"เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยให้เจ้าเดินไปสู่ความตายเพียงลำพังอย่างนั้นหรือ เรน?"
น้ำเสียงแหบพร่าดุจเสียงกระซิบจากหลุมศพดังขึ้นในความมืดมิดของห้องโถงชั้นใต้ดิน เรนสะดุ้งสุดตัว มือที่ถือตะเกียงสั่นไหวจนเปลวไฟเต้นเร่าคล้ายจะดับวูบ นางหันกลับไปเผชิญหน้ากับกลุ่มควันสีเทาจางที่ค่อยๆ ก่อตัวเป็นรูปทรงของสตรีผู้สวมชุดราตรีในยุคสมัยที่ล่วงลับ ใบหน้าของวิญญาณหญิงสาวผู้นั้นซีดเผือด แต่ดวงตากลับพราวระยับด้วยความแค้นที่ฝังลึก
"ท่าน... ท่านคือหนึ่งในผู้ที่ถูกขังอยู่ที่นี่" เรนเค้นเสียงตอบ ลมหายใจของนางหอบถี่ ความกดดันของบรรยากาศกอธิคภายในคฤหาสน์นับวันยิ่งบีบคั้น "ข้าไม่ต้องการความช่วยเหลือจากวิญญาณที่ถูกสาปแช่ง โดยเฉพาะเมื่อข้ากำลังพยายามจะหนีไปให้พ้นจากพันธะที่อีลีน่ามอบให้"
วิญญาณตนนั้นหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะฟังดูเหมือนเศษแก้วกระทบกัน "หนี? เจ้าหลอกตัวเองได้ แต่หลอกสายตาของข้าไม่ได้หรอก เรน เจ้าไม่ได้อยากหนีจากนาง แต่เจ้ากลัว... กลัวว่าอำนาจที่อีลีน่าครอบครองจะกัดกินหัวใจของเจ้าจนไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยวของมนุษย์"
เรนกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ความเย็นเยียบจากไอวิญญาณซึมลึกเข้าไปในกระดูก นางหลับตาลง ภาพอดีตที่โชกเลือดของคฤหาสน์หลังนี้เริ่มไหลบ่าเข้ามาในหัว มันเป็นพลังของนาง—การเห็นอดีตที่ตายไป—และในวินาทีนี้นางเห็น... เห็นลูเซียนที่กำลังฝนมีดอาบเงินอยู่ที่ห้องโถงใหญ่ พร้อมกับแผนการชั่วร้ายที่จะกักขังวิญญาณทุกตนในบ้านหลังนี้ไว้ในกรงขังมรณะ
"ลูเซียนกำลังจะทำลายผนึก" เรนพึมพำ ดวงตาเปิดโพลงด้วยความตื่นตระหนก "ถ้าพวกท่านถูกทำลาย อีลีน่าจะสูญเสียพลังป้องกันสุดท้ายไป และนางก็จะกลายเป็นเพียงเหยื่อของเขานะคะ"
"ใช่ และนั่นคือเหตุผลที่ข้าต้องร่วมมือกับเจ้า" วิญญาณหญิงสาวเลื่อนกายเข้ามาใกล้จนเรนรู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่าน "เจ้ามีเลือดเนื้อ มีความปรารถนาที่ทำให้นางหลงใหล แต่เจ้าขาด 'อาวุธ' ที่จะต่อกรกับนักล่าผู้นี้ ข้าจะมอบความลับของคฤหาสน์ให้เจ้า แลกกับการที่เจ้าต้องปลดปล่อยวิญญาณของพวกเราจากการจองจำของอีลีน่าเสียที"
"ข้าจะทำแบบนั้นได้อย่างไร? ท่านก็รู้ว่านางหวงแหนคฤหาสน์นี้มากแค่ไหน"
"เพราะนางรักเจ้าอย่างไรล่ะ" วิญญาณตนนั้นแย้มยิ้ม มุมปากที่ไร้สีเลือดฉีกกว้างจนดูน่าสะพรึงกลัว "ความรักของแวมไพร์คือโซ่ตรวนที่แน่นหนาที่สุด แต่ในขณะเดียวกัน มันก็คือจุดอ่อนที่เปราะบางที่สุดเช่นกัน เจ้าเพียงแค่ต้องทำให้อีลีน่าเลือก... ระหว่างการรักษาพันธะนี้ไว้ กับการรักษาชีวิตของเจ้าที่กำลังจะดับสูญ"
เรนเม้มปากแน่น หัวใจเต้นรัวด้วยความสับสน นางไม่ต้องการใช้อีลีน่าเป็นเครื่องมือ แต่ถ้าหากลูเซียนทำสำเร็จ ทั้งนางและคนรักจะไม่มีวันได้เห็นแสงจันทร์อีกเลยตลอดกาล
"ตกลง" เรนเอ่ยออกมาอย่างหนักแน่น ความมุ่งมั่นฉายชัดในแววตา "บอกทางข้ามา ว่าต้องทำอย่างไรถึงจะทำลายผนึกของลูเซียนได้โดยไม่ทำลายที่นี่ไปเสียก่อน"
ในจังหวะที่วิญญาณหญิงสาวกำลังจะเอ่ยความลับที่ซ่อนเร้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าบูทหนังก็ดังขึ้นจากทางเดินหลัก เรนรีบซ่อนตัวหลังรูปปั้นหินขนาดใหญ่ วิญญาณหญิงสาวสลายตัวกลายเป็นหมอกควันไปในทันที ลูเซียนปรากฏกายขึ้นในความมืด เขาไม่ได้เดินมาคนเดียว...
ในมือของเขาคือโซ่ตรวนที่ทำจากแร่เงินบริสุทธิ์ และร่างที่ไร้สติซึ่งถูกลากมาตามพื้นก็คือ เคาน์เตสอีลีน่า!
อีลีน่าที่เคยสง่างามและทรงอำนาจ บัดนี้เธอดูอ่อนแรงและไร้ทางสู้ ลูเซียนเหวี่ยงร่างของนางลงกับพื้นอย่างไม่ไยดี ก่อนจะหันมาทางซอกมืดที่เรนซ่อนตัวอยู่ พร้อมกับแสยะยิ้มที่ทำให้เลือดในกายของเรนเย็นเฉียบ
"ออกมาเถอะแม่ดอกไม้ไร้เดียงสา..." ลูเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "ข้ารู้ว่าเจ้าเฝ้าดูอยู่ เจ้าอยากรู้ใช่ไหมว่าความลับที่วิญญาณในบ้านนี้พยายามปกปิดคืออะไร? มันไม่ได้อยู่ที่ผนึกของบ้านหลังนี้หรอก... แต่มันอยู่ที่ 'สายเลือด' ที่ไหลเวียนอยู่ในตัวของเจ้าต่างหาก"
เรนก้าวออกมาจากเงามืด มือสั่นเทาแต่สายตามุ่งมั่น นางไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว นอกจากยอมรับความจริงที่ว่า อนาคตของอีลีน่าไม่ได้ขึ้นอยู่กับวิญญาณหรือนักล่า... แต่มันขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนางเพียงผู้เดียว
ลูเซียนก้าวเข้ามาใกล้เรนมากขึ้น พลางชี้ปลายมีดเงินไปที่ลำคอของอีลีน่า "ถ้าเจ้าไม่อยากให้คนรักของเจ้าต้องแตกสลายไปต่อหน้าต่อตา จงยอมให้ข้าเจาะเลือดเจ้าเดี๋ยวนี้ เพื่อที่ข้าจะได้เปิดประตูสู่ขุมนรกที่แท้จริง... หรือเจ้าจะเลือกดูนางตายในนาทีนี้?"
เรนก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว รอยยิ้มบางๆ ที่ดูเย็นชาและเปี่ยมไปด้วยอำนาจลึกลับผุดขึ้นที่มุมปากของนาง มันเป็นรอยยิ้มที่อีลีน่าเองก็ไม่เคยเห็นมาก่อน "เจ้าคิดว่านั่นคือเลือดของข้าที่เจ้าต้องการหรือ? ผิดแล้วลูเซียน... สิ่งที่ไหลอยู่ในตัวข้าไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจะแตะต้องได้ง่ายๆ แบบนั้นหรอก"
นางหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ มันคือผลึกแก้วที่วิญญาณหญิงสาวเพิ่งส่งมอบให้เมื่อครู่ ทันทีที่ผลึกแตะพื้น แสงสีนิลก็สว่างวาบขึ้นทั่วทั้งคฤหาสน์ อีลีน่าลืมตาขึ้นช้าๆ แต่ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มีเพียงความรัก... แต่มันเต็มไปด้วยความกระหายที่น่าหวาดหวั่นกว่าเดิม!
บลัดดี้แมรี่หวังว่ารี้ดทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับจุดเปลี่ยนสำคัญนี้ และอย่าลืมติดตามกันต่อนะคะ!
พันธะเลือดสีนิล: รอยจูบใต้เงาอเวจี•ตอนที่ 27
พันธะมิตรที่ไม่คาดคิด
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเลือดสีนิล: รอยจูบใต้เงาอเวจี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!