พันธะเลือดสีนิล: รอยจูบใต้เงาอเวจี•ตอนที่ 13

บาดแผลที่เยียวยาด้วยเลือด

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
เศษแก้วแหลมคมบาดลึกเข้าที่ฝ่ามือของเรนจนเลือดสีแดงสดซึมออกมาแต้มพื้นพรมราคาแพง แต่นั่นกลับเป็นบาดแผลที่เล็กน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับสิ่งที่เธอกำลังเผชิญอยู่ตรงหน้า อีลีน่าทรุดฮวบลงกับพื้น ร่างกายที่เคยสง่างามดุจรูปสลักหินอ่อนบัดนี้สั่นเทา ลมหายใจของแวมไพร์สาวติดขัดราวกับเข็มพิษของลูเซียนที่ฝังอยู่บริเวณหัวไหล่กำลังกัดกินแก่นแท้แห่งชีวิตของนางไปอย่างช้าๆ กลิ่นกำยานที่เคยหอมหวนในห้องนอนกลับถูกแทนที่ด้วยกลิ่นสนิมเหล็กจางๆ ของเลือดปีศาจที่กำลังแผดเผา “อย่า... เรน อย่าเข้ามาใกล้ข้า...” เสียงของอีลีน่าแหบพร่า ดวงตาสีอเมทิสต์ที่เคยเยือกเย็นบัดนี้พร่าเลือนด้วยความเจ็บปวด แต่นางยังคงพยายามเบี่ยงหน้าหนี ราวกับกลัวว่าสัญชาตญาณดิบในตัวจะคลุ้มคลั่งและทำร้ายมนุษย์เพียงหนึ่งเดียวที่นางยอมเปิดใจให้ เรนไม่ได้สนใจคำเตือนนั้น เธอขยับเข้าไปใกล้ ข้ามผ่านเศษแก้วที่แตกกระจายมาคุกเข่าลงเบื้องหน้าหญิงคนรัก มือที่สั่นเทาเอื้อมไปประคองใบหน้าเย็นเฉียบของอีลีน่าขึ้นมา แสงสีเงินจากดวงจันทร์ที่ลอดผ่านม่านหน้าต่างอาบไล้ไปบนผิวพรรณที่เริ่มซีดเผือดจนเกือบโปร่งแสง “ทำไมท่านถึงต้องทำถึงขนาดนี้... เพื่อปกป้องข้าจากลูเซียน งั้นหรือ?” เรนถาม เสียงของเธอสั่นเครือ ความจริงที่เธอเพิ่งเห็นผ่านนิมิตเมื่อครู่—ภาพของอีลีน่าที่ยอมแลกหยาดเลือดของตนเพื่อปกป้องหญิงสาวในอดีตที่หน้าตาเหมือนเธอราวกับถอดแบบกันมา—มันแจ่มชัดจนหัวใจแทบแตกสลาย อีลีน่าเค้นหัวเราะ เสียงที่หลุดออกมาเหมือนคนสำลัก “เจ้าเห็นแล้วสินะ... ความทรงจำที่ข้าพยายามฝังกลบ... เจ้าไม่ใช่แค่เครื่องสังเวย หรือของเล่นฆ่าเวลาของข้า... เรน... เจ้าคือสิ่งที่ข้าโหยหามานานนับศตวรรษ” “ถ้าเช่นนั้น ก็อย่าให้ข้าต้องเสียท่านไปในตอนนี้” เรนตัดสินใจในเสี้ยววินาที เธอคว้ามีดสั้นที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง—อาวุธที่ลูเซียนทิ้งไว้เพื่อล่อลวง—มากรีดลงบนข้อมือตนเองอย่างไม่ลังเล เลือดสีสดหยดลงบนพื้นพรมและปลายมีด กลิ่นหอมหวานของเลือดมนุษย์ผู้มีพลังพิเศษส่งผลให้ดวงตาของอีลีน่าเบิกกว้างขึ้นในทันที “เจ้าทำอะไรลงไป...” อีลีน่าพึมพำ น้ำเสียงกึ่งตำหนิกึ่งหิวโหย “ดื่มเสีย... อีลีน่า” เรนยื่นข้อมือที่เลือดไหลซึมไปตรงริมฝีปากบางเฉียบของแวมไพร์สาว “หากเลือดของข้าคือสิ่งที่ท่านปรารถนามาตลอด เพื่อต่อลมหายใจให้ท่านได้อยู่ต่อ... ข้าก็เต็มใจที่จะถวายให้ ทั้งตัวและวิญญาณ” อีลีน่าสั่นสะท้าน แรงดึงดูดระหว่างเผ่าพันธุ์รุนแรงจนนางไม่อาจต้านทาน ร่างสูงเพรียวโน้มลงมาอย่างเชื่องช้า ริมฝีปากอุ่นร้อนประทับลงบนบาดแผลที่ข้อมือของเรน ก่อนที่คมเขี้ยวคู่สวยจะฝังลงมาอย่างอ่อนโยนแต่หนักแน่น ความรู้สึกวาบหวามปนเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่างของเรน เธอครางแผ่วในลำคอขณะที่รู้สึกได้ว่าพลังชีวิตของตนกำลังถูกสูบออกไปเพื่อหล่อเลี้ยงอีกฝ่าย ห้องทั้งห้องดูเหมือนจะหมุนคว้าง ภาพอดีตซ้อนทับกับปัจจุบัน... กลิ่นอายของความตายและความใคร่คละคลุ้งจนน่าเวียนหัว อีลีน่าเริ่มดูดกลืนเลือดด้วยความกระหายที่เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ ดวงตาของแวมไพร์สาวเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวกับทับทิมที่ถูกหลอมละลาย นางเงยหน้าขึ้นจากข้อมือเรนเพียงครู่เดียวเพื่อจ้องมองเข้าไปในดวงตาของหญิงสาวเบื้องหน้า “เลือดของเจ้า... มันไม่ได้มีไว้เพื่อรักษาแค่กายหยาบ” อีลีน่ากระซิบชิดริมฝีปากเรน เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยอำนาจมืด “แต่มันกำลังปลุกความทรงจำที่หายไปในสายเลือดของข้าให้กลับมาตื่นอีกครั้ง... เรน เจ้าไม่รู้หรอกว่าตัวเองเป็นใคร” ในจังหวะที่เรนกำลังจะถามกลับ แรงกระแทกจากประตูห้องที่พังทลายลงมาทำให้ทั้งคู่ต้องผละออกจากกัน ลูเซียนยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น แสงไฟจากคบเพลิงในมือเขาสาดส่องให้เห็นเงาสะท้อนที่น่าสะพรึงกลัวบนผนังห้อง เขาไม่ได้มาคนเดียว รอบกายเขามีทหารองครักษ์ในชุดเกราะเงินที่พร้อมจะสังหารแวมไพร์ทุกตนที่ขวางหน้า “การแลกเปลี่ยนเลือดได้เริ่มขึ้นแล้วสินะ...” ลูเซียนยิ้มกว้าง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสะใจที่เกินคำบรรยาย “ข้าเฝ้ารอเวลานี้มานาน... เวลาที่ตราพันธะเลือดสีนิลจะปรากฏขึ้นบนร่างของ ‘คนรัก’ ที่มีค่าที่สุดของเจ้า อีลีน่า” อีลีน่าลุกขึ้นยืน ร่างกายที่เคยบาดเจ็บสาหัสฟื้นตัวอย่างรวดเร็วด้วยเลือดของเรน นางแผ่รังสีแห่งความอำมหิตจนอากาศรอบข้างหนาวเหน็บ แต่ทันใดนั้นเอง เรนกลับรู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่ข้อมือตนเอง เมื่อก้มลงมอง เธอต้องตกตะลึงจนแทบสิ้นสติ—รอยแผลที่เธอสร้างขึ้นกำลังสมานตัวอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงรอยประทับสีดำสนิทที่ค่อยๆ แผ่ขยายลามไปทั่วท้องแขนราวกับรากไม้ที่มีชีวิต ลูเซียนหัวเราะลั่นห้อง “สายเลือดแห่งพันธะได้ผูกมัดพวกเจ้าไว้แล้ว... ทีนี้ การจะสังหารเจ้า... ก็ต้องสังหารผู้ที่เจ้าเลือกจะแลกเลือดด้วยไปพร้อมๆ กัน จะเลือกอะไรล่ะอีลีน่า? จะยอมตายไปพร้อมกับผู้หญิงคนนี้ หรือจะยอมให้ข้าพรากนางไปจากอ้อมอกเจ้าต่อหน้าต่อตา?” ขอบพระคุณนักอ่านที่ร่วมเดินทางผ่านค่ำคืนอันมืดมิดไปกับ "พันธะเลือดสีนิล" ในตอนนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองจะทำให้หัวใจของทุกท่านสั่นคลอนไปพร้อมกับความลับที่กำลังจะเปิดเผยในบทถัดไปนะคะ.
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเลือดสีนิล: รอยจูบใต้เงาอเวจี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%