พันธะเลือดสีนิล: รอยจูบใต้เงาอเวจี•ตอนที่ 44

ความพินาศของคฤหาสน์

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
เปลวเพลิงสีครามกำลังเลียเล็มผืนพรมเปอร์เซียสีเลือดอย่างตะกละตะกลาม กลิ่นกำมะถันและกลิ่นสาบของอาคมโบราณที่ถูกฉีกกระชากลอยคลุ้งผสมปนเปไปกับกลิ่นหอมหวานอันเป็นเอกลักษณ์ของดอกกุหลาบสีนิลที่ร่วงโรยระเกะระกะบนพื้นหินอ่อน เรนหอบหายใจถี่กระชั้น หยดเลือดอุ่นๆ จากรอยแผลที่หัวไหล่ซ้ายไหลซึมผ่านเนื้อผ้าซาตินสีดำลงมาสู่ปลายนิ้ว แต่ความเจ็บปวดทางกายนั้นเทียบไม่ได้เลยกับความร้าวรานในอก ดวงตาคู่คมกวาดมองซากอารยธรรมนับร้อยปีที่กำลังพังครืนลงมาต่อหน้าต่อตา คฤหาสน์รัตติกาล... สถานที่ซึ่งเคยเป็นทั้งกรงขังและวิมานแห่งความเสน่หาต้องห้าม บัดนี้กำลังแปรเปลี่ยนเป็นสุสานเพลิง "เจ้าคิดว่าจะหนีพ้นจากเงื้อมมือของข้าไปได้จริงหรือ เรน..." เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยที่แฝงไปด้วยกระแสความเยียบเย็นและรัญจวนใจดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง เคาน์เตสอีลีน่าก้าวออกมาจากม่านควันสีเทา ร่างระหงในชุดราตรีสีชาดเปรอะเปื้อนคราบเขม่าควัน ทว่าสง่าราศีและความเย้ายวนใจกลับไม่ได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย ดวงตาคู่สีทับทิมคู่นั้นกวาดมองเรือนร่างของเรนด้วยความกระหายใคร่ครอบครองที่รุนแรงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ราวกับสัญชาตญาณดิบของนักล่าถูกปลุกให้ตื่นขึ้นเต็มพิกัดท่ามกลางความพินาศ เรนถอยหลังกรูจนแผ่นหลังชนเข้ากับเสาหินที่สั่นคลอน เศษปูนและสะเก็ดไฟโปรยปรายลงมาดั่งหิมะมรณะ "พอเสียทีเถอะค่ะ อีลีน่า!" เรนเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่นสะเทือน "ทุกอย่างกำลังจะมอดไหม้... ลูเซียนทำลายแกนพลังของคฤหาสน์แล้ว ถ้าเรายังดื้อดึงอยู่ที่นี่ เราจะตายกันหมดทั้งคู่!" อีลีน่าแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูราวกับเสียงระฆังแตกห่าง ร่างสูงสง่าก้าวเข้ามาประชิดตัวเรนอย่างรวดเร็วดั่งภูตพราย นิ้วเรียวยาวเย็นเฉียบราจูบน้ำแข็งเอื้อมขึ้นมาเชยคางเรนให้เงີบขึ้นบังคับให้สบตา แรงกดดันจากพลังอำนาจมืดแผ่ซ่านจนเรนแทบหายใจไม่ออก "ความตายงั้นหรือ? หึ... ช่างเป็นคำที่น่าขันเสียจริง สำหรับพวกเราที่มีชีวิตอยู่ข้ามกาลเวลามาอย่างไร้จุดหมาย การมอดไหม้ไปด้วยกันในเปลวเพลิงแห่งความหลงใหล... อาจเป็นจุดจบที่งดงามที่สุดที่ข้าปรารถนาก็ได้นะคะ, ที่รัก" ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะปนกลิ่นไอความตายรดรินอยู่ใกล้ริมฝีปาก เรนรู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก ความหวาดกลัวและความปรารถนาอันลึกล้ำตีรวนกันอยู่ในช่องท้องจนปั่นป่วน มือเรียวของอีลีน่าเลื่อนไล่จากคางลงมายังลำคอระหง ลูบไล้ผ่านรอยแผลที่ส่งกลิ่นเลือดหอมหวานเย้ายวน สัญชาตญาณดิบของแวมไพร์ผู้กระหายเลือดสั่นเทิ้มอยู่ในสัมผัสนั้น "ท่านมันคนบ้า..." เรนพึมพำ ดวงตาคลอหน่วยด้วยหยาดน้ำตาแห่งความอึดอัดคับข้องใจ "ท่านยอมตาย... แต่ไม่ยอมปล่อยฉันไปสินะคะ?" "ใช่ ข้าไม่มีวันปล่อยเจ้า" อีลีน่ากระซิบชิดริมหู เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่เฉียบคมบาดลึก "ต่อให้โลกใบนี้สลายกลายเป็นจุล วิญญาณของเจ้าก็ต้องสถิตอยู่เคียงข้างเงาของข้า... ชั่วนิรันดร์" *โครมใหญ่!* เพดานห้องโถงใหญ่ด้านบนพังทลายลงมา เสียงคานไม้ขนาดมหาสเกลหักโค่นและเสียงหินถล่มดังสนั่นหวั่นไหวกลบเสียงพูดคุยทั้งปวง เปลวเพลิงพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ายามราตรีราวกับอสุรกายร้ายที่กำลังเริง่า ในวินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง เงาร่างหนึ่งก็พุ่งทะยานผ่านม่านเพลิงเข้ามาด้วยความเร็วสูง ประกายคมดาบสีเงินวาววับสะท้อนแสงไฟฟาดฟันเข้าใส่อีลีน่าอย่างแม่นยำ ลูเซียนปรากฏตัวขึ้นพร้อมแววตาดุดانกระหายการชำระแค้น คราบเลือดและบาดแผลตามตัวบ่งบอกว่าเขาผ่านศึกหนักมาไม่แพ้กัน "เกมจบแล้ว อีลีน่า!" ลูเซียนคำรามลั่น ดาบในมือตวัดเข้าปะทะกับกรงเล็บแหลมคมของแวมไพร์สาวเกิดประกายไฟสارتกระจาย "มรดกเลือดและคฤหาสน์หลังนี้จะต้องจบสิ้นลง ณ ที่นี่!" อีลีน่าผละจากเรนชั่วขณะเพื่อรับมือกับการจู่โจม ความโกรธเกรี้ยวทำให้เนตรสีทับทิมลุกโชนดั่งเพดานนรก แรงปะทะของทั้งสองสร้างคลื่นพลังงานมหาศาลจนพื้นหินอ่อนแตกร้าวเป็นทางยาว เรนถูกแรงกระแทกเหวี่ยงกระเด็นไปกระแทกกับผนังห้องอีกด้าน ร่างกายชาดิกด้วยความเจ็บปวด เรนกัดฟันฝืนพยุงร่างอันสะท้อนรอยแผลขึ้นยืน สายตากวาดมองไปรอบตัว ทางออกหลักถูกปิดตายด้วยกองเพลิงและซากปรักหักพัง มีเพียงบานหน้าต่างกระจกสีโบราณบานใหญ่ที่มองออกไปเห็นหน้าผาสูงชันเบื้องล่างเท่านั้นที่ยังพอมีทางรอด แต่ทว่า... ในจังหวะที่เรนกำลังจะตัดสินใจวิ่งไปที่หน้าต่างนั้นเอง สายตาก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งที่ซ่อนอยู่หลังซากเสาหินที่พังลงมา ร่างของชายชราผู้หนึ่ง... ผู้ซึ่งไม่ควรจะอยู่ที่นี่ในเวลานี้ เรนเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนลมหายใจสะดุดกึก ร่างนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่เป็น "บาทหลวงโทมัส" อาจารย์ผู้เลี้ยงดูเรนมาตั้งแต่เด็ก ผู้ซึ่งประกาศกร้าวมาตลอดชีวิตว่าเกลียดชังและต้องการกวาดล้างแวมไพร์ให้สิ้นซาก ทว่า... ในมือเหี่ยวย่นของบาทหลวงผู้เคร่งครัด กลับถือ "ขวดแก้วบรรจุโลหิตสีนิล" ของตระกูลอีลีน่าเอาไว้แน่น รอยยิ้มบิดเบี้ยวที่ปรากฏบนใบหน้ายับย่นนั้น ไม่หลงเหลือเค้าลางของความศรัทธาเลยแม้แต่น้อย "โง่เขลา... พวกเจ้าทุกคนต่างหากที่โง่เขลา" เสียงแหบแห้งของบาทหลวงโทมัสหัวเราะร่าท่ามกลางเสียงเพลิงไหม้ "เลือดแท้ของอีลีน่า และพลังแห่งการเห็นอดีตของนาก... ทุกอย่างถูกเตรียมไว้เพื่อพิธีกรรมปลุก 'ราชันย์แห่งรัตติกาล' ผู้นำพาความมืดที่แท้จริงต่างหากล่ะ!" อีลีน่าและลูเซียนที่กำลังห้ำหั่นกันอยู่ชะงักกึกพร้อมกัน ทั้งคู่หันขวับไปมองชายชราเป็นตาเดียว แววตาของแวมไพร์สาวฉายแววตื่นตระหนกอย่างที่เรนไม่เคยเห็นมาก่อน บาทหลวงโทมัสยกขวดแก้วขึ้นสูงเหนือศีรษะ ก่อนจะทุ่มมันลงกับพื้นเบื้องหน้าอย่างไร้ความปรานี! บลัดดี้แมรี่ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงมาในความมืดมิดและหอมหวานนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเลือดสีนิล: รอยจูบใต้เงาอเวจี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%