พันธะเลือดสีนิล: รอยจูบใต้เงาอเวจี•ตอนที่ 11

สัมผัสอันหนาวเหน็บ

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
“เจ้าคิดว่าความตายมีรสชาติอย่างไรหรือ เรน?” คำถามนั้นหลุดออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบที่เคลือบด้วยสีแดงดั่งกลีบกุหลาบอาบเลือด เคาน์เตสอีลีน่าไม่ได้หันมามองข้า นางเพียงแต่จ้องมองผ่านหน้าต่างบานสูงที่ไร้แสงจันทร์ส่องผ่านไปสู่ความมืดมิดของสวนกุหลาบหนามด้านนอก นิ้วเรียวยาวของนางเคาะลงบนขอบแก้วคริสตัลที่บรรจุของเหลวสีเข้มข้นอย่างเชื่องช้า ราวกับกำลังรอคอยจังหวะของเสียงหัวใจที่เต้นผิดจังหวะของข้า ข้าก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว กลิ่นอายของความเย็นยะเยือกที่แผ่ออกจากร่างสูงสง่าของนางช่างน่าหลงใหลและน่าหวาดหวั่นในเวลาเดียวกัน ความทรงจำเกี่ยวกับโศกนาฏกรรมของผู้คนที่ตายไปเริ่มหลั่งไหลเข้ามาในหัวข้าเหมือนหยดหมึกที่แตกตัวในน้ำใส แต่น่าแปลก... ในวินาทีนี้ ข้ากลับมองไม่เห็นภาพของคนตาย ข้าเห็นเพียงเงาสะท้อนของหญิงสาวผู้โดดเดี่ยวที่แบกรับพันธะสัญญาแห่งเลือดมานานนับศตวรรษ “ความตายคงไม่มีรสชาติหรอกค่ะท่านเคาน์เตส” ข้าพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น “มันคือจุดจบ... คือความว่างเปล่าที่ไม่มีใครปรารถนาจะลิ้มลอง” อีลีน่าหมุนตัวกลับมาอย่างแช่มช้า ท่วงท่าของนางสง่างามดุจนักเต้นบัลเล่ต์บนเวทีแห่งความตาย นางก้าวเข้ามาหาข้า—ทีละก้าว—ราวกับนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม แสงเทียนในห้องโถงวูบไหวราวกับจะดับสูญเมื่อร่างของนางเคลื่อนผ่าน กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าที่เหี่ยวเฉาและกลิ่นคาวเลือดจางๆ อบอวลอยู่ในอากาศ “เจ้าช่างมองโลกในแง่ร้ายเสียจริง” นางหยุดลงตรงหน้าข้า รัศมีจากตัวนางกดทับจนข้าแทบหายใจไม่ออก ปลายนิ้วเย็นเฉียบของนางเชยคางข้าขึ้นอย่างถือดี สัมผัสนั้นเย็นจัดจนข้ารู้สึกเหมือนถูกน้ำแข็งกรีดผ่านผิวหนัง “ความตายไม่ใช่จุดจบ... มันคือการเริ่มต้นใหม่ในรูปแบบที่เราไม่อาจปฏิเสธได้ และสำหรับข้า... รสชาติของมันคือสิ่งที่ข้าโหยหาที่สุด เมื่อยามที่ไม่มีใครข้างกาย” สายตาของนางเลื่อนต่ำลงมาที่ลำคอของข้า ความเงียบงันในห้องบีบคั้นจนข้าได้ยินเสียงเลือดของตัวเองสูบฉีดอย่างบ้าคลั่ง ความปรารถนาบางอย่างที่ข้าพยายามกักขังไว้เริ่มสั่นคลอน ข้าไม่ควรจะรู้สึกเช่นนี้... ข้าควรจะหวาดกลัว แต่ในใจลึกๆ กลับโหยหาสัมผัสที่เย็นเยียบนี้อย่างน่าประหลาด “ท่านต้องการอะไรกันแน่คะ?” ข้ากระซิบถาม ดวงตาเราประสานกัน ราวกับมีกระแสไฟฟ้าที่มองไม่เห็นวิ่งผ่านระหว่างเรา “ท่านเก็บข้าไว้เพื่อเป็นเครื่องสังเวย หรือเพื่อเป็นภาพสะท้อนของใครบางคนที่ท่านสูญเสียไป?” อีลีน่าชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาที่เคยแข็งกร้าวและเย็นชาคล้ายกับจะมีรอยร้าว นางโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจที่ไร้อุณหภูมิปะทะกับผิวแก้มข้า กลิ่นกายของนางรุนแรงขึ้นจนข้าเกือบจะลืมเลือนโลกภายนอก “เจ้าช่างช่างสังเกต” เสียงของนางแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความรู้สึก “ข้าไม่ได้มองหาใครในตัวเจ้า เรน... ข้ามองหา 'ทางรอด' ข้าอยู่มานานจนความทรงจำกลายเป็นคุกที่ขังข้าไว้ แต่เจ้า... เจ้ามีชีวิต มีความอบอุ่นที่ข้าไม่เคยครอบครอง และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ข้า... หิวโหย” ทันใดนั้น นางก็โอบเอวข้าด้วยแขนข้างเดียวและรั้งตัวข้าเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว ความอบอุ่นจากร่างกายของข้าปะทะเข้ากับความเย็นมหาศาลของแวมไพร์สาว ข้าเผลอใช้มือกำเสื้อกำมะหยี่สีนิลของนางไว้แน่น หัวใจข้าเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุอกออกมา อีลีน่าโน้มใบหน้าลงมาใกล้ซอกคอของข้า ปลายจมูกของนางสัมผัสผิวเนื้อแผ่วเบา ขนลุกชันไปทั่วร่างเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสเปียกชื้นที่ไม่ได้มาจากน้ำลาย แต่เป็นความเย็นที่กัดกินลึกลงไปถึงกระดูก “เลือดของเจ้าน่าหลงใหลนัก...” นางพึมพำชิดผิวหนัง “มันเต้นเร้าด้วยความปรารถนาที่เจ้าเองก็ยังปฏิเสธ... จริงหรือไม่?” ก่อนที่ข้าจะได้หาคำตอบมาโต้แย้ง สติสัมปชัญญะของข้าก็พร่าเลือนไปชั่วขณะเมื่อมืออีกข้างของนางเลื่อนขึ้นมาสัมผัสใบหน้าข้าอย่างทะนุถนอม ราวกับข้าเป็นตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่เปราะบางที่สุดในโลก ความใกล้ชิดที่ล่อแหลมนี้มันอันตรายเกินกว่าจะยอมรับได้ แต่กลับดึงดูดใจจนข้าไม่อาจผลักไส ปัง! เสียงประตูกระแทกเปิดออกดังสนั่นก้องไปทั่วโถงทางเดิน ทั้งข้าและอีลีน่าผละออกจากกันในทันที ความเย็นยะเยือกในห้องถูกแทนที่ด้วยกลิ่นอายของโลหะและดินปืน ลูเซียนยืนอยู่ที่กรอบประตู มือหนึ่งกุมด้ามดาบเงินไว้แน่น นัยน์ตาสีเทาของเขาวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ปิดไม่มิด “ปล่อยเธอเสีย เคาน์เตส” ลูเซียนคำราม เสียงของเขาต่ำและเต็มไปด้วยความเกลียดชังที่สั่งสมมานาน “เกมเสแสร้งของแกจบลงแล้ว มรดกเลือดที่แกพยายามจะกลืนกิน... มันไม่ใช่ของของแกตั้งแต่วันที่ครอบครัวของข้าต้องตายเพราะมือแก!” อีลีน่าเหยียดยิ้มที่มุมปาก—ยิ้มที่ไม่ได้มีความหวาดกลัวแม้แต่นิดเดียว นางหันมามองข้าด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ก่อนจะก้าวถอยห่างไปทางแสงเงาของมุมห้อง “ดูเหมือนค่ำคืนนี้จะยาวนานกว่าที่คิดนะ เรน” นางกล่าวเสียงเรียบ “เจ้าจะเลือกอยู่กับความอบอุ่นที่จอมปลอมของนักล่าผู้นี้ หรือจะกลับมาหาความจริงที่หนาวเหน็บในอ้อมแขนของข้า... เลือกให้ดีล่ะ เพราะชีวิตที่เหลืออยู่ของเจ้า ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจในวินาทีนี้เท่านั้น” ลูเซียนชักดาบเงินออกมา แสงสะท้อนจากคมดาบตัดผ่านความมืดมิดในห้อง เขาพุ่งตัวเข้ามาด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ แต่ทว่า—ก่อนที่ปลายดาบจะถึงตัวเคาน์เตส เงาร่างสีดำมืดมิดสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากพื้นเบื้องล่าง พันธนาการขาของลูเซียนไว้แน่นจนเขาล้มลงกับพื้น เสียงหัวเราะแผ่วเบาของอีลีน่าดังขึ้นท่ามกลางความโกลาหล พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเงาปริศนาที่โผล่ออกมาจากเงามืดด้านหลังของข้าเอง! ขอบพระคุณทุกท่านที่ดำดิ่งไปพร้อมกับบลัดดี้แมรี่ในตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเลือดสีนิล: รอยจูบใต้เงาอเวจี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%