"หากเจ้ายังขยับตัวอีกเพียงนิด ข้าสาบานว่าจะควักดวงตาคู่นั้นออกมาให้มันได้เห็นความว่างเปล่าเสียที"
เสียงกระซิบแหบพร่าดุจใบมีดโกนบาดผ่านความเงียบงันในห้องโถงกว้าง อีลีน่าไม่ได้หันกลับไปมองสิ่งที่อยู่เบื้องหลัง แต่รังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมานั้นรุนแรงจนเรนรู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบที่แล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลัง
เรนยืนแข็งทื่ออยู่กลางห้องพรมกำมะหยี่สีเลือด แสงเทียนที่หลอมละลายจนเหลือเพียงตอเตี้ยๆ บนเชิงเทียนเหล็กดัดสั่นไหววูบวาบ ลมพายุภายนอกคฤหาสน์ไม่ได้พัดผ่านเข้ามา แต่มันกลับมีความกดอากาศบางอย่างที่ทำให้ลมหายใจของเธอติดขัด ในสมองของเรน ภาพเหตุการณ์ซ้อนทับกันอย่างบ้าคลั่ง—ภาพของชายในชุดคลุมสีเทาหม่นที่ถือลิ่มเงินอาบน้ำมนต์ แววตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชังนั่น... มันคืออดีตที่กำลังจะกลายเป็นปัจจุบัน
"อีลีน่า... เขา..." เรนพยายามจะเอ่ยปาก แต่เสียงของเธอกลับเบาราวกับขนนก
"เงียบเสีย เบบี้"
เคาน์เตสสาวขยับตัวเพียงเล็กน้อย ชุดราตรีผ้าไหมสีนิลพริ้วไหวราวกับมีชีวิต เธอไม่ได้หันไปมองผู้บุกรุก แต่สายตาของเธอจดจ้องเพียงเสี้ยวหน้าด้านข้างของเรนที่มีรอยเหงื่อซึม เธอห่วงแหน... ไม่ใช่แค่ชีวิตของเรน แต่เป็น 'รอยจูบ' ที่เธอประทับไว้บนซอกคอขาวนั่น ซึ่งเธอยังไม่อนุญาตให้ใครหน้าไหนมาแตะต้อง
*เคร้ง!*
เสียงโลหะปะทะกับกรงเล็บแหลมคมดังสนั่นหวั่นไหว ลูเซียนพุ่งตัวออกมาจากเงามืดของเสาหินด้วยความเร็วที่ไม่ใช่มนุษย์ ลิ่มเงินในมือเขากระหายเลือด แต่มันกลับถูกมือเรียวบางของอีลีน่าคว้าไว้กลางอากาศอย่างง่ายดาย แรงปะทะทำให้พื้นหินอ่อนใต้ฝ่าเท้าทั้งสองแตกละเอียด
"ไอ้แวมไพร์ชั้นต่ำ! แกคิดว่าการซ่อนตัวอยู่ในปราสาทเน่าๆ นี่จะช่วยให้แกหนีจากพันธะแห่งความแค้นของตระกูลข้าพ้นงั้นรึ?" ลูเซียนคำราม เสียงของเขาเต็มไปด้วยความเกลียดชังที่สั่งสมมานับทศวรรษ
อีลีน่าเหยียดยิ้มเย็นชา ดวงตาสีไพลินของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวกับทับทิมที่ถูกแช่ในกองเลือด "ความแค้นของเจ้าน่ะหรือ? ลูเซียน... เจ้ามันก็แค่หมาล่าเนื้อที่ถูกฝึกมาให้เห่าหอนเพื่อเศษเงินรางวัล เจ้าไม่เคยรู้เลยว่าการได้เห็นชีวิตที่เจ้าหวงแหนค่อยๆ แตกสลายในมือข้า... มันหอมหวานเพียงใด"
อีลีน่าเหวี่ยงตัวผู้บุกรุกกระแทกเข้ากับชั้นหนังสือยักษ์จนหนังสือโบราณนับร้อยเล่มร่วงหล่นลงมาเป็นฝนกระดาษ แต่ลูเซียนไม่ได้อ่อนแออย่างที่เธอคิด เขาสะบัดตัวกลับมาพร้อมกับสร้อยคอเงินที่เปล่งแสงสีฟ้าจางๆ ออกมา มันคือ 'ตราผนึกนักล่า' ที่จะลดทอนพลังของแวมไพร์ในรัศมีใกล้เคียง
ความเย็นที่เคยแผ่ออกมาจากตัวอีลีน่าเริ่มลดน้อยลง เธอชะงักไปชั่วครู่เมื่อไอเวทมนตร์จากสร้อยเส้นนั้นเริ่มเผาผลาญผิวหนังที่ไหล่ขวา
"อีลีน่า!" เรนกรีดร้องโดยไม่ตั้งใจ เมื่อเห็นคนรักของเธอเสียหลัก
จังหวะที่อีลีน่าชะงัก ลูเซียนอาศัยโอกาสนั้นพุ่งเป้าไปที่เรน เขาต้องการใช้หญิงสาวเป็นตัวประกัน เขาไม่สนว่ากฎของการล่าจะเป็นอย่างไร ขอเพียงแค่ตัดกำลังใจของเคาน์เตสเลือดบริสุทธิ์ผู้นี้ได้
แต่ลูเซียนประเมินอีลีน่าต่ำเกินไป
ในเสี้ยววินาทีที่ดาบเงินในมือลูเซียนจะแตะผิวเนื้อของเรน ร่างของอีลีน่าก็หายไปจากจุดเดิมเหมือนควันไฟ ก่อนจะไปปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าเรน เธอใช้ร่างของตัวเองรับคมดาบนั้นไว้เต็มรัก แทนที่จะหลบหลีก
*ฉึก!*
เสียงคมดาบเสียดแทงผ่านไหล่ของอีลีน่า เลือดสีนิลเข้มข้นหยดลงบนพื้นพรมสีแดงหรูหรา กลิ่นของมันหอมหวานและรุนแรงจนน่าคลื่นไส้สำหรับมนุษย์ แต่อีลีน่ากลับไม่แม้แต่จะขมวดคิ้ว เธอใช้มือที่เปื้อนเลือดของเธอเองคว้าลำคอของลูเซียนไว้แน่นด้วยพละกำลังมหาศาล
"เจ้ากล้า... แตะต้องสิ่งที่ข้าตีตราไว้..." เสียงของอีลีน่าต่ำและลึก จนดูเหมือนเสียงจากก้นบึ้งของอเวจี "นั่นคือความผิดพลาดครั้งสุดท้ายของชีวิตเจ้า ลูเซียน"
นิ้วของอีลีน่าจมลึกเข้าไปในลำคอของผู้บุกรุก พลังชีวิตของเขากำลังถูกสูบออกไปผ่านบาดแผลที่อีลีน่าสร้างขึ้น เรนยืนตัวสั่นงันงก สายตาของเธอพร่ามัวไปด้วยน้ำตา เธอเห็นภาพนิมิตในอดีตซ้อนทับ—ภาพของอีลีน่าที่เคยสูญเสียคนรักไปต่อหน้าต่อตาในลักษณะเดียวกันนี้... ความเจ็บปวดจากการสูญเสียที่อีลีน่าแบกรับมานับศตวรรษกำลังปะทุขึ้นในดวงตาของนาง
ลูเซียนพยายามดิ้นรน ใบหน้าของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ แต่ก่อนที่เขาจะสิ้นลม เขาได้หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
"เจ้าคิด... ว่าข้ามาคนเดียวงั้นรึ?"
อีลีน่าชะงัก กลิ่นที่คุ้นเคย กลิ่นของความตายที่ไม่ได้มาจากคนเดียว แต่มาจากคนนับสิบที่ล้อมกรอบคฤหาสน์นี้ไว้ ทันใดนั้น หน้าต่างกระจกสีบานใหญ่ทางทิศตะวันออกก็แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของเงาร่างในชุดเกราะเงินที่คุ้นตา พวกมันคือนักล่าหน่วยพิเศษที่ขึ้นตรงต่อสภาคริสตจักร
ทว่า... สิ่งที่ทำให้หัวใจของเรนแทบหยุดเต้นไม่ใช่การปรากฏตัวของเหล่านักล่า แต่เป็นร่างของชายหนุ่มที่เดินก้าวออกมาจากเงามืดด้านหลังสุด ใบหน้าที่เรนไม่มีวันลืม... ใบหน้าที่เธอเห็นในความฝันร้ายมาตลอดหลายปี
เขามีใบหน้าที่เหมือนกับชายที่เธอเคยรักในอดีตชาติอย่างไร้ที่ติ แต่ทว่าในดวงตาคู่นั้นกลับไม่มีความอบอุ่น มีเพียงความเย็นชาที่มากกว่าอีลีน่าเสียอีก
"ท่านหญิงอีลีน่า" ชายผู้นั้นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ท่านช่างดูโทรมไปมากเลยนะ หลังจากที่รอคอยมานานขนาดนี้... ข้าว่าถึงเวลาที่ต้องจบเกมเสียที"
อีลีน่าปล่อยร่างของลูเซียนให้ร่วงลงพื้นดั่งเศษผ้า เธอหันกลับมามองชายผู้นั้น ร่างกายของเธอสั่นสะท้านอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความตกตะลึงที่คาดไม่ถึง
"ท่าน... ท่านยังมีชีวิตอยู่?" อีลีน่าถามเสียงแผ่ว ขณะที่เลือดจากไหล่ยังคงหยดลงพื้นไม่ขาดสาย
ชายผู้นั้นยิ้ม แต่เป็นยิ้มที่เรนรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงกระดูก "ชีวิต? ข้าไม่มีวันมีชีวิตตราบใดที่ท่านยังกักขังวิญญาณของข้าไว้ในความทรงจำสีเลือดนี้..."
เรนถอยหลังกรูดไปชนกับโต๊ะเครื่องแป้ง สิ่งของบนโต๊ะร่วงลงมาแตกกระจาย ความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้รอยจูบของอีลีน่ากำลังจะถูกเปิดเผย... และมันอาจเป็นจุดจบของความรักที่เธอเพิ่งเริ่มต้น
บลัดดี้แมรี่ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงติดตามเรื่องราวอันดำมืดและงดงามนี้ไปพร้อมกับเธอนะคะ
พันธะเลือดสีนิล: รอยจูบใต้เงาอเวจี•ตอนที่ 12
รุ่งอรุณที่ไม่มีอยู่จริง
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเลือดสีนิล: รอยจูบใต้เงาอเวจี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!