พันธะเลือดสีนิล: รอยจูบใต้เงาอเวจี•ตอนที่ 5

รอยจูบที่เปื้อนคาวเลือด

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
“กลืนมันลงไปเสีย เรน... หรือจะให้ฉันเป็นคนกรอกมันลงคอเธอเอง” ปลายเล็บคมกริบเคลือบสีดำขลับของเคาน์เตสอีลีน่าจิกลงบนลำคอระหงจนผิวเนื้อเนียนละเอียดปริแตก หยดเลือดสีชาดผุดพรายขึ้นมาราวกับหยาดน้ำค้างบนกลีบกุหลาบต้องคำสาป กลิ่นคาวหวานเจือสนิมเหล็กกำจายในอากาศ บีบให้รูม่านตาของสิ่งมีชีวิตโบราณขยายกว้างจนกลืนกินประกายสีเทาหม่นในดวงตาคู่นั้นไปจนสิ้น เรนยืนแผ่นหลังแนบชิดติดกับเสาหินอ่อนสลักลายปีศาจ ลมหายใจของเธอขาดห้วงและสะท้านไหว ความเย็นยะเยือกของเนื้อหินด้านหลังไม่อาจเทียบเคียงกับไอเย็นอันไร้ชีวิตที่แผ่ออกมาจากร่างของสตรีเบื้องหน้าได้เลย มือของเรนกำชายเสื้อเชิ้ตสีขาวของตัวเองแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เธอไม่เคยคิดหนี—เพราะรู้ดีว่าต่อหน้าอสูรกายผู้สูงศักดิ์ตนนี้ กรงเล็บแห่งความตายเร็วกว่าฝีเท้าของมนุษย์เสมอ “ท่านเคาน์เตส...” เสียงของเรนสั่นสะท้าน ทว่าแววตาที่จ้องตอบกลับไม่ยอมศิโรราบ “ท่านมองข้า... หรือมองเงาของคนตายที่ท่านไม่อาจลืมกันแน่?” คำถามนั้นเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลึกลงบนบาดแผลเรื้อรังนับร้อยปี ใบหน้าสง่างามราวรูปสลักของอีลีน่ากระตุกเกร็งเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่ความเยือกเย็นจะถูกเผาผลาญด้วยเพลิงโทสะและแรงกระหายอันดิบเถื่อน มือเรียวขาวซีดเลื่อนขึ้นบีบปลายคางของเรนอย่างรุนแรง บังคับให้ใบหน้าของเด็กสาวแหงนรับแรงคุกคาม “อย่าได้บังอาจเอ่ยวาจาสามหาวกับฉัน” อีลีน่ากระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าสั่นด้วยความโหยหิวที่สั่งสมมาเนิ่นนาน “เธอไม่มีสิทธิ์เอ่ยถึงนาง และไม่มีสิทธิ์ตั้งคำถามว่าฉันมองใคร... ในเมื่อคืนนี้ เลือดทุกหยดในกายเธอเป็นของฉัน!” ไม่เปิดโอกาสให้เรนได้เปล่งเสียงท้วงติง ริมฝีปากเย็นชืดดุจน้ำแข็งของอีลีน่าก็ทาบทับลงมาอย่างบ้าคลั่ง มันไม่ใช่จูบที่อ่อนหวาน ไม่ใช่การประโลมเล้าโลมของคู่รัก หากแต่เป็นการฉีกกระชาก การลงทัณฑ์ และการประกาศความเป็นเจ้าของอย่างป่าเถื่อน คมเขี้ยวขาววาววับฝังลงบนกลีบปากล่างของเรนจนเลือดสดๆ ไหลรินออกมา รสชาติคาวหวานที่คุ้นเคยซัดสาดเข้าสู่โพรงปากของอสูรร้าย ปลุกสัญชาตญาณสัตว์ป่าที่หลับใหลให้อาละวาดอย่างไม่อาจควบคุม เรนครางอู้อี้ในลำคอด้วยความเจ็บปวด เธอพยายามจะดันแผงอกใต้ชุดเดรสผ้ากำมะหยี่สีเลือดหมูออกไป แต่ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสถูกเนื้อผ้าและคราบเลือดที่ซึมผ่านริมฝีปาก พลังคำสาปในตัวของเธอก็ตื่นขึ้นอย่างรุนแรง! *ภาพนิมิตระเบิดออกในห้วงคำนึง—* ประกายไฟ... เสียงกรีดร้องของหญิงสาวในอดีตผู้มีใบหน้าละม้ายคล้ายเธอ... ดาบเงินที่แทงทะลุหัวใจ... และหยาดน้ำตาเลือดของอีลีน่าที่ร่ำไห้ปานจะขาดใจท่ามกลางกองเถ้าถ่าน ความเจ็บปวด ความสูญเสีย และความเคียดแค้นนับศตวรรษของเคาน์เตสผู้เย่อหยิ่งหลั่งไหลเข้ามาในจิตสำนึกของเรนราวกับคลื่นยักษ์ซัดถล่ม เรนสะอื้นออกมาทั้งที่ริมฝีปากยังคงถูกบดขยี้ ความขมขื่นในดวงจิตของอีลีน่าช่างลึกล้ำจนหัวใจของเรนบีบรัดตามไปด้วยอย่างไม่อาจต้านทาน จากแรงต่อต้านที่เคยผลักไส มือของเรนกลับแปรเปลี่ยนเป็นเหนี่ยวรั้งลำคอระหงของแวมไพร์สาวเอาไว้ ร่างกายของเด็กสาวสั่นระริก ยอมจำนนเปิดริมฝีปากออกเพื่อรองรับการรุกรานที่เร่าร้อนขึ้นทวีคูณ ลิ้นอุ่นชื้นของมนุษย์พันเกี่ยวเข้ากับลิ้นเย็นเฉียบที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือด คาวเลือดสีนิลและหยาดเลือดสดของเรนผสมปนเปจนไม่อาจแยกแยะว่าเลือดของผู้ใดหวานล้ำกว่ากัน อีลีน่าชะงักไปชั่วขณะเมื่อรับรู้ถึงการตอบสนองที่ไร้เดียงสาทว่ากลับเชื้อเชิญอย่างน่าประหลาด เสียงครางต่ำเล็ดลอดออกมาจากลำคอของเคาน์เตสผู้สูงศักดิ์ ความเย็นชาที่เคยสร้างเป็นปราการพังทลายลง มือข้างหนึ่งของอีลีน่าสอดเข้าไปใต้กลุ่มผมนุ่มของเรน ดึงรั้งให้ดวงหน้าหวานแนบชิดยิ่งขึ้น ลมหายใจร้อนผ่าวของมนุษย์หลอมละลายน้ำแข็งในอกของนางจนหมดสิ้น จูบนั้นทวีความลึกซึ้งและเว้าวอน จากการช่วงชิงกลายเป็นการกลืนกินวิญญาณ อีลีน่าดูดซับหยาดเลือดจากริมฝีปากของเรนราวกับคนหลงทางในทะเลทรายที่ได้พบบ่อน้ำทิพย์ ร่างกายของทั้งสองแนบชิดจนแทบไร้ช่องว่าง เสียงหายใจหอบกระชั้นประสานไปกับเสียงหัวใจของเรนที่เต้นระรัวราวกับเสียงกลองศึก “เรน...” อีลีน่าถอนริมฝีปากออกเพียงเศษเสี้ยว ม่านตาของนางวาวโรจน์เป็นประกายสีทับทิม ริมฝีปากของทั้งคู่เปรอะเปื้อนไปด้วยสีแดงฉาน “เธอช่าง... หอมหวานจนน่าทำลายทิ้งให้แหลกคามือ” “ถ้าเช่นนั้น... ก็ฆ่าข้าเสียสิ” เรนกระซิบตอบ นัยน์ตาฉ่ำปรือด้วยพิษเสน่หาและความเจ็บปวดที่ยังคงเต้นตุบอยู่บนริมฝีปาก “กลืนกินข้าให้หมด... เพื่อที่ท่านจะได้ไม่ต้องทนทรมานกับภาพหลอนของนางอีกต่อไป” คำท้าทายนั้นทำให้อีลีน่าคำรามในลำคอ นางก้มลงหมายจะฝังเขี้ยวลงบนเส้นเลือดใหญ่ที่ลำคอของเรนเพื่อยุติทุกสิ่ง เพื่อผูกมัดดวงวิญญาณดวงนี้ไว้กับตนชั่วนิรันดร์— ทว่า ก่อนที่ปลายเขี้ยวจะทันได้สัมผัสผิวเนื้อ เสียงสะท้อนของโลหะกระทบพื้นหินก็ดังแว่วมาจากมุมมืดของห้องโถงใหญ่ *แกร๊ก...* ร่างของอีลีน่าชะงักค้างทันที สัญชาตญาณนักล่าทำให้ผงะถอยหลัง ดวงตาสีเลือดตวัดมองไปยังเงามืดหลังม่านกำมะหยี่ขาดวิ่น กลิ่นอายของ ‘ซิลเวอร์ไนเตรต’ และผงขี้เถ้าศักดิ์สิทธิ์ลอยคละคลุ้งเข้ามาในอากาศอย่างกะทันหัน บดบังกลิ่นเลือดอันหอมหวานไปจนหมดสิ้น ในเงามืดนั้น ชายในชุดคลุมยาวก้าวออกมาอย่างเชื่องช้า ในมือของเขาไม่ได้ถือเพียงหน้าไม้เงินสังหาร... แต่กำลังถือกล่องไม้โบราณที่สลักตราประจำตระกูลของอีลีน่า—มรดกเลือดที่ถูกซ่อนไว้ใต้ห้องใต้ดินลึกที่สุด “เป็นภาพที่งดงามจนข้าเกือบไม่อยากขัดจังหวะเลย... ท่านเคาน์เตส” ลูเซียนเหยียดยิ้มเย็น แววตาคมกริบของนักล่าแวมไพร์จับจ้องไปยังเรนที่ยืนโซเซอยู่ข้างเสาหิน “แต่ข้าต้องขอบใจเจ้าสาวของเจ้าด้วยนะ... เพราะกลิ่นเลือดอันเย้ายวนของนางนี่แหละ ที่นำทางข้าไปหากล่องดวงใจของเจ้าได้อย่างง่ายดาย” *** ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงอเวจีไปกับ "บลัดดี้แมรี่" ครับ
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเลือดสีนิล: รอยจูบใต้เงาอเวจี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%