เสียงหัวเราะคิกคักดั่งกระดิ่งสัมผัสสายลมในยามวิกาล... ไม่ใช่เสียงของความสุขสำราญ หากแต่เป็นเสียงที่กรีดลึกลงไปในโสตประสาทจนขั้วหัวใจชาวเรือนศิลาจารึกสั่นสะท้าน
หม่อมเจ้าหญิงจันทร์กะพ้อทรงผุดลุกขึ้นประทับนั่งบนแท่นบรรทม พระพักตร์ซีดเผือดจนแทบไร้สีโลหิต เม็ดพระسوง(เหงื่อ)ผุดพรายเต็มพระนลาฏ แม้ในยามวิกาลเช่นนี้ ประทีปแก้วน้ำมันหอมกรุ่นกลิ่นกฤษณาในห้องนอนใหญ่จะยังคงสว่างไสว แต่มันก็ไม่อาจขับไล่ความหนาวเยือกที่แผ่ซ่านมาจากมุมมืดเบื้องพระพักตร์ได้เลย ลมราตรีที่พัดผ่านช่องหน้าต่างไม้สักทองแกะสลัก หอบเอาละอองฝนและกลิ่นสาบสางของดอกพิกุลเน่าเปื่อยเข้ามาคละคลุ้ง
"พระองค์ทรงได้ยินมันเช่นกันใช่ไหมเพคะ..." เสียงของบ่าวรับสนิทสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ หล่อนหมอบกราบตัวสั่นเทาอยู่กับพื้นเรือน เบื้องหน้าของทั้งคู่คือเงาตะคุ่มสีดำสนิทที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่หลังฉากกั้นลายมังกรจีนโบราณ เงานนั้นบิดเบี้ยว ผิดรูป และกำลังก้าวเข้ามาใกล้ทุกขณะ
กลางดึกสงัดเช่นนี้ เรือนไทยโบราณผสมผสานสถาปัตยกรรมชino-siamese หลังนี้ราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก
จากมุมมืดของห้องโถงใหญ่ อ๋องจางเหว่ยทรงก้าวพระบาทออกมาอย่างเงียบเชเชียบ พระเนตรคมกริบดั่งพญาอินทรีวาวโรจน์ในความมืด พระองค์ทรงอยู่ในฉลองพระองค์ชุดคลุมผ้าไหมสีนิลสนิท มือหนากำด้ามกระบี่ประจำพระองค์แน่นจนข้อพระกรขึ้นสันนูน ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก บุรุษผู้มาจากแดนไกลและผ่านสมรภูมิรบมานับไม่ถ้วนผู้นี้หาได้มีความหวาดกลัวต่อสิ่งลี้ลับไม่ หากแต่ความเยือกเย็นของพระองค์กลับแผ่ซ่านข่มขวัญความหวาดผวาภายในห้องให้สงบลงได้บ้าง
"ไม่ต้องตื่นตระหนกไป" พระสุระเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ทรงก้าวพระบาทเข้าไปประทับเคียงข้างแท่นบรรทมของหม่อมเจ้าหญิงจันทร์กะพ้อ "วิญญาณก็เป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวของความแค้นที่ตกค้างในภพภูมิ หากเราไม่หวั่นเกรง มันก็เป็นได้แค่ลมปากที่พัดผ่าน"
จันทร์กะพ้อทรงเงີยพระพักตร์ขึ้นสบพระเนตรกับท่านอ๋องผู้เยือกเย็น แม้พระองค์จะทรงพยายามรักษาพระสติให้มั่นคงเพียงใด แต่ปลายนิ้วที่กำชายผ้าแพรก็ยังคงสั่นระริก "ท่านอ๋อง... พระองค์ไม่เข้าใจ สิ่งที่สิงอยู่ในเรือนหลังนี้ไม่ใช่แค่วิญญาณเร่ร่อน แต่นางคือ 'แม่หญิงพิกุล' บรรพบุรุษผู้ถูกทรยศในเรือนหลังนี้เมื่อหลายร้อยปีก่อน คำสาปที่นางทิ้งไว้กำลังเรียกร้องหาเลือดและวิญญาณเพื่อแลกกับการคืนชีพ"
สิ้นคำตรัส เสียงร่ำไห้โหยหวนก็ดังสะท้อนก้องมาจากใต้พื้นเรือนศิลาจารึก ราวกับเสียงร้องของคนนับร้อยที่กำลังถูกกักขังอยู่ในขุมนรก ทันใดนั้น... ประทีปทุกดวงในห้องก็ดับวูบลงพร้อมกัน ความมืดมิดกลืนกินทุกสิ่ง ทิ้งไว้เพียงแสงจันทร์สีเลือดที่สาดส่องผ่านกระจกสีโบราณเข้ามาตกกระทบกลางห้อง
ในความมืดนั้น ร่างระหงในชุดไทยสิมโบราณสีขาวนวลเปื้อนคราบเลือดสีดำสนิทก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ นางลอยเหนือพื้นเรือน เส้นผมยาวสลวยปิดบังใบหน้าครึ่งหนึ่ง แต่ดวงตาคู่ที่มองตรงมายังจันทร์กะพ้อและอ๋องจางเหว่ยเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้ายและริษยา
*"เจ้าแย่งชิงทุกอย่างไปจากข้า... ทั้งความรัก ทั้งอำนาจ... และร่างนี้จะต้องเป็นของข้า!"* เสียงกระซิบเยือกเย็นดังก้องอยู่ในหัวของทุกคนราวกับกระแสจิตที่บีบคั้น
อ๋องจางเหว่ยไม่รอช้า พระองค์ทรงชักกระบี่ออกจากฝัก แสงประกายสีเงินวาววับสะท้อนกับแสงจันทร์ ทรงก้าวเข้ามาขวางหน้าหม่อมเจ้าหญิงจันทร์กะพ้อไว้ด้วยพระวรกายอันกำยำ "หากเจ้าคิดจะแตะต้องนาง เจ้าจะต้องก้าวผ่านศพของเราไปเสียก่อน!"
ทว่า แม่หญิงพิกุลหาได้หวาดกลัวคมกระบี่ไม่ นางกลับส่งเสียงหัวเราะแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตก ร่างโปร่งแสงพุ่งเข้าใส่ดั่งพายุหมุน แรงลมอาฆาตปัดเป่าข้าวของกระจัดกระจาย ทันใดนั้นเอง นางไม่ได้พุ่งเป้าไปที่อ๋องจางเหว่ย แต่วิญญาณร้ายกลับพุ่งทะลุกำแพงเรือนออกไป พร้อมกับทิ้งเสียงหัวเราะสุดท้ายเอาไว้
*"คืนนี้... จะมีคนในเรือนต้องสังเวยชีวิตเป็นรายต่อไป..."*
ความเงียบงันกลับมาปกคลุมเรือนศิลาจารึกอีกครั้ง ท่ามกลางความตื่นตระหนก จันทร์กะพ้อทรงหอบหายใจถี่กระชั้น พระองค์ทรงสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่ข้อมือซ้าย รอยแผลเป็นรูปอักขระโบราณที่เคยจางหายไป กลับเริ่มเปล่งแสงสีแดงฉานขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับความเจ็บปวดราถูกไฟแผดเผา
ในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกของบ่าวรับใช้ก็ดังมาจากนอกเรือน
"คุณหนูขอรับ! ท่านหมอหลวง... ท่านหมอหลวงที่ถูกเชิญมาตรวจสอบยาพิษเมื่อหัวค่ำ... ถูกพบเป็นศพนอนคว่ำหน้าอยู่ริมสระน้ำโบราณ สภาพศพ... สภาพศพถูกควักดวงตาออกไปทั้งสองข้างขอรับ!"
อ๋องจางเหว่ยทรงหันพระพักตร์ขวับไปมองทางหน้าต่างทันที พระเนตรคมกริบหรี่แคบลงด้วยความระแวงภัย ทรงตระหนักได้ทันทีว่าเกมการเมืองในราชสำนักและคำสาปโบราณกำลังเชื่อมโยงเข้าหากันอย่างเลือดเย็น และหมากตานี้... ฝ่ายตรงข้ามไม่ได้เล่นเพื่อชัยชนะธรรมดา แต่เล่นเพื่อเอาชีวิต
มือหนาของท่านอ๋องเอื้อมไปกุมพระหัตถ์ของหม่อมเจ้าหญิงจันทร์กะพ้อที่กำลังสั่นเทาไว้แน่น อุณหภูมิจากฝ่าพระหัตถ์อบอุ่นช่วยดึงสติของหญิงสาวกลับมา แต่ก่อนที่ใครจะทันได้เอ่ยวาจาใด ประตูห้องนอนไม้สักทองที่ลงกลอนไว้อย่างแน่นหนากลับถูกผลักเปิดออกเองด้วยแรงลมประหลาด พร้อมกับจดหมายผนึกด้วยครั่งรูปตราประทับราชสำนักจีนที่ร่วงหล่นลงมาแทบเบื้องพระบาทของอ๋องจางเหว่ย เมื่อพระองค์ก้มลงหยิบขึ้นมาทอดพระเนตร ข้อความภายในลายมือหวัดๆ กลับทำให้พระพักตร์ที่เคยเยือกเย็นมาตลอดต้องถอดสีลงทันที...
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินทางข้ามมิติเวลามา ณ ศาลาริมน้ำโบราณแห่งนี้ด้วยกันนะครับ
เงาอาฆาตในเรือนศิลาจารึก: เล่ห์กลข้ามภพสยบราชัน•ตอนที่ 6
เสียงร่ำไห้กลางดึก
ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอาฆาตในเรือนศิลาจารึก: เล่ห์กลข้ามภพสยบราชัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!