เงาอาฆาตในเรือนศิลาจารึก: เล่ห์กลข้ามภพสยบราชัน•ตอนที่ 16

กับดักในเรือนหลัง

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
"เจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่า กำลังเล่นอยู่กับเพลิงกาฬที่พร้อมจะเผาผลาญทั้งเรือนศิลาจารึกให้กลายเป็นจุล" สุ้มเสียงทุ้มต่ำราวกับก้อนน้ำแข็งที่ถูกบดขยี้ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถงชั้นใน แสงจากคบเพลิงสาดส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของท่านอ๋องจางเหว่ยให้ดูคมสันดุจเทพกระบี่ผู้ไร้ใจ นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายคู่นั้นไม่ได้ทอดมองผู้ใดเป็นพิเศษ ทว่ากลับตรึงร่างระหงของหม่อมเจ้าหญิงจันทร์กะพ้อให้ยืนนิ่งค้างอยู่กับที่ ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยอาคมโบราณ จันทร์กะพ้อสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในอก ปลายเรียวนิ้วที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชายแขนเสื้อสั่นระริกเล็กน้อย ไม่ใช่ด้วยความหวาดกลัวต่ออำนาจมืดของบุรุษผู้ข้ามภพมาจากแดนไกลผู้นี้ ทว่าเกิดจากความจริงอันน่าสะพรึงกลัวที่เพิ่งถูกเปิดเผยออกมาก่อนหน้านี้ไม่กี่ลมหายใจ เอกสารโบราณที่ถอดรหัสจากศิลาจารึกตระกูลวรภัทร ไม่ได้บันทึกเพียงเรื่องราวของคำสาปผีเรือนไทยอันน่าสยดสยองเท่านั้น หากแต่มันยังเปิดโปงโฉมหน้าที่แท้จริงของ 'ผู้ร่วมชะตากรรม' ที่ข้ามมิติเวลามาพร้อมกับพวกเขาในคืนเดือนแรมเมื่อปีก่อน เสียงฝีเท้าก้าวเข้ามาอย่างเชื่องช้า ทว่าหนักแน่นและมั่นคงดังขึ้นจากมุมมืดของเสาศิลาแกะสลัก ร่างผอมเพรียวในชุดสตรีไทยโบราณตัดเย็บด้วยไหมเนื้อดีทว่าไร้ซึ่งความสดใส ก้าวออกมาพร้อมรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก ดวงตาคู่นั้นทอประกายความเยือกเย็นและริษยาที่สั่งสมมานานนับร้อยปี — นั่นคือร่างของ 'คุณหญิงดารารัตน์' ญาติสนิทผู้เป็นดั่งเงาตามตัวของจันทร์กะพ้อมาตั้งแต่เด็ก ทว่าในยามนี้ แววตาคู่นั้นกลับไร้ซึ่งความอบอุ่นของความเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่เลย "เจ้าพี่จันทร์... ดูท่านสิ ยังคงโง่งอมัวเมาอยู่กับตำราเก่าๆ และความรักจอมปลอมจากบุรุษต่างถิ่นผู้นี้อยู่ได้" เสียงหวานใสกังวานเอ่ยขึ้น ทว่ากลับเย็นเยียบราศีกระบี่น้ำแข็ง "น่าขันสิ้นดี ที่ท่านคิดว่าข้าเป็นเพียงญาติผู้น้องผู้ซื่อสัตย์คอยช่วยเหลือท่านมาตลอด... โดยไม่เคยรู้เลยว่า ข้าคือผู้ที่ผลักท่านลงไปในหลุมศพเมื่อชาติภพก่อน ณ ตำหนักในแห่งราชสำนักต้าจาง" จันทร์กะพ้อเบิกPตาโพรงด้วยความตกตะลึง ความทรงจำอันเลือนรางจากห้วงนิมิตที่เคยคิดว่าเป็นเพียงฝันร้าย ค่อยๆ ปะติดปะต่อขึ้นเป็นภาพความจริงอันโหดร้าย นางกับดารารัตน์ไม่ได้เพิ่งมาพานพบกันในชาตินี้ ทั้งสองเป็นพี่น้องต่างมารดาในราชสำนักจีนโบราณ ผู้หนึ่งคือกุนซือหญิงผู้กุมความลับแผ่นดิน อีกผู้หนึ่งคือนางสนมผู้ทะเยอทะยานที่ยอมแม้กระทั่งขายวิญญาณให้ภูตผีเพื่อแลกกับอำนาจสูงสุด และเมื่อเกิดการรัฐประหารครั้งใหญ่ ทั้งคู่ต่างถูกคำสาปแห่งศิลาจารึกดึงดูดให้ข้ามภพข้ามชาติมาติดอยู่ในบ่วงกรรมเดียวกัน ณ เรือนไทยโบราณแห่งนี้ "ที่แท้... เจ้าก็คือคนที่ข้าตามหามาตลอดสามภพสามชาติ" อ๋องจางเหว่ยแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ร่างสูงใหญ่ก้าวออกไปยืนบังหน้าจันทร์กะพ้อไว้โดยสัญชาตญาณ กระบี่โบราณในฝักข้างกายสั่นระริกส่งเสียงคำรามเบาๆ ราวกับรับรู้ถึงจิตสังหารที่พวยพุ่งออกมาจากร่างของดารารัตน์ "สตรีผู้ทรยศแผ่นดินและสังหารสนมเอกในคืนหิมะโปรด... เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยให้เจ้าได้ทำตามอำเภอใจในดินแดนนี้อีกครั้งอย่างนั้นหรือ" ดารารัตน์แย้มยิ้มกว้างขึ้น รอยยิ้มนั้นบิดเบี้ยวจนน่ากลัว ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทไร้แววตาขาว ร่างกายผอมบางเริ่มโปร่งแสงและมีควันสีดำพวยพุ่งออกมาจากปลายนิ้ว วิญญาณอาฆาตของแม่หญิงพิกุลที่สิงสู่อยู่ในเรือนไทยได้หลอมรวมเข้ากับจิตวิญญาณข้ามภพของดารารัตน์อย่างสมบูรณ์แบบแล้วในวินาทีนี้ "ท่านอ๋อง... ท่านคิดว่ากระบี่ในมือท่านจะสังหารวิญญาณที่ไร้ตัวตนเช่นข้าได้หรือ?" ดารารัตน์หัวเราะคิกคัก เสียงนั้นสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงศิลาจารึกจนผนังหินสั่นสะเทือน "พวกท่านต่างหากที่เป็นฝ่ายติดกับดักของข้า! ตั้งแต่วินาทีที่ก้าวเท้าเข้ามาในเรือนหลังนี้ ทุกย่างก้าวคือหมากที่ข้าเดินไว้เพื่อรอวันทวงคืนบัลลังก์และชีวิตของข้าคืน!" สิ้นเสียงหัวเราะ บรรยากาศภายในห้องโถงพลันมืดสนิทลงฉับพลัน เปลวไฟจากคบเพลิงแปรเปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกตน่าสะพรึงกลัว กลิ่นอายของความตายและเลือดสดๆ ลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ เงาดำนับร้อยสายผุดขึ้นมาจากพื้นศิลาพยายามพุ่งเข้ายึดร่างของจันทร์กะพ้อและท่านอ๋อง จันทร์กะพ้อกัดฟันกรอด ความเจ็บปวดแปลบปลาดแล่นริ้วขึ้นที่ข้อมือข้างที่มีรอยสักอักขระโบราณ นางรู้ดีว่าหากปล่อยให้ดารารัตน์กลืนกินวิญญาณของนางในคืนนี้ คำสาปข้ามภพจะสมบูรณ์แบบ และโลกทั้งใบจะต้องล่มสลายลงภายใต้เงาอาฆาตนี้ แต่นางไม่ใช่สตรีอ่อนแอผู้รอให้ผู้อื่นมาปกป้องอีกต่อไปแล้ว นางเอื้อมมือไปคว้ากริชโบราณที่วางอยู่บนแท่นพิธี ดวงตาคู่งามฉายแววเด็ดเดี่ยวไม่แพ้บุรุษผู้ยืนเคียงข้าง "ท่านอ๋อง... ถอยไปก้าวหนึ่ง ข้าจะเป็นผู้ปิดบัญชีหนี้แค้นข้ามภพนี้ด้วยมือของข้าเอง" ท่านอ๋องจางเหว่ยชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินเช่นนั้น มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจ แววตาที่มองสตรีตรงหน้าเต็มไปด้วยความลุ่มหลงและยกย่อง "เช่นนั้น... เรามาตายเคียงบ่าเคียงไหล่กันอีกสักคราเถิดยอดดวงใจของข้า" ท่ามกลางพายุวิญญาณที่โหมกระหน่ำ ดารารัตน์ยกมือขึ้นวาดเป็นวงกลมกลางอากาศ อักขระสีเลือดปรากฏขึ้นตรงหน้าพร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนของภูตผี นางก้าวเข้าไปใกล้คนทั้งสองด้วยความเร็วดุจภูตพราย พร้อมกับซัดฝ่ามือพลังวิญญาณอัดกระแทกเข้าใส่กลางอกของจันทร์กะพ้ออย่างจัง! ปัง! ร่างระหงกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว เลือดสีสดกระเซ็นออกจากมุมปาก ทว่าจันทร์กะพ้อยังคงยืนหยัดด้วยปลายกระบี่ที่ปักลงบนพื้นศิลา นางเงยหน้าขึ้นมองญาติสนิทผู้กลายร่างเป็นมารร้ายด้วยแววตานิ่งสงบราวน้ำในบึงลึก ก่อนจะท่องคาถาบทสุดท้ายที่จารึกไว้บนแผ่นศิลาลับด้วยน้ำเสียงกังวานใสที่ทรงพลังยิ่งกว่าเสียงคำรามของสายฟ้า พื้นศิลาเบื้องเท้าของดารารัตน์พลันแตกออกเป็นเสี่ยงๆ แสงสว่างสีทองเจิดจ้าพุ่งทะยานขึ้นจากพื้นดินตรึงร่างของวิญญาณอาฆาตไว้กับที่ ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่แสงทองกำลังจะแผดเผาร่างของดารารัตน์ให้สลายไปนั้นเอง เสียงปรบมือเบาๆ กลับดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหลังเสาหลักของเรือน "ช่างเป็นภาพการต่อสู้ที่งดงามยิ่งนัก..." เสียงทุ้มนุ่มน่าขนลุกเอ่ยขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษผู้สวมหน้ากากเงินครึ่งซีก ผู้ซึ่งถือถ้วยชาเคลือบกระเบื้องลายครามส่งกลิ่นหอมหวานเย้ายวนใจก้าวออกมาจากเงาดำ และประโยคถัดมาของเขากลับทำให้ลมหายใจของคนทั้งคู่ต้องหยุดชะงัก "น่าเสียดาย... ที่ชาถ้วยนี้ถูกรินไว้สำหรับผู้ที่จะต้องตายในอีกสามลมหายใจข้างหน้านี้แล้ว... ท่านอ๋อง" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าพายุความมืดมาด้วยกัน ณ ศาลาริมน้ำโบราณแห่งนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอาฆาตในเรือนศิลาจารึก: เล่ห์กลข้ามภพสยบราชัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%