สนีกเกอร์เก่าๆ ของเรนเหยียบย่ำลงบนพื้นดินแฉะชื้นของผืนป่าสนหมอก กลิ่นอายความอับชื้นของดินและซากใบไม้เน่าเฟะผสมปนเปไปกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ติดอยู่ปลายจมูก หัวใจของเธอดังก้องอยู่ในโสตประสาทราวกับกลองศึกที่รัวเร่งด้วยความตื่นตระหนก ทุกย่างก้าวที่วิ่งหนีคือการเดิมพันด้วยอิสรภาพที่หลุดลอย แต่ขาที่สั่นเทาและลมหายใจที่หอบกระชั้นกลับทรยศเธอในทุกวินาที
*หนี... ต้องหนีให้พ้นจากคฤหาสน์หลังนั้น จากเงาทมิฬที่ชื่อว่าอีลีน่า*
ภาพความทรงจำจากบททดสอบแห่งเลือดในค่ำคืนก่อนยังกรีดแทะจิตใจ เรนเห็นภาพอดีตอันน่าสะพรึงกลัว ภาพที่อีลีน่าสูญเสียคนรักในเปลวเพลิงแห่งความแค้นเมื่อหลายศตวรรษก่อน และเงาลวงตานั้นก็ซ้อนทับมาที่ตัวเธอ ราวกับเธอเป็นเพียง "ตัวแทน" ของใครอีกคนที่ตายไปแล้ว ความจริงข้อนั้นทำให้ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีกรีดร้อง สัญชาตญาณดิบสั่งให้เธอหันหลังให้เตียงนุ่มและอ้อมกอดอันตราย หยิบฉวยได้เพียงเสื้อโค้ตตัวหนาแล้วพุ่งตัวเข้าสู่ความมืดมิดของราตรีกาล
กิ่งไม้แห้งใต้ฝ่าเท้าหักดังกรอบแกรบ เรนสะดุ้งสุดตัว เธอหยุดยืนพิงลำต้นสนขนาดใหญ่ ปอดทั้งสองข้างแสบร้อนราวกับถูกไฟลามเลีย นิ้วมือเรียวยกขึ้นปาดหยาดเหงื่อและน้ำตาที่ผสมปนเปกันบนพวงแก้ม ดวงตากลมโตสודส่ายมองความมืดสลัวที่มีเพียงแสงจันทร์ลอดผ่านร่มไม้ออกมาเป็นลำ
"คิดว่าจะวิ่งหนีเงาของตัวเองพ้นอย่างนั้นหรือ, ลูกนกน้อย?"
เสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับลอยมาจากสายลมหนาวเหน็บดังขึ้น *ข้างใบหู*
เรนสะดุ้งเฮือก ขนลุกชันไปทั่วร่าง เธอหันขวับกลับไปทันที
ความมืดเบื้องหน้าบิดตัวเป็นเกลียวควันสีดำจางๆ ก่อนที่ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมกำมะหยี่สีนิลจะปรากฏขึ้นอย่างเงียบเชียบไร้ซุ่มเสียง อีลีน่ายืนอยู่ตรงนั้น ใบหน้างملงงามราวกับประติมากรรมน้ำแข็งไร้ที่ติ เส้นผมสีเงินยวงยุ่งเหยิงเล็กน้อยจากแรงลม แต่ดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นกลับส่องประกายเรืองรองราวกับอัญมณีต้องสาปที่สะท้อนความหิวกระหายและความโกรธขึงที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความนิ่งสงบ
"อีลีน่า..." เรนก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ จนแผ่นหลังชนเข้ากับเปลือกไม้เย็นยะเยือกของต้นสน
แวมไพร์สาวไม่ได้เร่งรีบพุ่งเข้ามา นางก้าวเดินเข้าไปหาเหยื่อทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ท่วงท่าสง่างามราวกับราชสีห์กำลังต้อนลูกแกะเข้ามุมมืด ทุกจังหวะที่รองเท้าบูทหนังกระทบพื้นดินให้ความรู้สึกกดดันราวกับภูเขาทั้งลูกกำลังกดทับลงบนอกของเรน
"เจ้าช่างกล้าหาญ... หรือโง่เขลาเบาปัญญาดีล่ะ, เรน" อีลีน่าหยุดยืนห่างออกไปเพียงคืบ กลิ่นหอมหวานอันเป็นเอกลักษณ์ของกุหลาบดำและเลือดสดๆ ลอยละล่องแตะจมูก "คิดจะทิ้งฉันไปหาใคร? ลูเซียนอย่างนั้นหรือ? เจ้าคิดว่าพวกมันจะปกป้องเจ้าจากความกระหายของฉันได้จริงหรือ?"
"ฉันไม่ใช่ตัวแทนของใคร!" เรนระเบิดเสียงออกมาด้วยความอัดอั้น น้ำตาแห่งความคับแค้นไหลรินอาบแก้ม "ฉันไม่ใช่ผู้หญิงคนนั้นในอดีตของเธอ! คุณมองเห็นตัวฉันจริงๆ หรือแค่มองผ่านฉันไปที่เงาของคนตาย!"
คำพูดนั้นทำให้ดวงตาสีแดงของอีลีน่าหรี่แคบลง รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกมาจากร่างจนอากาศรอบตัวเย็นจัดจนกลายเป็นไอหมอกสีขาว
"เจ้ากล้าดียังไงมาท้าทายฉันด้วยเรื่องนี้" อีลีน่าคำรามต่ำในลำคอ ก่อนที่มือเรียวเย็นเฉียบจะพุ่งเข้ามาคว้าคางของเรนไว้ด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ นิ้วเรียวจิกกดลงบนผิวเนื้อนุ่มจนเรนต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด แต่นางไม่ได้ปล่อยให้อีกฝ่ายได้พูดอะไรต่อ อีลีน่ากระชากร่างของเรนเข้ามาประชิดตัวจนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างกัน
ลมหายใจของแวมไพร์สาวปะทะเข้ากับพวงแก้มของเรน มันเย็นยะเยือกแต่กลับแผดเผาความรู้สึกนึกคิดจนกระเจิง
"เจ้าคิดว่าฉันกักขังเจ้าไว้เพราะความอาลัยอาวรณ์ถึงอดีตอย่างนั้นหรือ?" เสียงของอีลีน่าแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ถูกซ่อนเร้นอยู่ภายใต้ความเย่อหยิ่ง "เจ้าคิดผิด... เรน กลิ่นเลือดของเจ้า ความอบอุ่นของเจ้า และวิญญาณที่ตื่นกลัวแต่มุ่งมั่นของเจ้านั่นต่างหากที่ทำให้ฉันคลั่งไคล้ ไม่มีใครแทนที่ใครทั้งสิ้น... เจ้าคือปัจจุบัน คือไฟดวงเดียวที่เผาผลาญความว่างเปล่าของฉันในรอบหลายร้อยปี!"
เรนเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก คำสารภาพที่เจือด้วยความรaʊร้าวและตัณหาอันมืดมนทำให้นางสั่นสะท้าน ความโกรธขึงเมื่อครู่ถูกหลอมละลายด้วยความหวามไหวต้องห้ามที่แผ่ซ่านไปตามเส้นเลือด
อีลีน่าโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ริมฝีปากเย็นเฉียบเฉียดผ่านใบหูลงมาที่ซอกคอขาวผ่อง เรนสะดุ้งเฮือก ยอมรับทั้งความกลัวและความปรารถนาที่ตีรวนกันอยู่ในอกอย่างไม่มีทางขัดขืน
"เจ้าหนีฉันไม่พ้นหรอก... ไม่ว่าวิญญาณหรือร่างกาย ทุกหยดเลือดในกายนี้ เป็นของฉันแต่เพียงผู้เดียว"
ริมฝีปากอุ่นร้อนของอีลีน่ากดจันลงบนชีพจรที่เต้นระรัวที่ลำคอของเรน พร้อมกับเขี้ยวคมที่เริ่มยาวขึ้นสัมผัสกับผิวเนื้อ เรนส่งเสียงครางแผ่วเบาในลำคอด้วยความเสียวซ่านและหวาดกลัว นางหลับตาลง ยอมจำนนต่อพันธะสีนิลที่ไม่มีวันหลุดพ้น
ทว่า ในวินาทีที่คมเขี้ยวฝังลงไปพร้อมกับความหวานล้ำที่แผ่ซ่าน ร่างของอีลีน่าก็ชะงักกึก
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเสียงโลหะกระทบกันดังแว่วมาจากความมืดเบื้องหลังพุ่มไม้หนา พร้อมกับแสงไฟจากคบเพลิงที่สطว่างวาบขึ้นตัดผ่านความมืดมิดของราวป่า
"ปล่อยตัวเธอซะ, เคาน์เตสอีลีน่า!"
เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยที่เปี่ยมด้วยความเกลียดชังตะโกนก้อง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างในชุดเกราะนักล่าแวมไพร์และดาบเงินส่องประกายวาววับในมือ—ลูเซียนก้าวออกมาจากเงาไม้ พร้อมกับกองกำลังนักล่าที่ล้อมรอบพวกนางไว้ทุกด้าน!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงอเวจีไปกับ "บลัดดี้แมรี่" ครับ
พันธะเลือดสีนิล: รอยจูบใต้เงาอเวจี•ตอนที่ 8
พันธะสัญญาที่แตกสลาย
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเลือดสีนิล: รอยจูบใต้เงาอเวจี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!