พันธะเลือดสีนิล: รอยจูบใต้เงาอเวจี•ตอนที่ 32

รอยร้าวในหัวใจ

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
เสียงแก้วคริสตัลที่แตกละเอียดบนพื้นหินอ่อนเย็นเยียบนั้น ดังบาดลึกลงไปในโสตประสาทของคนทั้งคู่พอๆ กับเสียงสะอื้นที่ถูกกลืนหายไปในลำคอ เรนยืนนิ่งอยู่กลางห้องโถงกว้าง ดวงตาที่เคยสั่นไหวด้วยความรักบัดนี้กลับกลายเป็นสีแดงก่ำราวกับเพชรในกองเลือด เธอจ้องมองร่างสูงโปร่งของเคาน์เตสอีลีน่าที่ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้า เหมือนรูปปั้นน้ำแข็งที่ไร้หัวใจ "ท่านทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร" เรนเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอแหบพร่า ทว่าแฝงไปด้วยแรงสั่นสะเทือนของความโกรธแค้น "การยื่น 'เลือดสีนิล' ให้ลูเซียน... ท่านรู้ดีว่ามันหมายถึงหายนะของพวกเราทุกคน ท่านเอาชีวิตของคนทั้งปราสาทไปเป็นเดิมพันเพียงเพื่อพิสูจน์อำนาจงี่เง่านั่นหรือคะ?" อีลีน่าไม่ได้ขยับกาย นางเพียงแค่หันใบหน้าสวยคมที่ซ่อนความอ่อนล้าไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความเย็นชา แววตาของแวมไพร์สาวดูลึกซึ้งและว่างเปล่า ราวกับมหาสมุทรในคืนเดือนดับ "เจ้ามองเห็นเพียงแค่ผลลัพธ์ที่เจ้าเกลียดชังเรน แต่เจ้าไม่เคยเข้าใจเลยว่า ในเกมของพวกเรา... สิ่งที่ข้าต้องการไม่ใช่ชัยชนะที่ขาวสะอาด แต่มันคือการควบคุมความตายของตัวเอง" "ท่านมันเห็นแก่ตัว!" เรนก้าวเข้าไปหาอีกฝ่าย ระยะห่างเพียงไม่กี่คืบทำให้กลิ่นอายความหอมหวานของกุหลาบเลือดและกลิ่นคาวสนิมที่อบอวลรอบกายอีลีน่าทำเอาเธอแทบคลั่ง "ท่านสูญเสียคนรักในอดีตไป ท่านเลยอยากให้โลกนี้พังทลายลงไปพร้อมกับท่านใช่ไหมคะ? ท่านใช้อำนาจของท่านขีดเขียนชีวิตคนอื่นเหมือนเป็นหมากบนกระดาน... รวมทั้งชีวิตของฉันด้วย" อีลีน่าแค่นยิ้ม รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา นางเอื้อมมือขึ้นมา หมายจะเชยคางหญิงสาวตรงหน้าขึ้น แต่นิ้วมือเรียวยาวนั้นกลับถูกเรนปัดทิ้งอย่างไม่ใยดี จังหวะที่สัมผัสนั้นขาดหายไป ความเงียบงันก็เข้าปกคลุมห้องโถงราวกับจะบีบคั้นให้ขาดใจ "เจ้าไม่ได้เป็นแค่หมาก เรน... เจ้าคือพันธะที่ข้าไม่มีวันปล่อย" อีลีน่าก้าวเข้าหา กลิ่นอายกดดันจากแวมไพร์ผู้สูงศักดิ์แผ่ซ่านออกมาจนเรนรู้สึกหายใจติดขัด "เหตุผลที่ข้าส่งมอบเลือดสีนิลให้ลูเซียน เป็นเพราะข้ารู้ว่าเขามีสิ่งที่จะเปิดเผย 'อดีต' ที่เจ้าเฝ้าตามหามาตลอด ข้ากำลังทำเพื่อเจ้า!" "โกหก!" เรนตะโกนลั่น ดวงตาของเธอเริ่มพร่าเลือน พลังในการเห็นอดีตของเธอกำลังตื่นขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ภาพความทรงจำนับร้อยปีของอีลีน่าไหลทะลักเข้ามาในหัวจนเธอต้องยกมือขึ้นกุมขมับ ภาพหญิงสาวคนรักของอีลีน่าที่เสียชีวิตด้วยน้ำมือของตระกูลนักล่า และความพยาบาทที่กัดกินจิตใจของหญิงตรงหน้ามาอย่างยาวนาน ทุกอย่างมันชัดเจนจนน่าสะอิดสะเอียน "ท่านไม่ได้ทำเพื่อฉัน ท่านทำเพื่อความแค้นของท่านเอง! ท่านต้องการใช้ลูเซียนเป็นเหยื่อล่อเพื่อสังหารเขาด้วยน้ำมือของท่านเอง โดยไม่สนใจว่าปราสาทแห่งนี้จะกลายเป็นสุสานของคนบริสุทธิ์!" อีลีน่าชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีไพลินของนางวูบไหวเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะกลับมาแข็งกร้าว "ถ้าข้าไม่ทำเช่นนั้น... เราทั้งคู่ก็จะถูกพวกมันกำจัดทิ้งอยู่ดี เรน ความเมตตาไม่มีที่ยืนในโลกของพวกเรา" "ถ้าหากโลกนี้มันบิดเบี้ยวถึงขนาดที่ความรักต้องแลกด้วยเลือดและหยดน้ำตาขนาดนี้..." เรนแค่นเสียงหัวเราะทั้งน้ำตา เธอหมุนตัวกลับหลังเตรียมเดินออกไปจากห้อง "ฉันจะไม่มีวันยอมเป็นส่วนหนึ่งของมันอีกต่อไป ท่านเลือกทางของท่านแล้วเคาน์เตส... และฉันก็เลือกทางของฉันเช่นกัน" "จะไปไหน!" อีลีน่าตวาดเสียงต่ำ ความสงบนิ่งที่นางรักษาไว้เริ่มแตกร้าว นางพุ่งตัวเข้าคว้าข้อมือของเรนไว้แน่นจนเกิดรอยแดงประทับลงบนผิวขาวเนียน "อย่าคิดนะว่าเจ้าจะหนีจากเงาของข้าพ้น... ต่อให้เจ้าตาย ข้าก็จะดึงวิญญาณเจ้ากลับมาทรมานในอ้อมกอดนี้!" เรนหันกลับมาประจันหน้า ดวงตาของเธอดุจมีเปลวเพลิงที่กำลังแผดเผา "ลองดูสิคะ ท่านเคาน์เตส ถ้าท่านอยากได้เพียงร่างกายที่ไร้หัวใจ ก็ลองฆ่าฉันทิ้งเดี๋ยวนี้เลยสิ!" บรรยากาศในห้องโถงเงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจของคนทั้งคู่เต้นเป็นจังหวะที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง อีลีน่าบีบข้อมือเรนแน่นขึ้น แววตาของนางเต็มไปด้วยความสับสนระหว่างความโกรธเกรี้ยวและความปรารถนาที่ไม่อาจหักห้าม ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่ประตูบานใหญ่ด้านหลัง ประตูบานยักษ์ถูกผลักออกอย่างรุนแรง ลูเซียนเดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก ในมือของเขามีขวดแก้วสีดำสนิทที่บรรจุของเหลวหนืดข้นซึ่งแผ่รังสีอำมหิตออกมา เขาไม่ได้มาคนเดียว รอบกายของเขาเต็มไปด้วยเหล่าทหารที่สวมชุดเกราะเงินประทับตรานักล่า "ดูเหมือนข้าจะมาขัดจังหวะบทสนทนาที่แสนหวานของพวกท่านสินะครับ" ลูเซียนกล่าวพลางหัวเราะร่า ก่อนจะหันมามองเรนด้วยสายตาที่ดูแคลน "อีลีน่า... ข้าต้องขอบคุณเจ้าจริงๆ ที่โง่พอจะส่งมอบกุญแจดอกนี้มาให้ข้า ตอนนี้ข้าไม่ต้องใช้ความพยายามในการบุกปราสาทแห่งนี้อีกต่อไปแล้ว เพราะข้ามี 'พลัง' ที่จะทำลายที่นี่ให้ราบเป็นหน้ากลองภายในค่ำคืนนี้" อีลีน่าปล่อยมือจากเรนทันที นางชักดาบสีเงินออกจากฝักที่ซ่อนอยู่ข้างกาย แววตาของแวมไพร์สาวเปลี่ยนไปเป็นนักล่าที่พร้อมจะสังหารทุกอย่างที่ขวางหน้า ทว่าเรนกลับนิ่งอึ้ง เธอสัมผัสได้ถึงบางอย่าง... สิ่งที่ลูเซียนถืออยู่ในมือไม่ใช่เลือดสีนิล แต่มันคือสิ่งที่มีไว้เพื่อ 'ผนึก' ทุกอย่างให้หายไปตลอดกาล รวมถึง 'อดีต' ที่เธอต้องการจะลืม ทว่าก่อนที่สงครามจะเริ่มขึ้น เรนก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่คอเสื้อของลูเซียน... รอยประทับตราเดียวกับที่เธอเคยเห็นในภาพนิมิตเมื่อครู่ ตราที่บ่งบอกว่าลูเซียนไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นลูกหลานของคนรักเก่าที่อีลีน่าเคยสังหารไป! เรนเบิกตากว้าง ความจริงที่น่าสะพรึงกลัวถูกเปิดเผยขึ้นกลางวงล้อมของศัตรู เมื่อลูเซียนโน้มตัวลงกระซิบข้างหูเธอที่ยืนตัวแข็งทื่อว่า "ข้าไม่ได้มาเพื่อมรดกเลือดหรอก... ข้ามาเพื่อทวงแค้นให้บรรพบุรุษ ที่ถูกผู้หญิงปีศาจคนนี้พรากชีวิตไป และตอนนี้... ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องเลือกว่าจะอยู่ข้างฆาตกร หรือจะร่วมมือกับข้าเพื่อจบชีวิตนาง!" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงสู่ความมืดมิดไปพร้อมกับบลัดดี้แมรี่นะคะ
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเลือดสีนิล: รอยจูบใต้เงาอเวจี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%