"ความตายไม่ได้น่ากลัวเท่ากับการมีชีวิตอยู่โดยปราศจากเงาของเธอหรอกค่ะ, อีลีน่า..."
เสียงกระซิบนั้นแผ่วเบาราวกับละอองหมอกยามราตรี แต่กลับชัดเจนก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของแวมไพร์สาวผู้สูงศักดิ์ ห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์รัตติกาลเวลานี้อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของหยาดเลือดสีนิลและกลิ่นดอกกุหลาบดำที่โรยรา เศษซากกระจกสีที่แตกกระจายจากเหตุการณ์เผชิญหน้ากับลูเซียนยังคงเกลื่อนกลาดบนพื้นหินอ่อน สะท้อนแสงจันทร์สีเลือดจากหน้าต่างบานสูงใหญ่ที่ทอดเงายาวน่าสะพรึงกลัว
เรนยืนอยู่ตรงนั้น... ท่ามกลางความพินาศย่อยยับ ร่างเพรียวบางในชุดเดรสสีชาดเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดและร่องรอยของการต่อสู้ แต่นัยน์ตาคู่สวยไม่ได้มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความเด็ดเดี่ยวที่ลุกโชน ราวกับเปลวเพลิงสีฟ้าใต้พื้นพิภพ
อีลีน่าทรุดกายลงเล็กน้อย ริมฝีปากเรียวบางที่เคยเหยียดหยันและเย็นชาบัดนี้สั่นเทาเล็กน้อย ดวงตาสีทับทิมคู่นั้นเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อ ปนเปไปกับความเจ็บปวดล้ำลึกที่ถูกเก็บกดไว้หลายร้อยปี เลือดสีสดไหลรินจากบาดแผลบริเวณหัวไหล่ของแวมไพร์สาว หยดลงกระทบพื้นหินทีละหยด ราวกับเสียงนาฬิกาทรายที่กำลังนับถอยหลังสู่จุดจบ
"เธอ... บ้าไปแล้วหรือไร, เรน..." อีลีน่าเค้นเสียงลอดไรฟัน ความเย่อหยิ่งทระนงตนอันเป็นเอกลักษณ์ของเคาน์เตสผู้ทรงอำนาจพังทลายลงต่อหน้าหญิงสาวมนุษย์ผู้กุมหัวใจนางไว้ทั้งหมด "รู้ไหมว่าการยอมรับพันธะเลือดสีนิลแห่งอเวจีนี้หมายความว่าอย่างไร? มันหมายถึงความมืดมิดชั่วนิรันดร์... หมายถึงการตัดขาดจากแสงสว่างและผู้คนบนโลกใบนั้น... หมายถึงการต้องผูกพันวิญญาณไว้กับปีศาจเช่นฉัน... ไปจนกว่าโลกใบนี้จะดับสลาย!"
เรนก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว เสียงรองเท้ากระทบพื้นหินดังสะท้อนก้องความเงียบงัน หญิงสาวไม่ได้สะท้านต่อคำขู่หรือคำเตือนนั้นแม้แต่น้อย มือเรียวบางเอื้อมออกไปสัมผัสแก้ว
เนียนเย็นเฉียบของอีลีน่าอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ทำให้อีลีน่าสะعดุ้งเฮือกแต่ไม่ได้ถอยหนี
"โลกใบนั้นไม่เคยมีที่ให้ฉันอยู่ห่างจากเธอหรอกค่ะ, อีลีน่า..." เรนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่มั่นคง ดวงตาคู่คมจดจ้องลึกลงไปในดวงตาสีทับทิมคู่นั้น "คุณคิดว่าฉันกลัวความมืดหรือคะ? คุณคิดว่าพลังที่มองเห็นความตายและความเจ็บปวดในอดีต มันทำให้ฉันโหยหาแสงแดดจอมปลอมพวกนั้นจริงๆ หรือ? เปล่าเลย... ตลอดเวลาที่ผ่านมา โลกของฉันมีแต่ความโดดเดี่ยว จนกระทั่งฉันได้พบกับคุณ... ได้สัมผัสความหอมหวานของความเจ็บปวดที่คุณมอบให้"
เรนเลื่อนมือลงมาแตะที่ลำคอระหงของแวมไพร์สาว ที่ซึ่งร่องรอยเขี้ยวอันคมกริบยังคงปรากฏจางๆ
"ถ้าการอยู่เคียงข้างคุณต้องแลกด้วยการเป็นปีศาจ... ฉันก็ยินดีจะยอมจำนนต่อความมืดนั้นด้วยความเต็มใจค่ะ"
หัวใจของอีลีน่ากระตุกวูบ ความรู้สึกแปลกประหลาดที่นางไม่ได้สัมผัสมานานนับศตวรรษ—ความรู้สึกที่เรียกว่า 'ความรัก' และ 'ความหวาดกลัวที่จะสูญเสีย'—พรั่งพรูเข้ามาโจมตีจิตใจอันด้านชา
น้ำตาหยดหนึ่ง ซึ่งเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับแวมไพร์ผู้ไร้หัวใจ ร่วง
เผาะลงบนหลังมือของเรน ความเย็นเฉียบของมันผสานเข้ากับไออุ่นจากร่างกายของหญิงสาว กลายเป็นความสมบูรณ์แบบที่เจ็บปวด
"โง่... เธอช่างเป็นมนุษย์ที่โง่เขลาที่สุด..." อีลีน่าพึมพำเสียงสั่น ก่อนจะดึงร่างของเรนเข้าสู่อ้อมแขนอย่างแรง ราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงภาพลวงตา แขนเรียวแกร่งโอบกอดเอวบางไว้แน่น ฝังใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นของเรน สูดดมกลิ่นกายที่ผสมผสานระหว่างความเป็นมนุษย์และกลิ่นอายของพันธะเลือดที่กำลังก่อตัวขึ้น
ในวินาทีนั้นเอง เรนหลับตาลง ปล่อยให้ความเจ็บปวดอันหอมหวานแผ่ซ่านไปทั่วร่าง เมื่อเขี้ยวคมกริบของอีลีน่ากดลົງบนผิวเนื้อบริเวณลำคออย่างนุ่มนวลแต่หนักแน่น มันไม่ใช่การกัดเพื่อดูดกลืนวิญญาณหรือสูบเอาชีวิต แต่เป็นการประทับตรา... เป็นพิธีกรรมโบราณแห่งการหลอมรวมดวงวิญญาณสองดวงเข้าด้วยกัน
ความรู้สึกร้อนรุ่มแผ่ซ่านจากจุดที่ถูกกัด ลามเลียไปทั่วเส้นเลือด ราวกับไฟบรรלטกัลป์ที่กำลังชำระล้างความอ่อนแอทั้งหมดในตัวเรนออกไป ภาพความทรงจำอันเจ็บปวดในอดีต ภาพผู้คนที่สูญเสีย และความโดดเดี่ยวที่กัดกินจิตใจ ค่อยๆ เลือนหายไป ถูกแทนที่ด้วยพลังอันมืดมิด เย้ายวน และทรงอำนาจ พลังที่ทำให้เรนรู้สึกเป็นอิสระอย่างแท้จริงเป็นครั้งแรกในชีวิต
เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดดังคลอเคลียไปกับเสียงลมราตรีที่พัดผ่านช่องหน้าต่าง ลูเซียนที่ถูกตรึงร่างไว้ด้วยเถาวัลย์หนามสีดำสนิทในมุมมืดของห้อง ทำได้เพียงเบิกตากว้างด้วยความสิ้นหวัง ขณะมองดูพิธีกรรมต้องห้ามที่เสร็จสมบูรณ์ มรดกเลือดแห่งอเวจีไม่ได้ถูกแย่งชิง แต่มันถูก 'มอบให้' ด้วยความเต็มใจของทั้งสองฝ่าย
เมื่ออีลีน่ายกใบหน้าขึ้นจากซอกคอของเรน ริมฝีปากสีชาดของแวมไพร์สาวเปรอะเปื้อนไปด้วยหยดเลือดสดๆ นัยน์ตาสีทับทิมเปล่งประกายเจิดจ้าด้วยพลังอำนาจที่เต็มเปี่ยม เช่นเดียวกับเรน ที่ลืมตาขึ้นมาพร้อมกับนัยน์ตาคู่สวยที่เปลี่ยนเป็นสีดำสนิทลึกล้ำดั่งรัตติกาลไร้ดาว แต่ทว่าคมคายและเย้ายวนใจเกินกว่ามนุษย์ทั่วไปจะจินตนาการถึง
"ตอนนี้... เธอเป็นของฉันอย่างสมบูรณ์แล้ว, เรน..." อีลีน่ากระซิบชิดริมฝีปาก ปลายนิ้วเรียวเกลี่ยเส้นผมที่ชื้นเหงื่อออกจากใบหน้าของหญิงสาวด้วยความทะนุถนอมอย่างยิ่ง "ไม่มีใครพรากเธอไปจากฉันได้อีก... แม้แต่ความตายก็ไม่มีสิทธิ์"
"ค่ะ, อีลีน่า..." เรนแย้มยิ้ม รอยยิ้มที่งดงามและอันตรายที่สุดเท่าที่เคยมีมา "เราจะเป็นนิรันดร์... ไปด้วยกัน"
ทั้งสองประทับริมฝีปากเข้าหากันอย่างลึกซึ้งและเร่าร้อน ท่ามกลางกองเลือดและซากปรักหักพัง เป็นรสจูบแห่งพันธะสัญญาที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย เป็นความมืดที่โอบกอดแสงสว่างไว้อย่างแนบแน่น และเป็นความรักต้องห้ามที่ก้าวข้ามผ่านกฎเกณฑ์ทั้งปวงของโลกใบนี้
ทว่า... ในขณะที่บทเพลงแห่งรัตติกาลกำลังบรรเลงบทสรุปอันหอมหวานอยู่นั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยก็ดังสะท้อนขึ้นจากบันไดหินเบื้องล่าง เสียงโลหะกระทบกันบ่งบอกถึงกองกำลังนักล่าแวมไพร์กลุ่มใหญ่ที่บุกรุกเข้ามา และที่น่าตกใจที่สุดคือ เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยที่ตะโกนก้องขึ้นมาผ่านความมืด—เสียงของบุคคลที่ควรจะตายไปในกองเพลิงเมื่อหลายปีก่อน...
บลัดดี้แมรี่ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงมาในความมืดมิดและหอมหวานนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
พันธะเลือดสีนิล: รอยจูบใต้เงาอเวจี•ตอนที่ 48
คำมั่นสัญญาตลอดกาล
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเลือดสีนิล: รอยจูบใต้เงาอเวจี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!