กลิ่นอายความตายไม่ได้หอมหวานเหมือนกุหลาบที่โรยรา แต่มันฉุนกึกเหมือนเหล็กสนิมและเลือดเก่าที่แห้งกรังอยู่ในโลงแก้วใบนั้น
เรนก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังปะทะกับชั้นหนังสือไม้โอ๊กเก่าแก่ ลมหายใจของเธอติดขัดราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบคอไว้ ดวงตาของเธอยังคงจ้องเขม็งไปยังร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่ในโลง—ร่างที่มีใบหน้าเหมือนเธอทุกระเบียดนิ้ว ทว่าผิวพรรณกลับซีดเผือดไร้ซึ่งไออุ่นของสิ่งมีชีวิต
รอยจูบที่หน้าผากนั้น... สีของมันยังคงแดงฉานตัดกับผิวขาวจัด ราวกับเตือนให้รู้ว่าเจ้าของสัมผัสนี้ไม่ได้จากไปไกล
“ไม่... นี่ไม่ใช่ฉัน” เรนพึมพำ เสียงของเธอสั่นเครือจนแทบจำไม่ได้ เธอพยายามควานหาเหตุผลมาหักล้างสิ่งที่เห็น แต่หัวใจที่เต้นรัวอยู่ในอกกลับกรีดร้องว่านี่คือความจริงที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอด
หากร่างนี้คือตัวเธอ แล้วตัวเธอที่ยืนอยู่ตรงนี้คือใคร?
เงาตะคุ่มที่ทอดยาวมาจากทางเดินมืดมิดด้านหลังทำให้เรนต้องสะดุ้งสุดตัว เธอฉวยเอาเชิงเทียนทองเหลืองบนโต๊ะทำงานมาถือไว้แน่น ความรู้สึกหวาดระแวงพุ่งพล่านจนประสาทสัมผัสแหลมคม เธอต้องออกไปจากที่นี่ ไปยัง ‘ป่าดำ’ สถานที่ที่เธอเคยเห็นในนิมิต... ที่ที่ลูเซียนแอบไปกบดานอยู่ทุกค่ำคืน
เรนตัดสินใจพุ่งตัวออกไปทางหน้าต่างห้องสมุดที่เปิดแง้มไว้ เธอไม่ได้สนใจว่าความสูงจากชั้นสองจะทำอันตรายต่อร่างกายเพียงใด เธอเพียงแต่รู้ว่าหากไม่หยุดลูเซียนตอนนี้ ความลับของเธอ—และอาจรวมถึงชีวิตของเคาน์เตสอีลีน่า—จะจบสิ้นลง
ป่าดำในยามวิกาลดูคล้ายอุโมงค์ที่ไร้ทางออก กิ่งไม้แห้งกรังขูดขีดผิวหนังของเรนจนเลือดซิบ แต่เธอไม่หยุดวิ่ง เสียงหัวใจที่เต้นโครมครามดังก้องอยู่ในหู จนกระทั่งเธอหยุดชะงักเมื่อเห็นแสงไฟสลัวๆ จากกองไฟกลางป่า
ลูเซียนไม่ได้อยู่คนเดียว
เขานั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าแท่นหินโบราณที่สลักลวดลายประหลาด บนพื้นดินรอบๆ มีสัญลักษณ์ของเวทมนตร์เลือดที่วาดด้วยเถ้าถ่านและสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นหยดเลือดสดๆ ในมือของเขาถือจี้ห้อยคอสีนิลที่อีลีน่าเคยมอบให้เธอ... ไม่สิ มันคือจี้ที่มีลักษณะเหมือนกัน แต่อัดแน่นด้วยไอความตายที่รุนแรงกว่า
“เจ้าหุ่นเชิดที่ไร้เดียงสา...” ลูเซียนพึมพำกับความว่างเปล่า น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบและเต็มไปด้วยความสมเพช “อีลีน่ารักเจ้ามากเสียจนยอมแลกทุกอย่าง แม้กระทั่งการสร้าง 'ภาชนะ' ที่สมบูรณ์แบบเพื่อเก็บรักษาเศษเสี้ยววิญญาณของคนรักเก่าที่ตายไปแล้ว”
เรนที่ซุ่มดูอยู่หลังพุ่มไม้หนาทึบแทบหยุดหายใจ ลูเซียนกำลังทำอะไร? เขากำลังสวดมนต์เพื่ออะไรบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าปีศาจตนใดที่เธอเคยพบเจอ
“ตื่นขึ้นมาเถอะ... บรรพบุรุษแห่งสายเลือดสีนิล” ลูเซียนตะโกนก้อง เสียงของเขาดังกังวานไปทั่วป่า ลมพายุหมุนวนขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ใบไม้รอบข้างถูกแรงลมปั่นจนฉีกขาดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
ทันใดนั้นเอง เรนก็รู้สึกถึงความเจ็บปวดที่หน้าผาก—จุดเดียวกับที่ร่างในโลงมีรอยจูบ เธอทรุดลงกับพื้น สัมผัสได้ถึงความทรงจำของคนอื่นที่หลั่งไหลเข้ามาดั่งเขื่อนแตก มันไม่ใช่ความทรงจำของเธอ แต่เป็นของ 'ใครบางคน' ที่เคยใช้ชีวิตอยู่ในร่างของอีลีน่าเมื่อหลายร้อยปีก่อน
อีลีน่า... ไม่ได้รักเธอในฐานะ 'เรน'
อีลีน่ารักเธอในฐานะ 'ตุ๊กตาที่ไม่มีวันตาย' ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแทนที่ความเจ็บปวดในอดีต!
ขณะที่เรนกำลังดิ่งลึกอยู่ในความโหดร้ายของความจริง มือปริศนาคู่หนึ่งก็แตะลงบนไหล่ของเธอเบาๆ มันเป็นสัมผัสที่เย็นเยียบและทรงพลังจนเธอไม่กล้าขยับตัว เสียงกระซิบที่คุ้นเคยราวกับเสียงเพลงแห่งโศกนาฏกรรมดังขึ้นข้างใบหู
“เจ้าไม่ควรมาเห็นสิ่งที่ข้าพยายามซ่อนไว้เลยนะ... เรนที่รัก”
เรนหันกลับไปพบกับดวงตาสีเลือดคู่สวยของเคาน์เตสอีลีน่าที่กำลังจ้องมองเธอด้วยความรัก... และความปรารถนาที่จะทำลายล้าง ทว่าในวินาทีนั้นเอง แสงไฟจากกองไฟของลูเซียนก็ดับวูบลง พร้อมกับเสียงกรีดร้องที่ดังมาจากทิศทางของแท่นหิน
ร่างในโลงแก้วที่ห้องสมุด... กำลังขยับตัว!
บลัดดี้แมรี่หวังว่าบทนี้จะทำให้ท่านผู้อ่านรู้สึกถึงรอยร้าวในความสัมพันธ์ที่แสนเปราะบางของทั้งคู่นะคะ
พันธะเลือดสีนิล: รอยจูบใต้เงาอเวจี•ตอนที่ 16
ความลับในป่าดำ
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเลือดสีนิล: รอยจูบใต้เงาอเวจี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!