พันธะเลือดสีนิล: รอยจูบใต้เงาอเวจี•ตอนที่ 33

ตามล่าในเงามืด

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
"ถ้าเจ้าก้าวพ้นธรณีประตูนี้ไปโดยปราศจากความระมัดระวัง... หัวใจที่เต้นรัวของเจ้าจะเป็นเพียงของว่างมื้อดึกสำหรับพวกชั้นต่ำที่ซุ่มรออยู่ในเงามืดนะ เรน" น้ำเสียงของเคาน์เตสอีลีน่าเย็นเยียบราวกับคมมีดที่กรีดลงบนผืนผ้าไหม มือเรียวบางในถุงมือลูกไม้สีดำสนิทเอื้อมมาจัดปกเสื้อคลุมให้ฉันอย่างแผ่วเบา ทว่าแววตาคู่นั้น—ดวงตาสีแดงฉานดั่งทับทิมที่ผ่านการแช่ในเลือด—กลับจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของฉัน ราวกับจะอ่านกินทุกความนึกคิดที่ฉันพยายามซ่อนเร้นเอาไว้ ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กลิ่นกายของอีลีน่าที่หอมหวานประหนึ่งดอกกุหลาบสีเลือดในยามค่ำคืนกำลังทำให้สติสัมปชัญญะของฉันพร่าเลือน แต่ฉันรู้ดีว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาปล่อยตัวให้ลุ่มหลง "ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อเป็นของว่างใครค่ะ อีลีน่า" ฉันตอบโต้พลางเบือนหน้าหนีความร้อนแรงจากสายตาคู่นั้น "และฉันจะไม่ยอมให้ใครมาพรากชีวิตตัวประกันเหล่านั้นไปเพียงเพราะคุณมัวแต่ห่วงเล่นเกมประสาทกับฉัน" อีลีน่าแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นสั่นประสาททว่าน่าหลงใหล นางขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกของเราเกือบสัมผัสกัน กลิ่นอายของอำนาจและการกดขี่แผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงโปร่งเบื้องหน้า "เด็กดื้อ... ถ้าเช่นนั้นก็จงนำทางไป" นางผละออกอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายความเย็นชาหวนกลับมาแทนที่ในฉับพลัน "แต่จงจำไว้ หากเจ้าพลาดแม้เพียงก้าวเดียว ข้าจะเป็นคนแรกที่จะกระชากวิญญาณของเจ้ากลับมาจากอุ้งมือของลูเซียนด้วยมือของข้าเอง ไม่ใช่เพื่อช่วยเจ้า แต่เพื่อไม่ให้ของรักของข้าต้องแปดเปื้อน" คฤหาสน์สีนิลถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง ความมืดมิดของป่าสนยามค่ำคืนโอบล้อมเราไว้ราวกับอสรพิษที่พร้อมจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง บรรยากาศรอบกายหนาวเหน็บจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง พลังพิเศษของฉันเริ่มสั่นสะท้อน—ภาพนิมิตที่แสนโหดร้ายเกี่ยวกับโศกนาฏกรรมที่ยังไม่เกิดขึ้นเริ่มแวบเข้ามาในมโนภาพ ฉันเห็นเลือดสีสดหยดลงบนหิมะ เห็นเสียงกรีดร้องที่ถูกกลืนหายไปกับสายลม "เงียบก่อน" อีลีน่ากระซิบ มือของนางแตะที่ต้นแขนของฉัน ผิวสัมผัสของนางเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งแห้งทว่าสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ เราหยุดยืนอยู่หน้าซากปรักหักพังของโบสถ์เก่าแก่กลางป่า—รังของลูเซียน กลิ่นสนิมเหล็กและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งในอากาศบอกให้รู้ว่าที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่คนธรรมดาควรย่างกรายเข้ามา ฉันเพ่งมองเข้าไปในความมืด ดวงตาสีครามของฉันสั่นไหวเมื่อเห็นเงาร่างของใครบางคนเคลื่อนไหวอยู่ภายใน "เขาอยู่ที่นั่น..." ฉันกระซิบ มือไม้เริ่มสั่นด้วยความกลัวที่ไม่อาจควบคุม "ข้ารู้" อีลีน่าก้าวขึ้นมาประจันหน้ากับความมืด นางไม่ได้หยิบอาวุธใดๆ ออกมา เพราะสำหรับนาง ร่างกายนี้คืออาวุธที่อันตรายที่สุด "เจ้าอยู่ข้างหลังข้า เรน อย่าได้แม้แต่จะขยับตัวหากข้าไม่ได้อนุญาต" เราย่องผ่านเงามืดเข้าไปในโบสถ์ บรรยากาศข้างในนั้นกดดันจนแทบหายใจไม่ออก เสียงฝีเท้าของเราเงียบสนิทราวกับวิญญาณ ทันใดนั้น แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันก็ถูกจุดขึ้น เผยให้เห็นร่างของลูเซียนที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนบัลลังก์ไม้ที่ผุพัง ในมือของเขาถือไม้กางเขนเงินที่สลักลวดลายซับซ้อน และที่เบื้องล่างของเขา... ร่างของตัวประกันเหล่านั้นถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนที่เรืองแสงสีฟ้าอ่อน—ตราประทับล่าแม่มด "ต้อนรับสู่กับดักที่ฉันเตรียมไว้ให้ท่านนะ เคาน์เตส" ลูเซียนยิ้มเยาะ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความแค้นเคืองที่สะสมมานานปี "ไม่นึกเลยว่าท่านจะรีบร้อนเอาตัวมาส่งถึงที่เช่นนี้" อีลีน่าไม่ได้ตอบโต้ด้วยคำพูด นางก้าวไปข้างหน้าอย่างองอาจ ชุดราตรีสีดำสนิทของนางสะบัดพลิ้วราวกับปีกของอีกา "ลูเซียน... ความพยายามของเจ้าช่างน่าสมเพชนัก ของเล่นพรรค์นี้หรือที่คิดจะหยุดข้าได้?" "ของเล่นงั้นหรือ?" ลูเซียนลุกขึ้นยืน เสียงหัวเราะของเขาดังก้องไปทั่วโบสถ์ "งั้นลองดูนี่... หากท่านก้าวเข้ามาอีกเพียงก้าวเดียว โซ่ตรวนพวกนี้จะบีบอัดจนกระดูกของตัวประกันแตกละเอียด และเลือดของพวกมัน... จะกลายเป็นยาพิษที่เผาไหม้ท่านจนเหลือแต่เถ้าถ่าน!" หัวใจของฉันแทบหยุดเต้น เมื่อฉันมองไปที่โซ่ตรวนเหล่านั้น พลังในตัวฉันกลับอ่านภาพอดีตของมันได้—นี่ไม่ใช่แค่โซ่ตรวน แต่มันถูกอาบด้วยเลือดของแวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์นับร้อย... นี่คือเครื่องมือสังหารที่ออกแบบมาเพื่ออีลีน่าโดยเฉพาะ "อย่าอีลีน่า!" ฉันเผลออุทานออกมา ทว่าอีลีน่าไม่ฟัง นางก้าวผ่านเขตอาคมไปอย่างไม่ลังเล ราวกับนางรู้ดีว่าต้องทำอย่างไร แต่ในวินาทีที่ปลายเท้าของนางแตะพื้นที่อาคม ลูเซียนกลับโยนไม้กางเขนเงินลงบนพื้น แรงระเบิดของพลังทำลายล้างก็พุ่งเข้าใส่ร่างของอีลีน่าทันที! "ไม่นะ!" ฉันพุ่งตัวเข้าไปโดยไม่คิดชีวิต ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในวินาทีต่อมากลับทำให้ฉันต้องหยุดชะงักและเบิกตากว้าง... เมื่อควันสีเทาจางลง ร่างของอีลีน่าไม่ได้บาดเจ็บแม้แต่น้อย แต่คนที่ทรุดลงไปกับพื้นด้วยรอยเลือดที่ซึมออกมาจากหัวใจกลับไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น 'ลูเซียน' ที่จู่ๆ ก็มีคมมีดปักเข้าที่กลางหลังอย่างแม่นยำ และเบื้องหลังร่างที่ไร้วิญญาณของลูเซียนนั้น... เงาร่างหนึ่งที่ฉันคุ้นเคยดี—ร่างที่ฉันนึกว่าตายไปแล้วในนิมิต—กำลังยืนถือมีดอาบเลือดด้วยใบหน้าที่เย็นชาจนน่าสะพรึงกลัว "ข้าบอกแล้วไง... ว่าอย่าได้แตะต้องสิ่งที่ข้าหมายตาไว้" เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของอีลีน่า แต่มันคือเสียงของคนรักเก่าที่อีลีน่าเฝ้าโหยหามาตลอดหลายศตวรรษที่ก้าวออกมาจากเงามืดของเสาโบสถ์ ความสับสนตีรวนอยู่ในอกฉัน ในขณะที่อีลีน่าชะงักไปราวกับถูกสาป สายตาของนางที่เคยมองแค่ฉัน กลับเปลี่ยนไปจับจ้องอยู่ที่ร่างนั้น... ร่างที่เป็นปริศนาซึ่งกำลังจะเปลี่ยนโชคชะตาของเราไปตลอดกาล ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความลึกลับครั้งนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ บลัดดี้แมรี่
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเลือดสีนิล: รอยจูบใต้เงาอเวจี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%