พันธะเลือดสีนิล: รอยจูบใต้เงาอเวจี•ตอนที่ 22

เมื่อเลือดเรียกร้องเลือด

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
“กลิ่นสนิมเหล็กนี่มัน... คล้ายกับวันที่เจ้าสูญเสียทุกอย่างไปเลยไม่ใช่หรือ อีลีน่า?” ลูเซียนกระชากเส้นผมของหญิงสาวที่หมดสติอยู่แทบเท้าแรงจนใบหน้าซีดเผือดนั่นเงยขึ้น ดวงตาสีหม่นที่เคยสดใสเมื่อร้อยปีก่อนบัดนี้ปิดสนิท แต่ร่องรอยบาดแผลที่ฉีกขาดตามลำตัวยังคงหลั่งเลือดสีเข้มข้นหยดลงบนพรมกำมะหยี่สีแดงฉาน กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งในอากาศมิได้ทำให้เคาน์เตสอีลีน่าหวาดหวั่น ทว่ามันกลับสั่นคลอนบางอย่างในส่วนลึกของหัวใจที่ควรจะด้านชาไปนานแล้ว อีลีน่านิ่งงัน มือเรียวขาวจัดที่สวมถุงมือลูกไม้กำเข้าหากันแน่นจนสั่นสะท้าน เธอไม่ได้มองลูเซียน หากแต่สายตาคมกริบดุจมีดโกนจ้องเขม็งไปยังร่างนั้น... ร่างที่เป็นเสมือนกระจกเงาบิดเบี้ยวของอดีตที่เธอพยายามฝังกลบ “เจ้าช่างไร้รสนิยมลูเซียน” น้ำเสียงของเคาน์เตสแผ่วเบาแต่เยือกเย็นจนคนฟังรู้สึกถึงไอเย็นที่แล่นริ้วขึ้นตามสันหลัง “การขุดศพมาตบตาข้า ไม่ได้ทำให้เจ้าดูสูงส่งขึ้นเลย” “งั้นรึ?” ลูเซียนแค่นหัวเราะพลางใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยคราบเลือดบนแก้มของเหยื่อ “งั้นมาดูกันว่า ‘ศพ’ นี้จะมีความลับอะไรซ่อนอยู่” ในวินาทีที่เขากำลังจะลงมีดกรีดลงบนลำคอที่บอบบางของหญิงสาวคนนั้น พลังงานมหาศาลบางอย่างก็กระแทกเข้าใส่ผนังห้องจนร้าวราน แรงอัดอากาศที่รุนแรงทำให้ลูเซียนต้องถอยกรูดไปด้านหลัง เรน... หญิงสาวที่ยืนอยู่มุมมืดของห้องมาโดยตลอด บัดนี้ร่างของเธอกำลังถูกห่อหุ้มด้วยไอสีนิลที่เต้นเร้าดุจสิ่งมีชีวิต เรนก้าวออกมา ก้าวย่างของเธอมั่นคงและเปี่ยมด้วยอำนาจที่แม้แต่ตัวเธอเองก็เพิ่งจะตระหนักถึง ดวงตาของเรนเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทไร้ซึ่งตาดำขาว จิตใต้สำนึกของเธอไม่ได้หวาดกลัวต่อภาพอดีตที่ไหลบ่าเข้ามาในหัวอีกต่อไป แต่มันกลับ ‘สั่งการ’ ให้เธอควบคุมมัน “ปล่อยเธอลง” เรนเอ่ย น้ำเสียงของเธอฟังดูคล้ายเสียงประสานของคนนับพันที่ซ้อนทับกัน “เรน? อย่า...” อีลีน่าพึมพำ ดวงตาแวมไพร์ผู้สูงศักดิ์เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เธอสัมผัสได้ถึงพลังที่เรนกำลังดึงออกมา มันไม่ใช่พลังแห่งการมองเห็นอดีตธรรมดา แต่มันคือการ ‘ดึง’ เอาแก่นแท้ของชีวิตที่ดับสูญไปแล้วให้กลับมาสนองตอบ เรนไม่ได้สนใจคำทัดทาน เธอชูมือขึ้นกลางอากาศ ไอสีนิลพุ่งตรงไปพันธนาการข้อมือของลูเซียนราวกับงูยักษ์ ลูเซียนกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดเมื่อพลังของเขาถูกกลืนกินโดยอำนาจที่เหนือกว่า เรนรู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวอยู่ในอก มันไม่ใช่จังหวะของมนุษย์ แต่มันคือจังหวะของ ‘ผู้ควบคุม’ เลือดที่ไหลเวียนในกายเธอร้อนผ่าว มันเรียกร้อง... เรียกร้องการปลดปล่อย “ความเจ็บปวดที่เจ้าหยิบยื่นให้คนอื่น... วันนี้ข้าจะคืนให้เจ้าเป็นร้อยเท่า” เรนขยับนิ้วเพียงนิด ลูเซียนก็ถูกเหวี่ยงกระแทกกับกำแพงจนเลือดพุ่งกระฉูดออกจากปาก เคาน์เตสอีลีน่ามองแผ่นหลังของเรนด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ทั้งหลงใหล หวาดกลัว และโหยหาในเวลาเดียวกัน เรนในตอนนี้ดูงดงามราวกับเทพธิดาแห่งความตายที่ก้าวออกมาจากภาพวาดกอธิค เธอแข็งแกร่งขึ้น... และเธอกำลังสูญเสียความเป็นมนุษย์ไปทีละน้อยเพื่อปกป้องอีลีน่า “เรน พอได้แล้ว!” อีลีน่าถลาเข้าไปคว้าไหล่หญิงสาวไว้ แรงปะทะระหว่างพลังสีนิลกับไอเย็นของแวมไพร์ทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าสถิตกระจายไปทั่วห้อง เรนหันกลับมามองอีลีน่า แววตาสีดำสนิทนั่นสั่นไหววูบหนึ่ง ก่อนจะอ่อนแสงลงเมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงของคนรัก “เขาทำร้ายคุณ... เขาใช้ความทรงจำที่คุณเจ็บปวดมาเป็นอาวุธ” เรนเอ่ย น้ำตาหยดหนึ่งไหลออกมาจากดวงตาสีดำ แต่มันกลับเป็นหยดเลือดแทนที่จะเป็นน้ำใส ลูเซียนที่กำลังจะสิ้นฤทธิ์หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง “ฮะๆ... เห็นไหมล่ะอีลีน่า? สุดท้ายแล้ว ‘ของเล่น’ ของเจ้าก็น่ากลัวยิ่งกว่าปีศาจตนไหนที่เจ้าเคยรู้จัก! วันนี้เจ้าได้เห็นมันแล้ว... พลังที่ไม่ได้มาจากความรัก แต่มาจากความอาฆาต!” ทว่า ก่อนที่ลูเซียนจะได้พูดอะไรต่อ ประตูปราสาทบานยักษ์ก็ถูกกระแทกเปิดออกโดยแรงมหาศาลจากภายนอก ท้องฟ้าด้านนอกที่เคยเป็นยามค่ำคืนกลับเปลี่ยนเป็นสีเลือดเข้มข้น กองทัพเงาที่ไม่มีใครคาดคิดปรากฏขึ้นเบื้องหลังลูเซียน พวกมันไม่ใช่คน ไม่ใช่อสุรกาย แต่เป็นเหล่า ‘ร่างจำลอง’ ของอดีตที่เรนเคยเฝ้ามองมาตลอดชีวิต ร่างที่โชกเลือดของหญิงสาวที่อีลีน่าเคยรักค่อยๆ ลืมตาขึ้น แววตาของนางไม่ได้มีความโศกเศร้าอีกต่อไป แต่กลับเป็นความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัว นางลุกขึ้นยืนด้วยท่วงท่าที่สง่างามเกินกว่าจะเป็นคนตาย ก่อนจะเดินตรงไปหาเรนและกระซิบด้วยเสียงที่ก้องกังวานไปทั่วโถงปราสาท “ขอบคุณที่ปลุกข้าขึ้นมา... บัดนี้ พันธะแห่งเลือดได้ถูกทำลายลงแล้ว” เรนเบิกตากว้างเมื่อรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่หน้าอกอย่างรุนแรง เธอทรุดลงในอ้อมแขนของอีลีน่า ขณะที่เงาของร่างหญิงสาวในอดีตเริ่มเข้าครอบงำร่างของเธออย่างช้าๆ อีลีน่ากอดเรนไว้แน่น แต่สิ่งที่เธอกำลังกอดอยู่เริ่มเปลี่ยนสภาพไป... ความเย็นเยือกของแวมไพร์กำลังถูกกลืนกินโดยความร้อนแรงของวิญญาณที่หิวกระหาย และก่อนที่อีลีน่าจะทันได้ร้องเรียกชื่อคนรัก เสียงหัวเราะแผ่วเบาของหญิงสาวในอดีตก็ดังขึ้นข้างหูเธอว่า “เรามาเริ่ม... เกมชิงความรักครั้งใหม่กันเถอะ... เคาน์เตส” ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเงามืดไปพร้อมกับข้านะคะ หวังว่าตอนหน้าเราจะได้พบกันในสถานการณ์ที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิมค่ะ บลัดดี้แมรี่
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเลือดสีนิล: รอยจูบใต้เงาอเวจี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%