พันธะเลือดสีนิล: รอยจูบใต้เงาอเวจี•ตอนที่ 17

การเผชิญหน้าบนระเบียง

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
"ถ้าเจ้าคิดว่าการหนีไปให้พ้นจากสายตาข้า จะทำให้รอยแผลที่วิญญาณของเจ้าเลือนหายไปได้... เจ้าก็ช่างเป็นเด็กน้อยที่ไร้เดียงสาเสียจริง เรน" น้ำเสียงของเคาน์เตสอีลีน่าเย็นเยียบราวกับน้ำค้างแข็งกลางฤดูหนาว นางยืนพิงเสาระเบียงหินอ่อนสลักลายกุหลาบดำ สายตาคมกริบดุจมีดโกนจ้องมองร่างบางที่สั่นสะท้านอยู่เบื้องหน้า เรนหยุดฝีเท้าทันที หญิงสาวไม่ได้หันกลับไปเผชิญหน้ากับดวงตาสีเลือดคู่นั้น แต่กลิ่นอายความตายจางๆ ที่อบอวลอยู่รอบกายของแวมไพร์สาวก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ "ฉันไม่ได้หนีอีลีน่า... ฉันแค่กำลังรอให้ความทรงจำพวกนั้นมันหยุดกรีดร้องในหัวของฉันสักที" เรนเอ่ยตอบ เสียงของเธอแหบพร่า แรงกดดันจากพลังพิเศษที่เพิ่งเห็นนิมิตการตายของใครบางคนในคฤหาสน์เมื่อครู่ยังคงตกค้างอยู่ อีลีน่าก้าวเข้ามาใกล้ ความเงียบยามวิกาลบนระเบียงสูงชันนี้ดูราวกับจะบีบคั้นอากาศให้หมดไปจากปอด แวมไพร์สาวขยับตัวเข้ามาประชิดแผ่นหลังของเรน นิ้วเรียวยาวเย็นเฉียบราวกับหินอ่อนแตะลงบนลำคอระหงของหญิงสาวอย่างแผ่วเบา แต่แฝงไว้ด้วยอำนาจการครอบครองที่ไม่อาจหลีกหนี "รอยจูบของข้าที่ฝากไว้บนผิวเจ้า... มันควรจะทำให้เจ้าลืมทุกอย่างที่ผ่านมา ไม่ใช่หรือ?" อีลีน่ากระซิบข้างใบหู ลมหายใจเย็นเยียบของนางทำเอาเรนขนลุกซู่ เรนหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า สายตาของทั้งคู่ประสานกันอย่างดุเดือด "รอยจูบของท่านคือพันธนาการ ไม่ใช่ยาแก้ปวดค่ะ! ท่านรู้ดีว่าสิ่งที่ฉันเห็น... สิ่งที่คนในตระกูลท่านเคยทำ... มันไม่ใช่เรื่องที่ฉันจะก้าวข้ามผ่านไปได้ง่ายๆ เหมือนที่ท่านทำ" อีลีน่าชะงักไป ดวงตาที่เคยราบเรียบดุจทะเลสาบยามค่ำคืนสั่นไหววูบหนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธเกรี้ยวที่ถูกเก็บงำไว้ใต้เปลือกนอกอันเย็นชา นางกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือตนเอง "เจ้าไม่มีสิทธิ์ตัดสินสิ่งที่ข้าต้องแบกรับ!" อีลีน่าตวาดเสียงต่ำ ก่อนที่ความทรนงทั้งหมดจะพังทลายลง นางเซถอยหลังไปพิงราวระเบียง มือข้างหนึ่งยกขึ้นกุมขมับ ร่างกายที่เคยสง่างามทรุดฮวบลงอย่างไม่อาจต้านทาน เรนเบิกตากว้าง ความโกรธเคืองในใจมลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความตกใจ "อีลีน่า?" ภาพตรงหน้าทำให้เรนต้องรีบปราดเข้าไปประคอง เคาน์เตสผู้ทรงอำนาจกำลังหอบหายใจรวยริน ผิวพรรณที่เคยซีดขาวไร้ที่ติบัดนี้กลับดูโปร่งแสงจนน่ากลัว ปลายเล็บของนางเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท—สัญญาณของการต้านทานพิษร้ายจากเหล็กกล้าอาบมนต์ตราที่ลูเซียนวางแผนไว้ "ไม่ต้อง... มาแตะต้องตัวข้า" อีลีน่าพยายามผลักไส แต่เรนกลับโอบกอดนางไว้แน่นขึ้น ความเย็นที่สัมผัสได้จากร่างกายของคนในอ้อมแขนทำให้เรนรับรู้ได้ทันทีว่า ความเย็นชาที่อีลีน่าใช้เป็นเกราะป้องกันมาตลอดนั้น จริงๆ แล้วมันคือความโดดเดี่ยวที่กัดกินเนื้อใน "ท่านอ่อนแอลงเพราะช่วยฉันไว้ในห้องโถงวันนั้นใช่ไหม" เรนถาม เสียงสะอื้นหลุดรอดออกมาโดยไม่รู้ตัว "ท่านยอมให้พลังของลูเซียนซึมเข้าสู่ร่าง เพียงเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจไม่ให้มันทำร้ายฉัน..." อีลีน่าเงยหน้าขึ้นมองเรน แววตาที่เคยเหย่อหยิ่งบัดนี้เปราะบางจนน่าใจหาย หยดน้ำตาแห่งความเย็นเฉียบร่วงหล่นลงมาบนแก้มของเรน มันเป็นครั้งแรกที่เรนได้เห็น 'คนรัก' ที่น่าเกรงขามกลายเป็นเพียงหญิงสาวที่แตกสลาย "ข้าไม่ต้องการให้เจ้าเห็นข้าในสภาพนี้... เรน" อีลีน่าพึมพำ น้ำเสียงที่เคยทรงอำนาจกลายเป็นคำวิงวอนแผ่วเบา "ข้าไม่อยากให้เจ้าเห็นความล้มเหลวของแวมไพร์ที่คิดว่าจะปกป้องเจ้าได้... สุดท้าย ข้าก็เป็นเพียงผู้ที่สูญเสีย... แม้แต่เจ้า ข้าก็อาจจะรักษาไว้ไม่ได้" เรนก้มลงจุมพิตที่หน้าผากของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ไร้ซึ่งเล่ห์เหลี่ยม แต่มอบความอบอุ่นที่อีลีน่าไม่เคยได้รับมานับศตวรรษ "ท่านจะไม่เสียใครไปทั้งนั้น หากท่านยอมปล่อยให้ฉันได้อยู่ข้างๆ ท่าน... ไม่ใช่ในฐานะของเล่น หรือเบี้ยในเกมของท่าน แต่ในฐานะของคนที่ท่านสามารถเผยความอ่อนแอให้เห็นได้" ความเงียบเข้าปกคลุมระเบียงอีกครั้ง ท่ามกลางบรรยากาศที่แสนเปราะบางของทั้งคู่ ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางเดินมืดมิดด้านหลังประตูระเบียง เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นในความสลัว—ลูเซียนยืนอยู่ที่นั่น ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมพร้อมกับกริชเงินที่สะท้อนแสงจันทร์วาววับ "ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจจริงๆ" ลูเซียนแค่นหัวเราะ ก่อนจะชี้ปลายกริชมายังหัวใจของอีลีน่าที่กำลังอ่อนแรง "การเผชิญหน้าบนระเบียงครั้งนี้ คงเป็นโอกาสสุดท้ายของเจ้าแล้วสินะ... เคาน์เตสที่รัก" ลูเซียนก้าวเท้าเข้ามาพร้อมกับอาคมพันธนาการที่เริ่มเรืองแสงล้อมรอบพื้นที่ตรงนั้นไว้ ในวินาทีที่อีลีน่าเตรียมจะรวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายเพื่อปกป้องเรน หญิงสาวกลับคว้ามือของอีลีน่าไว้แน่นแล้วลุกขึ้นยืนขวางหน้าศัตรู พร้อมกับดวงตาที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีนิลเข้มข้น พลังที่หลับใหลของเธอจากการเห็นอดีตกำลังตื่นขึ้น... ไม่ใช่เพื่อดูเหตุการณ์ แต่เพื่อเปลี่ยนมัน บลัดดี้แมรี่หวังว่าท่านผู้อ่านจะใจเต้นไปกับความสัมพันธ์ที่เริ่มสั่นคลอนและท้าทายโชคชะตาของพวกนางนะคะ
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเลือดสีนิล: รอยจูบใต้เงาอเวจี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%