กลิ่นธูปเทียนร่ำและกำยานจากแดนมังกรคละคลุ้งจนน่าเวียนหัว ทว่าหม่อมเจ้าหญิงจันทร์กะพ้อกลับสูดดมมันราวกับเป็นอากาศบริสุทธิ์สายสุดท้ายก่อนจมดิ่งสู่ห้วงสมุทร บนโต๊ะหมู่บูชาไม้สักทองโบราณ เบื้องหน้ากระจกเงาบานใหญ่ที่ถูกปิดทับด้วยกระดาษยันต์สีชาดล้อมรอบด้วยอักขระจีนและไทยผสมผสานกันอย่างพิสดาร เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามไรผมของหญิงสาว แม้เครื่องแต่งกายจะเป็นชุดไทยเรือนต้นสีงาช้างเรียบง่าย แต่แววตาของนางในยามนี้กลับคมกริบดั่งคมดาบที่ซ่อนอยู่ในฝักไหม
"ทรงแน่พระทัยแล้วหรือพะยะค่ะ หม่อมฉันเกรงว่าพลังอาคมฝั่งบูรพาที่ท่านอ๋องทรงประทานให้ จะต้านทานแรงพยาบาทของแม่หญิงพิกุลไม่ไหว"
เสียงกระซิบแหบพร่าของบ่าวไพร่คนสนิทดังขึ้นจากมุมมืด ทว่าจันทร์กะพ้อหาได้ใส่ใจ นางกำลังจรดปากกาพู่กันจีนลงบนแผ่นกระดาษสาชุบเลือดสดๆ ของตนเอง ลายเส้นอักขระโบราณถูกวาดขึ้นอย่างมั่นคง ไม่มีมือข้างไหนสั่นเทา แม้ในใจจะรู้ดีว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่คือการเปิดประตูต้อนรับภูตผีผู้กระหายเลือดให้เข้ามาสู่เขตแดนแห่งคนเป็น
"หากข้าไม่ยอมเดินเข้าหาความมืดด้วยตนเอง ความมืดก็จะกลืนกินทุกคนในเรือนนี้ไปทีละน้อย... เจ้าก็เห็นแล้วนี่ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น" จันทร์กะพ้อเอ่ยตอบ น้ำเสียงราบเรียบแต่นิ่งสนิทจนน่าสะพรึงกลัว ภาพรอยมือดำคล้ำที่ปรากฏบนลำคอของบ่าวอีกคนเมื่อคืนยังคงติดตา นางไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องเจรจากับเจ้าของเรือนศิลาจารึกตัวจริงด้วยการเดิมพันด้วยดวงวิญญาณ
ทันใดนั้น อุณหภูมิภายในห้องก็ลดฮวบลงอย่างฉับพลัน เปลวไฟจากเทียนเล่มใหญ่ที่เคยสว่างไสวกลับเปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกตและหรี่แคบลงจนแทบดับมืด กลิ่นสาบสางของโคลนตมและซากศพเน่าเปื่อยโชยเข้าปะทะนาสิก รุนแรงเสียจนจันทร์กะพ้อต้องขบกรามแน่นเพื่อสะกดกลั้นอาการคลื่นไส้
เงาสีดำทะมึนหลังกระจกเงาเริ่มขยับเคลื่อนไหว ร่างโปร่งแสงของสตรีในชุดไทยโบราณสไบเฉียงสีหม่น คราบเลือดกรังเกรอะกรังทั่วร่างและดวงตาสีแดงฉานที่เต็มไปด้วยความแค้นเคืองค่อยๆ ปรากฏชัดขึ้นทีละน้อย เสียงหัวเราะแหลมเล็กบาดแก้วหูสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท ราวกับเสียงกรีดร้องของคนตกนรกทั้งเป็น
*‘มึงกล้าดียังไง... นำพาเครื่องเซ่นเน่าๆ มาเรียกกู... อีชาติชั่ว...’*
เสียงกระซิบที่ดังมาจากทุกทิศทุกทางแทรกซึมเข้าสู่สมองของจันทร์กะพ้อ หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึก หลับตาลงตั้งสติ แล้วลืมตาขึ้นเผชิญหน้ากับร่างวิญญาณที่โน้มใบหน้าบิดเบี้ยวเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านกดทับลงบนแผ่นอกราวกับมีภูเขาหินสิบลูกทับถม
"ข้าไม่ได้มาเพื่อเป็นเครื่องเซ่น... แต่มาเพื่อทวงสัญญาที่เจ้ายังติดค้างกับเรือนศิลาจารึกแห่งนี้ แม่หญิงพิกุล" จันทร์กะพ้อเอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ แม้ตัวจะสั่นเทาเล็กน้อยแต่นัยน์ตากลับไม่หลบเลี่ยง "เจ้าอยากได้อิสรภาพ เจ้าอยากได้การชำระแค้นจากคนที่ทรยศเจ้า... ข้าช่วยเจ้าได้ แต่เจ้าต้องแลกกับการบอกความลับเรื่องตราประทับโบราณที่เจ้าซ่อนไว้!"
วิญญาณของแม่หญิงพิกุลชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีแดงฉานหรี่แคบลงอย่างพิจารณา ก่อนที่รอยยิ้มฉีกกว้างจนถึงใบหูจะปรากฏขึ้น เผยให้เห็นฟันซี่แหลมคมและเลือดสดที่ไหลย้อยมุมปาก มืออันเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งพุ่งเข้ามาคว้าลำคอของจันทร์กะพ้อไว้แน่นด้วยความเร็วแสง!
"คิดจะต่อรองกับผีสางอย่างนั้นหรือ... มึงช่างบังอาจนัก!"
จันทร์กะพ้อสำลักอากาศ ใบหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ ทว่าในจังหวתandที่ความเป็นความตายแขวนอยู่บนเส้นด้ายนั้นเอง ประตูห้องไม้สักทองก็ถูกถีบกระเด็นพังทรามลงด้วยพละกำลังมหาศาล ร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีดำสนิทของท่านอ๋องจางเหว่ยพุ่งทะยานเข้ามาดุจพญาอินทรีย์ ดาบโบราณในมือถูกชักออกจากฝักประกายแสงสีทองอร่ามขับไล่ไอ(หมอก)ทมิฬให้ถอยร่นไปชั่วพริบตา
อ๋องจางเหว่ยไม่รอช้า เขากำซัดผงโอสถโบราณซัดเข้าใส่ร่างวิญญาณพร้อมกับท่องคาถาภาษาถิ่นแดนมังกรอย่างดุดัน เสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังลั่นเรือน เมื่อไอแสงสีทองแผดเผาจนร่างของแม่หญิงพิกุลต้องถอยร่นกลับเข้าไปในเงากระจก
ทว่า ก่อนที่ร่างของวิญญาณร้ายจะหายลับไป นางกลับแย้มยิ้มเหี้ยมเกรียม แล้วหันไปกระซิบข้างหูของจันทร์กะพ้อที่กำลังทรุดฮวบลงสู่อ้อมแขนของท่านอ๋องด้วยเสียงที่ทรงพลังจนทุกคนได้ยินชัดเจน
*‘มึงระวังตัวไว้ให้ดี... คนที่มึงไว้ใจที่สุด... กำลังจะเอายาพิษมาถวายให้มึงดื่มในคืนนี้... หึหึหึ...’*
ท่านอ๋องจางเหว่ยตวัดดาบฟันอากาศปิดผนึกกระจกเงาทันที ความเงียบสงัดกลับคืนสู่ห้องอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนของจันทร์กะพ้อในอ้อมกอดอันอบอุ่นแต้มไอเย็นเยียบของชายหนุ่ม
ทว่ายังไม่ทันที่จันทร์กะพ้อจะได้ตั้งสติจากคำเตือนสุดท้ายของวิญญาณ เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเคาะประตูดังรัวจากด้านนอกก็ขัดจังหวะขึ้น พร้อมกับเสียงรายงานตื่นตระหนกของขันทีประจำตัวที่ดังลอดเข้ามา
"ท่านอ๋องพะยะค่ะ! องค์ชายรองเสด็จมาถึงเรือนรับรองแล้ว พร้อมกับ... ถ้วยชาหลวงพระราชทานด้วยพระองค์เองพะยะค่ะ!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าพายุความมืดมาด้วยกัน ณ ศาลาริมน้ำโบราณแห่งนี้นะครับ
เงาอาฆาตในเรือนศิลาจารึก: เล่ห์กลข้ามภพสยบราชัน•ตอนที่ 15
พิธีกรรมเรียกวิญญาณ
ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอาฆาตในเรือนศิลาจารึก: เล่ห์กลข้ามภพสยบราชัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!