กลิ่นอายความชื้นของไอน้ำฝนที่ผสมปนเปเข้ากับกลิ่นคาวสนิมเหล็กและธูปหอมโบราณ แผ่ซ่านคละคลุ้งไปทั่วเรือนศิลาจารึกอันเก่าแก่ เม็ดฝนด้านนอกโหมกระหน่ำซัดสาดกระทบหลังคากระเบื้องดินเผาดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับสรวงสวรรค์กำลังพิโรธต่อความลับอันดำมืดที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้ผืนแผ่นดินนี้มานานนับร้อยปี
หม่อมเจ้าหญิงจันทร์กะพ้อทรงยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าแท่นบูชาหินอ่อน ดวงพักตร์งดงามล่มเมืองซีดเซียวลงเล็กน้อย แต่ทว่าแววตากลับฉายประกายความเด็ดเดี่ยวราวจับวางด้วยเพชรแท้ ในพระหัตถ์เรียวบางกำแผ่นศิลาจารึกโบราณที่สลักอักษรจีนและไทยไว้อย่างแน่นหนา จนปลายนิ้วแทบไร้สีเลือด
เบื้องพระพักตร์ของพระองค์คือบุรุษร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีดำสนิทปักลายมังกรทองดิ้นเงิน อ๋องจางเหว่ย... แม่ทัพผู้เยือกเย็นดุร้ายแห่งราชสำนักต้าชิง ผู้ข้ามผ่านกาลเวลาอันยาวนานมาร่วมเผชิญหน้ากับมัจจุราชในร่างมนุษย์ ดวงเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นไม่ได้ทอดมองไปที่สายฝนด้านนอก หากแต่จับจ้องอยู่ที่ดวงพักตร์ของหญิงสาวด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะเอื้อนเอ่ย
"เจ้ามั่นใจแล้วหรือ... จันทร์กะพ้อ" สุ้มเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงก้อนหินกระทบกันในถ้ำลึกดังขึ้น ทะลุผ่านเสียงคำรามของสายฟ้าฟาด "การก้าวเดินลงไปในเส้นทางสายนี้ หมายความว่าเจ้าจะต้องเอาชีวิตและวิญญาณของตนเองเข้าแลกกับเงาอาฆาตของแม่หญิงพิกุล นางมิใช่ภูตผีธรรมดา นางคือปีศาจที่ถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากความแค้นอันบริสุทธิ์"
จันทร์กะพ้อทรงแย้มพระสรุปบางเบา รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยสติปัญญาและความทระนง "หากหม่อมฉันเลือกที่จะหลบหนี ความตายก็ยังคงไล่ล่าตระกูลของหม่อมฉันอยู่ดีเพคะ ท่านอ๋อง... ท่านเดินทางข้ามภพข้ามชาติมาไกลถึงเพียงนี้ ก็มิใช่เพื่อตามหาความจริงและปลดปล่อยดวงวิญญาณที่ถูกจองจำหรอกหรือ? ในเมื่อพวกเราต่างมีศัตรูคนเดียวกัน เหตุใดจึงต้องหวาดกลัวที่จะก้าวเดินไปพร้อมกันเล่า"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงฝนที่ยังคงกระหน่ำซัดสาดอย่างไร้ความปรานี อ๋องจางเหว่ยทอดพระเนตรสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกทึ่งระคนลึกซึ้ง ตลอดชีวิตการรบพุ่งในสมรภูมิเลือดของพระองค์ ไม่เคยมีสตรีใดกล้าสบพระเนตรด้วยความอาจหาญและมั่นคงถึงเพียงนี้ นางไม่ใช่เพียงดอกไม้ประดับวังหลัง หากแต่เป็นกุนซือผู้มีมันสมองเฉียบคมดั่งคมดาบที่พร้อมจะเชือดเฉือนศัตรูได้ทุกเมื่อ
"ดี..." อ๋องจางเหว่ยตรัสสั้นๆ พลางก้าวพระบาทเข้าไปประชิดร่างบาง กลิ่นอายบุรุษเพศอันทรงพลังและกลิ่นอายอัศเจรีย์แห่งสนามรบแผ่เข้าโอบล้อมร่างของจันทร์กะพ้อ "หากเจ้ากล้าหาญถึงเพียงนี้ เปิ่นหวางก็จะยอมเอาชีวิตของตนเองวางเดิมพันเคียงข้างเจ้า... เรามาทำสัตย์สาบานกัน ณ เบื้องหน้าเงาอดีตนี้เถอะ"
พระหัตถ์หนาของท่านอ๋องเอื้อมไปหยิบกริชโบราณด้ามหยกขาวที่วางอยู่บนแท่นบูชา ก่อนจะปาดลงบนฝ่าพระหัตถ์ของตนเองอย่างไม่ลังเล โลหิตสีแดงเข้มไหลรินหยดลงบนพื้นศิลา จันทร์กะพ้อทรงทอดพระเนตรการกระทำนั้นด้วยหัวใจที่เต้นระรัว พระองค์ไม่รอช้าทรงยื่นพระหัตถ์เรียวไปสัมผัสกับกริชเล่มเดียวกัน คมมีดกรีดผ่านผิวเนื้อนุ่มจนพระโลหิตสีแดงสดไหลซึมออกมาผสมผสานกับโลหิตของบุรุษต่างภพ หยดเลือดทั้งสองสายไหลรวมกันเป็นหนึ่งเดียวบนแผ่นศิลาจารึกโบราณ ราวกับพันธนาการแห่งวิญญาณที่ไม่มีวันเสื่อมสลาย
"ต่อหน้าฟ้าดินและดวงวิญญาณบรรพบุรุษ" อ๋องจางเหว่ยตรรัสด้วยสุ้มเสียงกังวานหนักแน่น ดวงเนตรคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาว "ข้า... อ๋องจางเหว่ย ขอเอาชีวิตและวิญญาณเป็นเดิมพัน หากผู้ใดกล้าแตะต้องเจ้า ไม่ว่ามันจะเป็นภูตผีหรือมนุษย์หน้าไหน ข้าจะล้างบางพวกมันให้สิ้นซากจากแผ่นดินนี้"
"และหม่อมฉัน... หม่อมเจ้าหญิงจันทร์กะพ้อ" หญิงสาวตรัสต่อด้วยน้ำเสียงมั่นคงไม่แพ้กัน "ขอใช้สติปัญญาและโลหิตในกายนี้ ร่วมมือกับท่านอ๋อง เปิดโปงความจริงและส่งวิญญาณอาฆาตของแม่หญิงพิกุลให้กลับคืนสู่วัฏจักร ไม่ว่าเบื้องหลังความตายทั้งหมดจะมีผู้มีอำนาจคนใดบงการอยู่ หม่อมฉันจะกระชากหน้ากากพวกมันออกมาให้จงได้"
ทันทีที่คำสัตย์สาบานสิ้นสุดลง เปลวไฟจากตะเกียงโบราณรอบห้องก็พลันลุกโชนขึ้นเป็นสีเขียวมรกต ลมพายุหมุนวนกวาดเอาละอองฝนเข้ามาภายในเรือนศิลาจนม่านปลิวไสว เงาร่างสีดำทะมึนของสตรีในชุดไทยโบราณปรากฏขึ้นที่มุมมืดของห้อง พร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ *'พวกเจ้า... ไม่มีวันหนีพ้นความตายไปได้!'*
อ๋องจันทร์เหว่ยไม่รอช้า ทรงดึงร่างบางเข้ามากอดกระชับไว้ในอ้อมพระอุทรอย่างปกป้อง พร้อมกับตวัดพระหัตถ์ซัดกระบี่บินพุ่งทะลุความมืดเข้าปักใส่เงาร่างนั้นจนสลายหายไปในพริบตา ทว่า... ในขณะที่ทั้งสองพระองค์กำลังประคองกันยืนหยัดเผชิญหน้ากับความมืดมิด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นที่ด้านนอกประตูเรือนศิลา พร้อมกับเสียงตะโกนก้องขององครักษ์ที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก
"ท่านอ๋อง! หม่อมเจ้าหญิง! แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
เสียงนั้นหยุดชะงักลงครู่หนึ่ง ก่อนที่องครักษ์จะทรุดตัวลงคุกเข่าด้วยใบหน้าซีดเผือด รายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ราชโองการลับจากเมืองหลวง... ถูกส่งมาถึงมือท่านเสนาบดีผู้เฒ่าแล้วพ่ะย่ะค่ะ และเนื้อหาในราชโองการระบุว่า... พระองค์ทรงมีรับสั่งให้ปลดท่านอ๋องออกจากตำแหน่งแม่ทัพ และ... และสั่งประหารชีวิตหม่อมเจ้าหญิงจันทร์กะพ้อในข้อหากบฏ!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าพายุความมืดมาด้วยกัน ณ ศาลาริมน้ำโบราณแห่งนี้นะครับ
เงาอาฆาตในเรือนศิลาจารึก: เล่ห์กลข้ามภพสยบราชัน•ตอนที่ 13
คำสัตย์สาบานกลางสายฝน
ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอาฆาตในเรือนศิลาจารึก: เล่ห์กลข้ามภพสยบราชัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!