"หลักฐานอยู่ที่ไหน?"
น้ำเสียงของหลินเฟยหรานราบเรียบดุจผิวน้ำในบึงลึก ทว่าสายตากลับคมกริบราวกับใบมีดที่เพิ่งผ่านการลับจนวาววับ นางยืนตระหง่านอยู่กลางลานบ้านตระกูลหลิน ท่ามกลางเสียงอื้ออึงของชาวบ้านที่ล้อมวงเข้ามาดูความฉิบหายที่ครอบครัวนี้จงใจจัดฉากให้
"ยังจะกล้าปากแข็ง! ข้าเห็นกับตาว่าเจ้าซุกถุงสมุนไพรราคาสูงไว้ใต้หมอน!" แม่เฒ่าหลินแผดเสียงก้อง ใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความสะใจ มือที่สั่นเทาชี้หน้าลูกสะใภ้ที่นางจงเกลียดจงชังมาตลอดสามปี "สมุนไพรหลวงหายไปจากศูนย์กระจายโอสถ ใครจะกล้าขโมยถ้าไม่ใช่คนอย่างเจ้าที่วันๆ เอาแต่ป้วนเปี้ยนอยู่ในสวนหลังบ้าน!"
หลินเฟยหรานแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะแผ่วเบาแต่กลับดังก้องเข้าไปในโสตประสาทของทุกคนที่ยืนอยู่ ณ ที่นั้น ในฐานะอดีตเซียนโอสถผู้เคยปรุงยาช่วยชีวิตคนนับหมื่น ความโง่เขลาของคนกลุ่มนี้ช่างน่าสมเพชจนนางไม่อยากจะขยับตัวทำอะไรเลยด้วยซ้ำ
"แม่สะใภ้... ท่านบอกว่าของหายไปจากศูนย์ฯ แต่ท่านกลับรู้อย่างแม่นยำว่าข้าซุกไว้ใต้หมอน?" นางก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ความกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างผอมบางนั้นทำให้คนรอบข้างชะงักงัน "ถ้าข้าขโมยของหลวงจริง คนที่จะต้องมาถึงบ้านตอนนี้ไม่ใช่ชาวบ้าน แต่เป็นเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงของหมู่บ้าน ไม่ใช่หรือคะ?"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ สวี่เฉินเฟิงที่เพิ่งก้าวเข้ามาถึงลานบ้านหยุดยืนอยู่เงียบๆ ในมุมมืดของเพิงเก็บฟืน ดวงตาคมเข้มดุจพยัคฆ์ใต้เงาหมวกทหารจับจ้องไปยังร่างบอบบางที่กำลังโต้กลับอย่างใจเย็น นิ้วมือหนาที่กระชับปืนพกอยู่ข้างกายผ่อนคลายลงเล็กน้อย มุมปากหนาหยักยิ้มโดยไม่มีใครสังเกตเห็น
"เจ้า... เจ้ามันนังแพศยา!" แม่เฒ่าหลินหน้าแดงก่ำ หันไปส่งสายตาให้ลูกชายคนโตที่ถือไม้กระบองเตรียมจะพุ่งเข้ามา
"หยุดเถอะค่ะ" หลินเฟยหรานเอ่ยขัดด้วยน้ำเสียงทรงพลัง "หากท่านจะกล่าวหาข้า ก็จงเรียกเจ้าหน้าที่มา แต่ก่อนหน้านั้น ข้าขอประกาศไว้ตรงนี้... วันนี้ หากข้าพิสูจน์ได้ว่าสมุนไพรนั้นไม่ได้อยู่ในห้องข้า หรือหากมีใครจัดฉากใส่ร้ายข้า ตระกูลหลินจะต้องเซ็นเอกสาร 'แยกบ้าน' ให้ข้าทันที พร้อมส่วนแบ่งที่ข้าควรได้รับตามกฎหมายแรงงานยุค 70 นี้!"
"ฝันไปเถอะ! อีคนไร้ค่าอย่างเจ้า อยากแยกบ้านไปตายที่ไหนก็ไป แต่จะเอาทรัพย์สินไปแม้แต่แดงเดียวไม่ได้!" พ่อสามีตะโกนลั่น
หลินเฟยหรานไม่ได้โต้ตอบด้วยอารมณ์ นางเพียงแต่มองไปที่สวี่เฉินเฟิงที่ก้าวออกมาจากเงามืด ร่างสูงโปร่งในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวมะกอกก้าวเข้ามาหยุดข้างกายนาง ความสูงใหญ่และกลิ่นอายอันตรายที่แผ่ออกมาทำให้ผู้คนถอยกรูด
"หัวหน้าหน่วยสวี่..." แม่เฒ่าหลินเสียงสั่น
"ข้าได้รับคำร้องเรียนจากทางการว่ามีการแอบอ้างชื่อศูนย์กระจายโอสถเพื่อข่มขู่ชาวบ้าน" สวี่เฉินเฟิงกล่าว น้ำเสียงนิ่งสนิทแต่แฝงความเด็ดขาด "หากวันนี้พวกท่านพิสูจน์ไม่ได้ ข้าในฐานะตัวแทนหน่วยรักษาความปลอดภัย จะต้องนำตัวผู้ที่กล่าวหาเท็จไปสอบสวนที่สถานี"
หลินเฟยหรานส่งยิ้มบางๆ ให้สามีในนามที่นางเพิ่งตระหนักได้ว่านี่คือ 'เกราะกำบัง' ชั้นยอด นางเดินเข้าไปในห้องนอนแล้วหยิบถุงผ้าใบหนึ่งออกมาโยนลงบนพื้น ท่ามกลางสายตาตะลึงงันของทุกคน ภายในนั้นไม่ใช่สมุนไพรหลวงอย่างที่แม่เฒ่าหลินกล่าวหา แต่มันคือใบเสร็จรับเงินจากตลาดมืดที่ระบุการซื้อขายสมุนไพรส่วนตัวของนางที่นางแอบทำมาตลอดหนึ่งเดือน
"ของพวกนี้ข้าซื้อมาด้วยเงินส่วนตัวที่ได้จากการรับจ้างตัดฟืนและทำความสะอาดที่ทำการหมู่บ้าน ส่วนสมุนไพรหลวง... อยู่ที่นั่นต่างหากล่ะคะ"
นางชี้ไปยังใต้เตียงของพี่สะใภ้ใหญ่ที่แอบซ่อนไว้อย่างลนลาน ทันทีที่เจ้าหน้าที่หมู่บ้านที่สวี่เฉินเฟิงเรียกมาค้นพบสมุนไพรของหลวง บรรยากาศในลานบ้านก็พลิกผันทันที เสียงกรีดร้องของแม่เฒ่าหลินดังระงมเมื่อลูกชายคนโตถูกควบคุมตัว
"เอาล่ะค่ะ" หลินเฟยหรานหยิบเอกสารที่เตรียมไว้ล่วงหน้าออกมาวางบนโต๊ะไม้เก่าๆ "แยกบ้านเดี๋ยวนี้ เซ็นชื่อเสีย มิเช่นนั้น... ข้าจะให้หัวหน้าหน่วยสวี่ส่งเรื่องการโกงของหลวงเข้าสู่กระบวนการของอำเภอ ซึ่งโทษของมันก็คงไม่ต้องให้ข้าบอกกระมังคะว่าต้องติดคุกกี่ปี"
ท่ามกลางความตื่นตระหนกและเสียงก่นด่าของคนในตระกูลหลิน มือที่สั่นเทาของแม่เฒ่าหลินยอมจรดปากกาลงบนกระดาษอย่างจำยอม หลินเฟยหรานยิ้มรับเอกสารนั้นด้วยความรู้สึกที่ยกภูเขาออกจากอก แต่นางรู้ดีว่าสงครามจริงๆ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
เมื่อทุกคนแยกย้าย สวี่เฉินเฟิงยืนพิงเสาเรือน มองดูหญิงสาวที่กำลังพับเก็บข้าวของด้วยท่าทีสงบราวกับไม่เคยเกิดเหตุการณ์นองเลือดขึ้น "เจ้าคิดจะไปอยู่ที่ไหน?"
"บ้านกระท่อมท้ายสวนเก่าๆ ที่พวกท่านยึดไปนั่นแหละค่ะ" นางตอบโดยไม่เงยหน้า "ที่นั่นมีที่ดินให้ข้าทำมาหากิน"
สวี่เฉินเฟิงก้าวเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวนาง เขาหยิบจดหมายฉบับหนึ่งยื่นให้ "นั่นไม่ใช่ที่ดินของตระกูลหลินอีกต่อไป... ข้าเพิ่งทำเรื่องโอนกรรมสิทธิ์เป็นชื่อเจ้าเมื่อเช้านี้ เพราะงั้น เจ้าไม่ได้แค่แยกบ้านหรอกเฟยหราน... เจ้ากำลังจะเปลี่ยนที่นั่นให้เป็นอาณาจักรของเจ้าต่างหาก"
หลินเฟยหรานชะงักมือ นางเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความนัยของชายหนุ่ม ก่อนที่เขาจะหันหลังเดินกลับออกไปทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมของข้าวต้มมื้อค่ำที่ลอยมาจากครัว... แต่มันไม่ใช่กลิ่นข้าวต้มธรรมดา เพราะทันใดนั้น เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ที่หน้าประตูบ้าน พร้อมกับกลิ่นหอมยั่วยวนใจที่อบอวลไปทั่วบริเวณจนคนในหมู่บ้านที่เพิ่งผ่านไปมาต้องหยุดชะงัก
"เจ้าของบ้านอยู่ไหม? ข้าเอาวัตถุดิบหายากที่ท่านสั่งมาส่งให้... แล้วก็... ท่านหัวหน้าหน่วยสวี่ฝากมาบอกว่า 'มื้อค่ำนี้ อย่าลืมเผื่อจานสำหรับคนที่จะมาช่วยกินด้วยล่ะ'"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของเฟยหรานในตอนที่ 2 นี้ด้วยนะคะ!
เซียนโอสถข้ามภพ ปฏิวัติสวนผักยุคกันดาร•ตอนที่ 2
แยกบ้านคือทางรอด
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนโอสถข้ามภพ ปฏิวัติสวนผักยุคกันดาร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
