เซียนโอสถข้ามภพ ปฏิวัติสวนผักยุคกันดาร•ตอนที่ 3

มิติฟาร์มโอสถเบ่งบาน

ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
"วางของไว้ตรงนั้นแหละค่ะ... อ้อ แล้วก็ฝากบอกหัวหน้าหน่วยของท่านด้วยว่า หากอยากกินของดี ก็ต้องรู้จักรอให้สุกเสียก่อน อย่าได้ใจร้อนรนจนเผลอทำหม้อข้าวหม้อแกงข้าพังเสียเปล่าๆ" หลินเฟยหรานกล่าวพลางวางจอบในมือลง สายตาคมกริบดุจมีดผ่าตัดของเซียนโอสถกวาดมองบุรุษหนุ่มตรงหน้าเพียงปราดเดียว ก่อนจะหันไปสนใจตะกร้าใส่สมุนไพรหายากที่วางอยู่ข้างตัว นางไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองเขาอีก แต่น้ำเสียงที่ราบเรียบดั่งสายน้ำนิ่งกลับแฝงไปด้วยอำนาจที่ทำให้คนฟังถึงกับชะงักฝีเท้า ชายหนุ่มที่นำของมาส่งเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาที่เคยมั่นใจในฐานะลูกน้องคนสนิทของสวี่เฉินเฟิงกลับวูบไหว เขาเพิ่งเคยเห็นหญิงสาวที่เคยถูกตราหน้าว่า 'คนใบ้ไร้ค่า' ตระกูลหลินเอ่ยประโยคที่เต็มไปด้วยนัยยะเช่นนี้กับเขาเป็นครั้งแรก "รับทราบครับ... จะนำคำพูดของท่านไปบอกหัวหน้าให้ครบถ้วน" เขาประสานมือคำนับอย่างนอบน้อม ก่อนจะถอยร่นออกไปจากเขตบ้านอย่างรวดเร็วราวกับถูกไล่ เมื่อความเงียบกลับมาเยือน หลินเฟยหรานก็ผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ นางเดินเข้าสู่ห้องเก็บของที่มืดมิด ล็อกกลอนประตูอย่างแน่นหนา จิตสัมผัสของเซียนโอสถที่ถูกจองจำในร่างบอบบางนี้กำลังกรีดร้องหาพลังงานบางอย่าง และในวินาทีที่นางแตะลงบนจี้หยกเก่าคร่ำคร่าที่คล้องคออยู่ แสงสีเขียวมรกตก็อาบไล้ไปทั่วร่าง *วูบ!* มิติฟาร์มที่เคยแห้งแล้งในตอนแรก บัดนี้กลับถูกเติมเต็มด้วยไอหมอกแห่งพลังปราณที่บริสุทธิ์ หลินเฟยหรานกวาดสายตามองพื้นที่ดินสีทองผ่องอำไพที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า มันไม่ใช่ดินธรรมดา แต่มันคือ 'ดินปราณโอสถ' ที่นางเคยฝันหามาตลอดหลายร้อยปีในภพก่อน นางก้าวเท้าเดินไปตามร่องดินที่จัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ สมุนไพรหายากที่เพิ่งได้รับมาจากการว่าจ้างถูกนำลงปลูกอย่างพิถีพิถัน ดินมิตินี้มีคุณสมบัติพิเศษ หากหยดน้ำค้างวิญญาณลงไปเพียงหนึ่งหยด พืชพรรณจะเติบโตขึ้นภายในข้ามคืนและให้ฤทธิ์ยารุนแรงกว่าปกติถึงสิบเท่า! "หญ้าจินเฉิน... รากโสมหิมะ... พลังชีวิตที่ขาดหายไปกำลังถูกเติมเต็ม" นางพึมพำขณะหยดน้ำทิพย์ลงบนพื้นดิน แรงสั่นสะเทือนเบาๆ เกิดขึ้นใต้ฝ่าเท้า ลำต้นสีเขียวอ่อนเริ่มแทงยอดออกมาอวดช่อดอกที่ส่งกลิ่นหอมเย็นสดชื่นไปทั่วทั้งมิติ ในขณะที่หลินเฟยหรานกำลังจดจ่ออยู่กับการปฏิวัติการเพาะปลูกในมิติ เสียงเคาะประตูบ้านที่หนักแน่นและเป็นจังหวะชัดเจนก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่เสียงของคนส่งของ แต่เป็นจังหวะที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจและคุ้นเคยอย่างประหลาด นางรีบดึงสติกลับมาที่โลกแห่งความเป็นจริง ร่างเพรียวบางก้าวออกจากมิติฟาร์ม ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยก่อนจะเปิดประตูออกไป สวี่เฉินเฟิงยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า แผ่นหลังกว้างของเขากั้นแสงอาทิตย์ยามเย็นจนเกิดเป็นเงาทอดยาวเข้ามาในบ้าน กลิ่นอายบุรุษที่ผ่านการกรำศึกมาอย่างโชกโชนผสมกับกลิ่นแดดจางๆ ทำให้หัวใจที่เคยเยือกเย็นของเซียนโอสถกระตุกวูบโดยไม่รู้ตัว "เจ้าของบ้าน... ข้าไม่ได้มาเพื่อช่วยกินข้าวเพียงอย่างเดียว" สวี่เฉินเฟิงเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ดวงตาคมเข้มดุจพยัคฆ์กวาดมองไปทั่วใบหน้าของหญิงสาวที่ดูซีดเซียวแต่ทว่ากลับมีประกายความมั่นใจที่ต่างไปจากเดิม เขาก้าวเข้ามาในบ้านโดยไม่รอคำเชิญ สายตาเหลือบไปเห็นร่องรอยคราบดินที่ติดอยู่บนปลายนิ้วของนาง ก่อนจะเบนไปมองหม้อดินเผาที่วางอยู่บนเตา ซึ่งส่งกลิ่นหอมของสมุนไพรและเนื้อสัตว์ลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ "ท่านหัวหน้าหน่วยสวี่ ดูเหมือนท่านจะถือวิสาสะเกินหน้าที่ไปหน่อยนะคะ" หลินเฟยหรานเอ่ยดักคอ พร้อมกับกอดอกพิงวงกบประตูอย่างท้าทาย "ข้าแค่จะมาบอกว่า... ที่นี่มีคนกำลังจับตามองเจ้าอยู่" เขาขยับเข้าใกล้จนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายของกันและกัน "คนของตระกูลหลินกำลังวางแผนจะมาพังบ้านของเจ้าในคืนนี้ เพื่อค้นหาของมีค่าที่พวกเขาลือกันว่าเจ้าซ่อนเอาไว้... และข้า ไม่คิดจะปล่อยให้ใครหน้าไหนมาพัง 'ของของข้า' ไปแม้แต่เสี้ยวเดียว" ประโยคสุดท้ายของเขาไม่ใช่คำบอกเล่า แต่มันคือคำประกาศเจตจำนงที่หนักแน่นดุจภูผา หลินเฟยหรานเลิกคิ้วขึ้น ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความขบขัน "งั้นหรือคะ? ถ้าเช่นนั้น... เรามาลองดูเสียหน่อยไหมล่ะว่า คนที่จะพังบ้านข้า หรือข้าที่จะทำให้พวกเขาไม่มีวันลืมคืนนี้ไปตลอดชีวิต" ในขณะที่นางกำลังจะเอ่ยประโยคถัดไป จู่ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าหนักๆ หลายสิบคู่ดังขึ้นพร้อมกันที่หน้าบ้าน เสียงไม้พังประตูโครมครามตามมาด้วยเสียงตวาดด่าทอที่คุ้นหูของแม่สะใภ้จอมโลภที่จ้องจะสูบเลือดสูบเนื้อนางมาโดยตลอด "นังตัวดี! ออกมาให้ข้าตบสั่งสอนเดี๋ยวนี้! อย่าคิดว่ามีไอ้ทหารหน้าโง่มาคุ้มครองแล้วเจ้าจะรอด!" สวี่เฉินเฟิงหันไปมองประตูที่สั่นสะเทือนด้วยแรงกระแทก ก่อนจะหันกลับมาส่งยิ้มมุมปากให้หลินเฟยหราน แววตาของเขาเปลี่ยนไปเป็นนักล่าที่พร้อมขย้ำเหยื่อ เขาโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูของนางด้วยเสียงที่เย็นเยียบ "ดูเหมือนว่า 'แขก' ที่เจ้าเตรียมไว้ จะมาถึงเร็วกว่าที่คิด... แต่ที่น่าแปลกกว่านั้น คือคนกลุ่มนี้ดูเหมือนจะมีบางอย่างที่ 'เกินคาด' มาด้วย... เจ้าลองดูที่ใต้ฝ่าเท้าของคนที่พังประตูเข้ามาคนแรกสิ นั่นมันอะไร?" หลินเฟยหรานก้มมองผ่านรอยแยกของประตู แสงไฟจากคบเพลิงส่องให้เห็นตราประทับสีดำสนิทบนฝ่าเท้าของผู้บุกรุก ซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์ที่ไม่มีใครในหมู่บ้านนี้ควรจะมี... ตราของสำนักลอบสังหารที่นางจำได้แม่นยำว่าตนเองเคยทำลายทิ้งไปแล้วในชาติก่อน! ความลับที่นางพยายามปิดบังกำลังถูกเปิดโปง และศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดก็ไม่ได้มาแค่คนเดียว ไป๋เป่าเปาของแม่ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังสู้ชีวิตเพื่อสิ่งที่ดีกว่านะคะ!
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนโอสถข้ามภพ ปฏิวัติสวนผักยุคกันดาร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%