เงาอาฆาตในเรือนศิลาจารึก: เล่ห์กลข้ามภพสยบราชัน•ตอนที่ 9

คดีฆาตกรรมปริศนา

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
คมกระบี่เหล็กกล้าที่ถูกชักออกจากฝักส่งเสียงหวีดหวิวบาดแก้วหู ราวกับเสียงกรีดร้องของวิญญาณที่ถูกจองจำในขุมนรก ความมืดมิดในเรือนศิลาจารึกยามวิกาลไม่ได้ทำให้สัญชาตญาณนักรบของอ๋องจางเหว่ยลดทอนลงแม้แต่น้อย วงแขนแข็งแกร่งดุจคีบเหล็กดึงร่างสั่นเทาของหม่อมเจ้าหญิงจันทร์กะพ้อเข้ามาชิดแนบพระอุระ ปลายพระกระบี่ชี้ตรงไปยังความว่างเปล่าเบื้องหน้าที่มีกลิ่นอายความตายลอยคละคลุ้ง "อย่าขยับ" สุรเสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมฝีปากนุ่มของหญิงสาว ลมหายใจอุ่นร้อนของพระองค์ปัดป่าpอยู่ข้างขนนกแก้มเนียน จันทร์กะพ้อหัวใจเต้นระส่ำระส่าย ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัวต่อสิ่งลี้ลับภายนอก แต่เป็นเพราะสัมผัสแนบชิดและกระแสความอบอุ่นจากชายหนุ่มผู้มาจากต่างภพผู้นี้ นางสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายสงครามและเลือดเนื้อที่เจือจางอยู่ในวรกายของเขา มันเป็นความรู้สึกที่ทั้งอันตรายและปลอดภัยในเวลาเดียวกัน เบื้องหน้าของทั้งสอง... ใต้แสงจันทร์สลัวที่สาดส่องผ่านช่องหน้าต่างไม้สักทอง ร่างของ "อิ่ม" บ่าวรับชายคนสนิทที่เพิ่งเดินตรวจตราความเรียบร้อยเมื่อครู่ กำลังล้มฟุกอยู่กับพื้นเรือน สภาพของบ่าวเคราะห์ร้ายผู้นั้นบิดเบี้ยวผิดรูป ดวงตาเบิกโพลงจนเห็นเส้นเลือดฝอยแตกสีแดงฉาน น้ำลายฟูมปาก และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ ทั่วทั้งร่างของอิ่มถูกพันธนาการไว้ด้วยเส้นด้ายสีแดงฉานนับร้อยเส้น ที่ผูกปมเป็นอักขระโบราณขัดขวางการหลุดลอยของดวงวิญญาณ ปลายเส้นด้ายทุกเส้นพุ่งตรงไปยัง "ศิลาจารึกโบราณ" ที่ตั้งตระหง่านอยู่มุมห้อง ซึ่งบัดนี้รอยสลักศิลาแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทราวกับอาบด้วยโลหิต "นี่ไม่ใช่ฝีมือของภูตผีธรรมดา" จันทร์กะพ้อกล่าวเสียงสั่น นางผละออกจากอ้อมพระอุระด้วยความยากลำบาก สายตากวาดมองอักขระบนร่างของบ่าวรับใช้ด้วยความรู้ทางด้านภาษาโบราณที่ร่ำเรียนมา "มีคนจงใจใช้ 'ค่ายกลกักวิญญาณสิบสองทิศ' สะกดวิญญาณของเขาไว้ไม่ให้ไปผุดไปเกิด... คนผู้นั้นต้องการใช้พลังงานความแค้นและความตายในยามวิกาล เพื่อเปิดประตูเชื่อมโยงกับภพภูมิอื่น" จางเหว่ยหรี่นัยน์ตาคมกริบดั่งพญาอินทรี กวาดสายตามองไปรอบห้องโถงที่เงียบสงัด พระองค์ผ่านสนามรบมาโชกโชน เห็นความตายมานับหมื่นศพ แต่เล่ห์กลมนต์ดำและการเมืองในเรือนหลังของสยามประเทศช่างซับซ้อนซ่อนเงื่อนและเยือกเย็นไม่แพ้ราชสำนักต้าชิงเลยแม้แต่น้อย "เจ้ากำลังบอกเป้าหมายของมันคือเรือนศิลาจารึกหลังนี้... หรือตัวเจ้ากันแน่ กะพ้อ" จางเหว่ยตรัสถาม น้ำเสียงเยือกเย็นดุจน้ำค้างแข็งในฤดูหนาว พระองค์ก้าวเข้าไปใกล้ร่างที่ไร้ลมหายใจ ใช้ปลายกระบี่เขี่ยรอยแผลบริเวณลำคอของบ่าวผู้นั้น รอยแผลเป็นรอยเข็บสีดำสนิทรูปกลีบดอกพิกุล รอยประทับนั้น... ทำให้จันทร์กะพ้อถึงกับใบหน้าถอดสี มือเรียวบางยกขึ้นปิดริมฝีปากโดยอัตโนมัติ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด "แม่หญิงพิกุล..." นามนั้นหลุดจากเรียวปากของนางแผ่วเบา ราวกับเกรงว่าเสียงกระซิบจะไปปลุกปีศาจร้ายที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืด ย้อนกลับไปเมื่อครึ่งชั่วยามก่อน เรือนศิลาจารึกยังคงสงบเงียบ จันทร์กะพ้อกำลังง่วนอยู่กับการตรวจสอบสมุดข่อยโบราณที่สืบทอดในราชตระกูล เพื่อหาทางแก้คำสาปที่ตามหลอกหลอนตระกูลของนางมาหลายชั่วอายุคน จางเหว่ยประทับนั่งเงียบๆ อยู่มุมห้อง ทรงจิบชาไปพลางทอดพระเนตรอิริยาบถอันงดงามของหญิงสาวไปพลาง บรรยากาศระหว่างทั้งสองเต็มไปด้วยความเงียบสงบอันน่าพึงใจ กระทั่งเสียงฝีเท้าหนักๆ ของอิ่มดังขึ้นที่ระเบียง พร้อมกับเสียงทุบประตูห้องหับและเสียงร้องโหยหวนเพียงครั้งเดียว ก่อนที่ความเงียบงันมรณะจะเข้าปกคลุม "ทรงทอดพระเนตรนั่นสิเพคะ" จันทร์กะพ้อชี้ไปยังคราบหยดน้ำมันจันทน์ที่พื้นไม้ "น้ำมันหอมนี้ใช้สำหรับทำพิธีบูชาวิญญาณในวังหลวงเท่านั้น บ่าวไพร่ต้อยต่ำไม่มีทางหามาครอบครองได้ แสดงว่ามีคนนอก... หรือคนที่มีอำนาจสูงส่งในเรือนหลังนี้ เป็นผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังความตายของอิ่ม" จางเหว่ยเหยียดยิ้มที่มุมพระโอษฐ์ เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความดุร้ายและท้าทาย พระองค์เก็บกระบี่เข้าฝักเสียงดังคลิก ก้าวเข้าไปประชิดร่างบางแล้วโน้มพระพักตร์ลงกระซิบข้างพระหูของนาง จนจันทร์กะพ้อรู้สึกถึงไออุ่นและกลิ่นอายบุรุษที่แผ่ซ่านเข้ามาในโสตประสาท "หมากตานี้... พวกมันเดินเกมได้รวดเร็วกว่าที่เราคาดคิดนัก" จางเหว่ยตรัสด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง "พวกมันคิดจะใช้ความตายของบ่าวผู้นี้ เพื่อใส่ร้ายป้ายสีเจ้าว่าเป็นผู้ใช้มนต์ดำบูชาวิญญาณ และใช้ศิลาจารึกนี้เป็นหลักฐานมัดตัว เพื่อให้เจ้าต้องโทษประหารตามกฎมณเณียรบาล" "แล้วเราควรทำอย่างไรเพคะ? หากปล่อยไว้จนถึงยุ่งเช้า ข่าวแพร่งพรายออกไป หม่อมฉันคงไม่พ้นต้องโทษทัณฑ์" จันทร์กะพ้อเงยพักตร์ขึ้นสบพระเนตรคมกริบ แววตาของนางไม่มีความหวาดกลัว มีเพียงประกายความฉลาดเฉลียวที่พร้อมจะชนกับทุกอุปสรรค "ทำตามที่ข้าบอก..." จางเหว่ยยื่นพระหัตถ์หนาไปกุมมือเรียวนุ่มของนางไว้แน่น สัมผัสอุ่นจากฝ่ามือของชายหนุ่มส่งผ่านความมั่นคงมาสู่จิตใจที่หวั่นไหว "เราจะพลิกเกมนี้... ในเมื่อพวกมันอยากเล่นเกมคุณไสยนัก ข้าจะพาเจ้าไปกระชากหน้ากากฆาตกรที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดด้วยมือของข้าเอง" ทว่า... ก่อนที่ทั้งสองจะได้ขยับตัวทำตามแผนการ เสียงฝีเท้าจำนวนมากพร้อมกับแสงคบเพลิงสว่างจ้าก็สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างเรือน เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับเสียงตะโกนเกรี้ยวกราดของ "คุณหญิงมณฑา" ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งเรือนใหญ่ ที่ดังแทรกความเงียบยามวิกาลเข้ามา "เปิดประตูเดี๋ยวนี้! มีคนแจ้งว่าเกิดเรื่องอัปมงคลขึ้นในเรือนศิลาจารึก หม่อมเจ้าหญิงจันทร์กะพ้อ... ท่านหญิงซ่อนชู้หรือทำพิธีเดรัจฉานอันใดอยู่ข้างใน จงเปิดประตูให้เจ้าพนักงานตรวจสอบเดี๋ยวนี้!" จันทร์กะพ้อสะดุ้งสุดตัว สถานการณ์บีบรัดเข้ามาจนแทบไม่มีทางหนีทีไล่ ประตูไม้สักหนากำลังจะถูกพังเข้ามาในอีกไม่กี่อึดใจ หากเจ้าพนักงานเรือนใหญ่เข้ามาเห็นสภาพศพของอิ่มและค่ายกลวิญญาณ นางจะต้องกลายเป็นแพะรับบาปในคดีฆาตกรรมนี้อย่างแน่นอน จางเหว่ยไม่แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย พระองค์ดึงร่างของจันทร์กะพ้อมาหลบอยู่ด้านหลังวรกายกำยำ มือใหญ่เอื้อมไปหยิบ "ปิ่นปักผมทองคำขาวฝังหยกเขียว" ของนางขึ้นมาอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะหันมาสบตาหญิงสาวด้วยรอยยิ้มลึกลับที่อ่านไม่ออก "อย่าเพิ่งกังวลไป กะพ้อ..." อ๋องหนุ่มกระซิบเสียงต่ำชิดริมฝีปาก นางสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอำนาจที่แผ่ออกมาจากพระองค์ "ในเมื่อพวกมันส่งศพมาให้เราถึงที่... ข้าก็จะส่ง 'ของขวัญ' ชิ้นใหญ่กลับไปต้อนรับพวกมันหน้าเรือนเช่นกัน" สิ้นสุรเสียงนั้น จางเหว่ยก็ใช้ปลายปิ่นทองคำแทงลงไปตรงกลางอักขระสีแดงบนพื้นเรือนอย่างแม่นยำ ทันใดนั้น... เสียงคำรามต่ำดังก้องมาจากใต้พื้นศิลาจารึก ลมพายุหมุนขนาดย่อมพัดกรรโชกโหมกระหน่ำจนเปลวเทียนดับวูบลงทั้งหมด ความมืดมิดกลืนกินทุกสิ่งรอบตัว และก่อนที่ประตูดับเบิ้ลชัตเตอร์จะถูกพังทลายเข้ามา... ร่างไร้วิญญาณของอิ่มที่เคยนอนแน่นิ่ง กลับค่อยๆ "ลุกขึ้นยืน" ช้าๆ พร้อมกับหันมาฉีกยิ้มกว้างจนถึงใบหูให้แก่ผู้มาเยือนใหม่ที่หน้าประตู! ศาลาริมน้ำโบราณขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านด้วยความอินและฟินในทุกตัวอักษรนะครับ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอาฆาตในเรือนศิลาจารึก: เล่ห์กลข้ามภพสยบราชัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%