พันธะเลือดสีนิล: รอยจูบใต้เงาอเวจี•ตอนที่ 21

กรงขังสีทอง

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
“ความจริงที่เธอโหยหาน่ะหรือ... เรน มันช่างขมปร่าและอาบไปด้วยกลิ่นคาวเลือดจนเกินกว่าที่วิญญาณอันบริสุทธิ์ของเธอจะรับไหว” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเวทนาของเคาน์เตสอีลีน่าดังก้องอยู่ในห้องโถงกว้างที่เงียบเชียบจนได้ยินแม้แต่เสียงหัวใจที่เต้นระรัวของเรน หญิงสาวถูกตรึงไว้ด้วยโซ่ตรวนที่ทำจากเงินบริสุทธิ์สลักอักขระโบราณ มันไม่ได้แน่นหนาจนบาดผิว แต่ให้ความรู้สึกบีบคั้นราวกับกรงเล็บที่กำลังโอบรัดไม่ให้เธอหลีกหนีไปไหน เรนพยายามกระชากข้อมือออก แรงสั่นสะเทือนจากโซ่ทำให้อักขระเหล่านั้นเปล่งแสงสีฟ้าจางๆ เธอหอบหายใจถี่ สายตามองไปยังสตรีสูงศักดิ์ที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า อีลีน่าในยามนี้ดูราวกับรูปปั้นเทพธิดาที่ถูกหล่อหลอมขึ้นจากความมืดมิด เส้นผมสีดำสนิททิ้งตัวยาวลงบนชุดราตรีผ้ากำมะหยี่สีเลือดนกที่ดูหรูหราทว่าน่าสะพรึงกลัว “ถ้าฉันเป็นกรงขังสำหรับเธอ... นั่นก็เพราะโลกภายนอกมันเน่าเฟะเกินกว่าที่ดอกไม้เปราะบางอย่างเธอจะออกไปเผชิญ” อีลีน่าก้าวเข้ามาใกล้ ปลายนิ้วเย็นเฉียบของแวมไพร์สาวเชยคางเรนขึ้นอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นนั้นทำให้เรนตัวสั่นสะท้าน ไม่ใช่เพราะหวาดกลัว แต่เพราะความสับสนที่แผ่ซ่านในจิตใจ “ปล่อยฉันเถอะค่ะ... อีลีน่า ความจริงที่ท่านปิดบังไว้มันอาจจะเป็นสิ่งที่ฉันต้องยอมรับให้ได้ ไม่ใช่ถูกขังอยู่แบบนี้” เรนเค้นเสียงตอบ ดวงตาสีอ่อนสั่นไหวเมื่อจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาสีทับทิมที่เหมือนหุบเหวไร้ก้นบึ้งของอีกฝ่าย อีลีน่าหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความรื่นรมย์ “เธอเห็นอดีตที่ตายไป... ใช่ไหมล่ะ? แต่เธอเคยเห็นบ้างไหมว่าสิ่งที่เธอกำลังเรียกร้องหาอยู่น่ะ คือศพที่เน่าเปื่อยซึ่งรอวันที่จะดึงเธอลงไปจมอยู่ในสุสานเดียวกัน” ร่างสูงโน้มตัวลงมาจนลมหายใจเย็นๆ รินรดอยู่ที่ข้างใบหู เรนรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายของกุหลาบดำและคาวเลือดจางๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของเคาน์เตสสาว มือของอีลีน่าเลื่อนจากคางลงมาสัมผัสที่ลำคอระหง แผ่วเบาราวกับจะปลอบประโลม แต่ในขณะเดียวกันก็เหมือนกำลังเตือนสติว่าอำนาจความเป็นความตายอยู่ในกำมือของใคร “ลูเซียนไม่ได้มาที่นี่เพื่อช่วยเธอหรอกนะ เรน” อีลีน่ากระซิบ คำนามนั้นทำให้หัวใจของเรนกระตุกวูบ “เขาต้องการเลือดของคนที่เห็นอดีต เพื่อปลดล็อกผนึกที่ขังบรรพบุรุษแวมไพร์ผู้หิวโหยเอาไว้ หากเธอก้าวออกไปจากห้องนี้... เธอจะไม่ใช่แค่เหยื่อ แต่นางจะเป็น ‘กุญแจ’ ที่ไขประตูนรกให้เปิดออก” “ท่านโกหก...” เรนสวนกลับทันควัน แม้ในใจจะเริ่มร้าวรานด้วยความสับสน ภาพนิมิตแวบหนึ่งแล่นผ่านเข้ามาในสมอง ภาพของลูเซียนที่ยืนอยู่ท่ามกลางกองซากศพในชุดนักล่า... เขาไม่ได้มาเพื่อช่วยเธอจริงๆ อย่างนั้นหรือ? “ข้าไม่เคยโกหกเรื่องที่เกี่ยวกับความเป็นความตาย” อีลีน่าผละออก หันหลังให้หญิงสาวพลางเดินไปที่หน้าต่างบานสูงที่ถูกปิดตายด้วยไม้กระดานหนาแน่น “ข้าขังเธอไว้ในกรงทองแห่งนี้ เพื่อให้เธอมีชีวิตรอด... แม้ว่าการมีชีวิตอยู่ของเธอจะเป็นการทรมานใจข้าที่สุดก็ตาม” เรนมองแผ่นหลังที่ดูโดดเดี่ยวและทรนงของอีลีน่า เธอสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากเย็นชา เคาน์เตสผู้นี้ไม่ได้กักขังเธอเพราะความเกลียดชัง หรือเพียงแค่ต้องการครอบครอง แต่เพราะความหวาดกลัว... กลัวที่จะสูญเสียสิ่งที่เปรียบเสมือนแสงสว่างสุดท้ายในชีวิตอันเป็นนิรันดร์ไปอีกครั้ง “ถ้าข้าเป็นกุญแจ...” เรนเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ “ท่านก็ควรจะทำลายกุญแจดอกนี้ทิ้งเสียตั้งแต่ตอนนี้ ไม่ใช่หรือคะ? ทำไมถึงต้องปกป้องคนที่ท่านสมควรจะกำจัดทิ้งเพื่อความปลอดภัยของตนเอง?” อีลีน่าชะงัก ร่างนั้นแข็งค้างไปครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆ หันกลับมา แววตาที่เคยเย็นชาสั่นไหวอย่างรุนแรงราวกับคลื่นพายุ “เพราะความตายของเธอ... คือสิ่งเดียวที่ข้าไม่อาจยอมรับได้ แม้จะต้องเอาโลกทั้งใบมาสังเวยเพื่อให้เธอยังคงหายใจอยู่ในห้องนี้ ข้าก็จะทำ” ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดของความปรารถนาและอันตราย เรนรู้สึกถึงหยดน้ำตาที่เอ่อล้นคลอเบ้า เธอไม่อาจเข้าใจได้ว่าทำไมปีศาจที่ไร้หัวใจเช่นนี้ถึงได้มอบความรักที่บิดเบี้ยวและหนักอึ้งให้แก่เธอมากขนาดนี้ ทว่าในจังหวะที่อีลีน่ากำลังจะก้าวเข้ามาหาเพื่อเช็ดน้ำตาให้นั้น เสียงกระแทกประตูดังสนั่นจากห้องโถงชั้นล่าง แรงสั่นสะเทือนทำให้เชิงเทียนบนโต๊ะร่วงลงสู่พื้น เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและคุ้นเคยอย่างประหลาดดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะที่เย็นเยียบจนชวนขนลุก กลิ่นธูปเงินและน้ำมันศักดิ์สิทธิ์โชยเข้ามาในอากาศ... ลูเซียนพังประตูเข้ามาแล้ว แต่สิ่งที่ผิดปกติคือเสียงกระซิบที่ดังออกมาจากเงามืดข้างหลังเรน เงาที่ดูเหมือนจะเป็นของเธอเองแต่กลับขยับได้ด้วยเจตจำนงอิสระ มันกำลังเอื้อมมือออกมาคว้าลำคอของเรนจากด้านหลัง ในขณะที่ประตูห้องถูกพังทลายออกเผยให้เห็นร่างของลูเซียนที่ชุ่มไปด้วยเลือด... แต่ไม่ใช่เลือดของเขาเอง “อีลีน่า... ดูสิว่าใครที่ข้าพามาด้วย” ลูเซียนยิ้มกว้าง แววตาไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ เขาก้าวเข้ามาพร้อมกับลากร่างที่โชกเลือดของ ‘ตัวตนในอดีต’ ของอีลีน่าเข้ามาในห้อง... หญิงสาวที่ควรจะตายไปนับร้อยปีแล้ว ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางอันดำมืดและงดงามนี้ไปพร้อมกับบลัดดี้แมรี่นะคะ
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเลือดสีนิล: รอยจูบใต้เงาอเวจี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%