาลาริมน้ำโบราณ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอาฆาตในเรือนศิลาจารึก: เล่ห์กลข้ามภพสยบราชัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%