พันธะเลือดสีนิล: รอยจูบใต้เงาอเวจี•ตอนที่ 43

จุดจบของนักล่า

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
คมดาบเคลือบเงินแท้บริสุทธิ์สั่นระริกในมือของลูเซียน ทว่ามันไม่อาจเทียบได้กับการสั่นไหวของนัยน์ตาคมกริบที่เวลานี้ฉายชัดเพียงความตื่นตระหนก ร่างสูงโปร่งของนักล่าผู้เย่อหยิ่งทรุดฮวบลงบนพื้นพรมกำมะหยี่สีเลือด ณ ใจกลางโถงกอธิค หอบหายใจอย่างรุนแรงราวกับปอดถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงที่มองไม่เห็น กลิ่นอายแห่งความตายและอำนาจโบราณตลบอบอวลกดทับจนอากาศรอบตัวหนาหนักจนแทบหายใจไม่ออก "เป็นไป... เป็นไปไม่ได้..." เสียงของลูเซียนขาดห้วง เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคายที่บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด เลือดสีสดไหลยิ้มออกจากมุมปากหนาขณะที่เขาพยายามยันกายลุกขึ้นยืนด้วยศักดิ์ศรีสุดท้าย แต่มันช่างไร้ความหมาย เบื้องหน้าของเขาคือภาพสะท้อนแห่งความมืดมิดที่งดงามและน่าสะพรึงกลัว เคาน์เตสอีลีน่ายืนตระหง่านอยู่บนบันไดขั้นบนสุด ดวงตาคู่นคมปลาทองเปล่งประกายเรืองรองในความสลัว ร่างระหงภายใต้ชุดราตรียาวสีดำสนิทไม่ได้ขยับเข้าประชิดตัวเขาด้วยซ้ำ ทว่าพลังอำนาจมหาศาลกลับกำลังบีบเค้นร่างของนักล่าหนุ่มราวกับกรงเล็บที่มองไม่เห็น เรนยืนอยู่เคียงข้างแวมไพร์ผู้สูงศักดิ์ มือเรียวบางสั่นเทาเล็กน้อยขณะกำชายเสื้อคลุมของอีลีน่าไว้แน่น นัยน์ตาสั่นระริกมองดูร่างของลูเซียนที่กำลังถูกพันธะสัญญาแห่งเลือดกัดกิน "เจ้าคิดจริงๆ หรือลูเซียน..." น้ำเสียงหวานเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลกของอีลีน่าดังสะท้อนก้องกังวานในความเงียบงัน นางก้าวลงมาช้าๆ ราวกับพญาคชสารที่กำลังย่างก้าวเข้าหาเหยื่อไร้ทางสู้ "ว่าตระกูลนักล่ากระจอกๆ ของเจ้า จะสามารถทำลายพันธะที่ผูกพันดวงวิญญาณของเราไว้ด้วยเลือดและบาปได้?" "แก... ปีศาจกระหายเลือด..." ลูเซียนเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาเบิกโพ้าด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัวระคนกัน เมื่อเขาพบว่าอักขระโบราณสีนิลกาฬนับร้อยสายกำลังผุดขึ้นบนผิวหนังของตนเอง ราวกับรอยสักที่ถูกกรีดด้วยคมมีดไฟ ทุกครั้งที่อักขระเหล่านั้นเปล่งแสงวาบ ความทรงจำ เสียงกรีดร้อง และความเจ็บปวดจากบรรพบุรุษของตระกูลนักล่าที่เคยทำสัญญาเลือดไว้กับตระกูลของอีลีน่าเมื่อหลายร้อยปีก่อน ก็ไหลทะลักเข้าสู่สมองของเขาอย่างบ้าคลั่ง นั่นคือพันธะสัญญาอันเป็นนิรันดร์ ผู้ใดที่กล้าหักหลังและยกดาบขึ้นใส่ผู้ถือครองเลือดแท้จะต้องชดใช้ด้วยวิญญาณ "ข้าไม่ใช่ปีศาจ..." อีลีน่าหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าของชายหนุ่ม ปลายรองเท้าส้นสูงสีดำสนิทหยุดลงห่างจากมือที่กำดาบของเขาเพียงไม่กี่คืบ ร่างสูงโปร่งโน้มตัวลงเล็กน้อย ดวงตาสีเพลิงจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของศัตรูที่กำลังพังทลาย "ข้าคือเจ้าของชีวิตและลมหายใจที่เหลืออยู่ของเจ้าต่างหาก ลูเซียน" "ฆ่า... ฆ่าฉันเสียที..." ลูเซียนคำรามลั่นด้วยความทรมาน ความภาคภูมิใจทั้งหมดถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี "ความตายมันง่ายเกินไปสำหรับคนทรยศอย่างเจ้า..." อีลีน่าเหยียดยิ้มเย็นชา รอยยิ้มที่งดงามแต่ไร้ซึ่งความปรานีใดๆ "เจ้าจะต้องมีชีวิตอยู่ เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจว่า ไม่มีมนุษย์หน้าไหนที่อาจหาญแตะต้องสิ่งที่ข้า 'รัก' ได้" สิ้นคำกล่าวของเคาน์เตส อักขระสีนิลบนร่างของลูเซียนก็สว่างวาบขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายพร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ ร่างของนักล่าหนุ่มลอยเคว้งขึ้นจากพื้นชั่วพริบตาก่อนจะร่วงกระแทกพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ดวงตาคู่นั้นปิดสนิทลงลมหายใจรดรินแผ่วเบา ราวกับคนพิการทางวิญญาณที่ถูกพรากทุกสิ่งทุกอย่างไป เรนผ่อนลมหายใจยาวออกมาอย่างลืมตัว ความตึงเครียดที่เกาะกุมหัวใจมาตลอดคลี่คลายลงเล็กน้อย ทว่ายังคงมีความหวาดหวั่นระคนโล่งอกฉายชัดในแววตา หญิงสาวหันไปสบตากับอีลีน่า ผู้ซึ่งเวลานี้หันกลับมามองนางด้วยสายตาที่เปลี่ยนจากความเยือกเย็นเป็นความลุ่มหลงอันร้อนแรงที่คุ้นเคย อีลีน่าก้าวเข้าประชิดเรนในพริบตาเดียว ปลายเรียวนิ้วเย็นเฉียบเชยคางมนขึ้นอย่างนุ่มนวล แตกต่างจากความโหดร้ายที่นางเพิ่งมอบให้แก่ศัตรูเมื่อครู่ราวกับคนละคน "เจ้ากลัวหรือเปล่า... คนดีของข้า?" เสียงกระซิบแผ่วเบาดังก้องอยู่ข้างใบหู ลมหายใจเย็นเยียบที่เป่ารดต้นคอทำเอาเรนสะท้านเฮือก ความอบอุ่นจากอ้อมแขนที่อีลีน่าใช้โอบกอดเอวบางไว้เข้าแนบชิดทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ "เปล่าค่ะ... ฉันแค่..." เรนพึมพำตอบ เสียงของนางแผ่วเบาและสั่นพร่า นัยน์ตาสوบผสานกับดวงตาสีเพลิงที่สะท้อนภาพใบหน้าของตนเอง ความปรารถนาอันมืดมนและลึกซึ้งเริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้งในบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายคาวเลือดและความเร้นลับ ริมฝีปากบางเฉียบของอีลีน่าแย้มยิ้มอย่างพึงพอใจ นางโน้มใบหน้าลงมาใกล้เรนมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งปลายจมูกแทบจะสัมผัสกัน เรนหลับตาลงอย่างยินยอมพร้อมใจ ปล่อยให้ความหอมหวานและเสน่หาต้องห้ามครอบงำสติสัมปชัญญะทั้งหมด ราวกับผีเสื้อที่บินเข้าหาเปลวเพลิงอันตราย ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแนบชิดกันนั้นเอง *ปัง!* เสียงประตูกระจกบานใหญ่ด้านหลังโถงกอธิคแตกละเอียดเป็น2เสี่ยง เศษกระจกกระจายเกลื่อนพื้นราวกับเกล็ดน้ำแข็งสะท้อนแสงจันทร์สีเลือด เงาร่างหนึ่งพุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วดุจสายฟ้าฟาด ก่อนที่คมดาบเล่มมหึมาจะพุ่งตรงมาปักลงที่พื้นห่างจากเท้าของอีลีน่าเพียงไม่กี่เซนติเมตร! อีลีน่าผละออกจากเรนในเสี้ยววินาที ร่างสูงตระหง่านหันขวับไปมองผู้มาเยือนด้วยแววตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธกริ้วที่ถูกขัดจังหวะ ทว่า เมื่อสายตาของแวมไพร์ผู้ทรงอำนาจปะทะเข้ากับใบหน้าของผู้ที่ยืนอยู่ท่ามกลางเศษกระจกเงาสีดำ นัยน์ตาสีเพลิงของเคาน์เตสกลับเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—เป็นครั้งแรกในรอบหลายร้อยปีที่ความหวาดหวั่นระคนตกตะลึงฉายชัดบนใบหน้านั้น "ไม่คิดเลยว่า... จะได้พบเจ้าอีกครั้ง 'พี่หญิง'..." บลัดดี้แมรี่ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงมาในความมืดมิดและหอมหวานนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเลือดสีนิล: รอยจูบใต้เงาอเวจี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%