"ปล่อยมือจากเธอเดี๋ยวนี้ ลูเซียน... ก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนคอหอยของเจ้าให้กลายเป็นเพียงเศษเนื้อเน่าเปื่อย"
น้ำเสียงของเคาน์เตสอีลีน่าเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งจากขุมนรกที่ไม่มีวันละลาย แววตาของนางที่เคยมีเพียงความปรารถนาต่อเรน บัดนี้กลับฉายแววสังหารที่ดุร้ายเกินกว่ามนุษย์คนใดจะต้านทานได้ เลือดสีนิลในกายของแวมไพร์สูงศักดิ์เดือดพล่าน รัศมีแห่งความตายแผ่ซ่านจนอากาศรอบกายสั่นไหว
ลูเซียนกระตุกยิ้มมุมปาก มือหยาบกร้านของนักล่าแวมไพร์บีบแน่นที่ต้นแขนของเรน จนหญิงสาวต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด คมดาบเงินอาบน้ำมนต์ถูกจ่อเข้าที่ซอกคอขาวผ่องของเรนอย่างหมายมั่น กลิ่นอายของโลหะศักดิ์สิทธิ์ที่เคลือบด้วยพิษร้ายเริ่มทำปฏิกิริยากับผิวหนังของคนรักจนเกิดรอยไหม้จางๆ เป็นไอควันกรุ่น
"ใจเย็นก่อนสิ อีลีน่า... เลือดสีนิลที่ข้าตามหามาค่อนชีวิตอยู่ตรงหน้าแล้ว ทำไมต้องรีบร้อนให้จบลงด้วยโศกนาฏกรรมด้วยล่ะ?" ลูเซียนเอ่ยพลางหัวเราะในลำคอ นัยน์ตาของเขามองผ่านไหล่ของเรนไปที่เคาน์เตสด้วยความเคียดแค้นที่สั่งสมมานาน "เจ้าน่ะ ไม่สมควรครอบครองสิ่งใดทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นมรดกเลือด หรือ... ผู้หญิงคนนี้"
เรนพยายามขัดขืน แต่แรงบีบที่ไหล่กลับทำให้นางรับรู้ได้ถึงความเปราะบางของตนเอง สายตาของเรนตวัดไปมองอีลีน่า ดวงตาของหญิงสาวสั่นระริก ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อความตาย แต่เป็นความกลัวที่จะเห็นคนรักต้องทำในสิ่งที่ไม่อาจย้อนกลับ
"อีลีน่า... อย่าฟังเขา" เรนเค้นเสียงออกมาอย่างยากลำบาก ทว่าคำพูดนั้นกลับเปรียบเสมือนการราดน้ำมันลงบนกองเพลิง
อีลีน่าก้าวเท้าออกไปข้างหน้าทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทุกจังหวะการย่างกรายพื้นหินในโถงปราสาทแตกร้าวตามแรงกดดันมหาศาล นางไม่สนใจคมดาบที่จ่อคอเรนเลยแม้แต่น้อย สายตาของนางจดจ้องเพียงดวงตาของลูเซียน แววตาที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและอำนาจที่ไม่อาจล่วงละเมิด
"เจ้าเรียกตัวเองว่านักล่าหรือ ลูเซียน?" อีลีน่าหยุดยืนห่างจากทั้งสองเพียงไม่กี่ก้าว ลมหายใจของนางเย็นจนเรนรู้สึกได้ถึงไอหนาวที่สัมผัสผิว "เจ้าก็แค่หนอนแมลงที่ฝังตัวอยู่ในความมืด หวังจะได้ลิ้มรสเลือดที่เจ้าไม่มีวันมีปัญญาครอบครอง... เจ้ากล้าดีอย่างไร มาแตะต้องของของข้าด้วยมือสกปรกนั่น"
ทันใดนั้นเอง อีลีน่าพุ่งตัวเข้าหาด้วยความเร็วที่เหนือขีดจำกัดของสายตามนุษย์ ลูเซียนเบิกตากว้าง ปฏิกิริยาตอบโต้ของนักล่าทำให้เขาเหวี่ยงร่างเรนไปด้านข้างเพื่อใช้เป็นโล่กำบัง แต่ทว่า... สิ่งที่เกิดขึ้นกลับผิดคาด
อีลีน่าไม่ได้มุ่งตรงไปที่ลูเซียนเพียงอย่างเดียว นางหักเหทิศทางราวกับสายลมที่ล่องหน ร่างเพรียวระหงหมุนตัวปัดคมดาบเงินในมือของลูเซียนจนกระเด็นหลุดมือไปกระแทกผนังหินจนเกิดเสียงดังสนั่น ก่อนจะตวัดฝ่ามือเข้าที่ลำคอของลูเซียนอย่างแรงจนร่างของเขาถลาถอยหลังไปกระแทกเสากลางห้องจนเลือดกระฉูดออกจากปาก
"อย่าได้บังอาจ... ใช้เธอเป็นเครื่องมือ" อีลีน่าคำราม เสียงของนางเปลี่ยนไปเป็นเสียงที่ก้องกังวานจากใต้ลึกของบรรพกาล เล็บแหลมคมของนางจิกเข้าที่หัวไหล่ของลูเซียนจนจมลึก
ลูเซียนกัดฟันกรอด เขากระชากยันต์ศักดิ์สิทธิ์ออกมาจากอกเสื้อแล้วแปะลงที่หน้าอกของแวมไพร์สาวทันที แสงสีทองสว่างวาบขึ้นจนทั้งโถงสว่างไสว อีลีน่ากรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ร่างของนางกระเด็นออกมาครู่หนึ่งก่อนจะตั้งหลักได้ แต่นั่นก็เปิดช่องโหว่ให้ลูเซียนคว้ามีดสั้นอาบพิษที่ซ่อนอยู่ออกมาหมายจะแทงเข้าที่หัวใจของนาง
เรนที่เพิ่งทรงตัวได้เห็นฉากนั้นก็ใจหายวาบ นางรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี พุ่งตัวเข้าขวางระหว่างคมมีดกับร่างของเคาน์เตสอย่างไม่คิดชีวิต
"หยุดนะ!"
ฉึก!
เสียงคมมีดปักเข้าที่เนื้อหนังดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่แผ่ปกคลุม ลูเซียนชะงักค้าง แววตาของเขาเปลี่ยนจากความมุ่งมั่นกลายเป็นความตกตะลึง อีลีน่าเบิกตากว้างเมื่อเห็นเรนทรุดลงในอ้อมแขนของนาง เลือดสีแดงสดไหลซึมออกมาจากหัวไหล่ของเรนย้อมชุดสีดำสนิทของเคาน์เตสให้กลายเป็นสีหม่น
อีลีน่ารับร่างของเรนไว้ทันท่วงที กลิ่นเลือดที่หอมหวานและคุ้นเคยปะทะเข้ากับจมูกของนาง ในชั่วพริบตานั้น ความเย็นชาทั้งหมดในดวงตาของแวมไพร์สาวก็มลายหายไป เหลือเพียงความบ้าคลั่งที่ยากจะควบคุม
"เรน... ไม่นะ!" อีลีน่าประคองใบหน้าของคนรักไว้ด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะตวัดสายตาไปทางลูเซียนด้วยความอาฆาตที่รุนแรงกว่าเดิมสิบเท่า "เจ้า... เจ้าทำให้ข้าต้องหลั่งเลือดจากหัวใจของเจ้าเอง... วันนี้เจ้าจะไม่ได้ตายด้วยดาบ แต่เจ้าจะถูกฉีกกระชากทีละชิ้น!"
ลูเซียนยิ้มเยาะ แม้จะรู้ว่าจุดจบของตนใกล้เข้ามา เขามองไปที่รอยเลือดบนพื้นแล้วหัวเราะเบาๆ "เธอไม่ได้ถูกแทงเพราะต้องการปกป้องเธอหรอกอีลีน่า... แต่เธอถูกแทงเพราะพลังที่เธอซ่อนไว้... พลังที่เธอไม่เคยบอกว่ามันคืออะไร"
ทันใดนั้น แผลที่หัวไหล่ของเรนกลับเริ่มเปล่งประกายสีครามผิดธรรมชาติ เลือดของเรนที่หยดลงบนพื้นหินไม่เพียงแต่ไม่หยุดไหล แต่กลับเริ่มแผ่ขยายออกเป็นอักขระโบราณที่ส่องแสงวาบไปทั่วทั้งโถงปราสาท เสียงกระซิบจากวิญญาณนับพันที่ถูกกักขังในอดีตดังขึ้นรอบทิศทางจนน่าขนลุก
เรนที่อ่อนแรงเงยหน้าขึ้นมองอีลีน่า ดวงตาของเรนไม่ได้เป็นสีเดิมอีกต่อไป มันกลายเป็นสีเงินวาวโรจน์ราวกับกระจกที่สะท้อนภาพเหตุการณ์ที่ไม่มีใครมองเห็น "อีลีน่า... ถอยไป... อดีตที่ข้าเห็น... มันกำลังจะกลายเป็นปัจจุบันที่นี่"
ร่างของเรนสั่นสะท้าน อักขระบนพื้นพุ่งขึ้นพันธนาการทั้งอีลีน่าและลูเซียนไว้ในวงล้อมแห่งความเงียบสงัดที่บีบคั้นหัวใจ ในวินาทีนั้นเอง ประตูโถงใหญ่ที่ปิดตายก็เปิดออกกว้าง พร้อมกับร่างของชายหนุ่มในชุดคลุมสีดำสนิทที่เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มที่น่าสะพรึงกลัวกว่าลูเซียนหลายเท่านัก
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงสู่ความมืดมิดไปพร้อมกับบลัดดี้แมรี่นะคะ
พันธะเลือดสีนิล: รอยจูบใต้เงาอเวจี•ตอนที่ 29
ดาบเงินที่จ่อคอหอย
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเลือดสีนิล: รอยจูบใต้เงาอเวจี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!