"เจ้ากำลังทำพลาดครั้งใหญ่ เรน... การก้าวเท้าเข้าสู่เขตกฎเหล็กของพวกมัน ไม่ต่างอะไรกับการยื่นคอให้ใบมีดเงินบั่นลงมาบนเส้นเลือดแดง"
น้ำเสียงของเคาน์เตสอีลีน่าแหบพร่าและเย็นเยียบประดุจน้ำแข็งที่กำลังกัดกร่อนผิวหนังของข้า เธอไม่ได้หันมามอง แต่ปลายนิ้วเรียวยาวที่สวมแหวนเงินประดับนิลนั้นกำลังลูบไล้ไปตามปกเสื้อของข้าอย่างเชื่องช้า ทว่าหนักแน่นราวกับกำลังตีตราจอง ลมหายใจที่ปราศจากไออุ่นของเธอรินรดอยู่ข้างใบหู ในขณะที่รถม้าเบาะกำมะหยี่สีเลือดกำลังโยกเยกไปตามเส้นทางวิบากเข้าสู่ใจกลาง 'เมืองแห่งบาป'
"หากข้าไม่ไป ข้าจะไม่มีวันรู้ว่าทำไมเศษเสี้ยวอดีตถึงคอยหลอกหลอนข้าไม่หยุดหย่อน" ข้าตอบกลับพลางเม้มริมฝีปากแน่น พยายามบังคับไม่ให้เสียงสั่นเครือ "ท่านก็รู้ดี... ในนิมิตนั้นมีใบหน้าของลูเซียน และเขากำลังรออยู่ที่นั่น"
อีลีน่าแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนเศษแก้วกระทบกัน เธอเชยคางข้าขึ้น บังคับให้สบตาสีมรกตอันลุ่มลึกที่ซ่อนความบ้าคลั่งเอาไว้ภายใต้เปลือกนอกอันเยือกเย็น "นิมิตงั้นหรือ? หึ... เจ้าเรียกความทรงจำอันเน่าเฟะของผู้อื่นว่านิมิตสินะ เรนที่รัก เจ้าไม่เคยเข้าใจเลยว่าการมองเห็นสิ่งที่ตายไปแล้ว มันเป็นคำสาปที่น่ารังเกียจเพียงใด"
รถม้าหยุดกึกกึกก้องลงทันที ความเงียบงันเข้ามาปกคลุมแทนที่เสียงล้อบดถนนดิน เบื้องนอกนั่นคือเมืองแห่งบาป—สถานที่ที่กลิ่นอายของไม้กางเขน น้ำมนต์ และความเกลียดชังแผ่ซ่านจนข้าสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนในอก พลังพิเศษของข้าเริ่มกรีดร้อง มันรับรู้ถึงร่องรอยของวิญญาณนับร้อยที่ถูกสังหารโดยนักล่าที่นี่
ประตูรถม้าเปิดออกโดยคนขับผู้เงียบเชัน แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันในเมืองวูบวาบอยู่เบื้องหลังเงาร่างของชายผู้หนึ่งที่ยืนรออยู่กลางทางเดินแคบๆ เขาคือลูเซียน เขายืนกอดอก รอยยิ้มเย้ยหยันประดับบนใบหน้าคมสันนั่นไม่ได้ทำให้ข้ารู้สึกปลอดภัยเลยแม้แต่น้อย
"ยินดีต้อนรับสู่แดนชำระบาปครับ... ท่านเคาน์เตส" ลูเซียนเอ่ย ท่าทางสุภาพทว่าแฝงไปด้วยคมมีดในคำพูด สายตาของเขาจ้องมองผ่านร่างข้าไปราวกับจะลบตัวตนข้าทิ้ง "แต่ดูเหมือนท่านจะพา 'สิ่งของ' ที่ไม่ควรอยู่ที่นี่มาด้วยนะครับ"
อีลีน่าก้าวลงจากรถม้าอย่างสง่างาม ชายกระโปรงสีดำสนิทลากยาวไปบนพื้นดินที่เปรอะเปื้อน เธอขยับกายขวางหน้าข้าไว้อย่างเป็นธรรมชาติแต่ชัดเจนในเจตนา "คำว่า 'สิ่งของ' ของเจ้าน่ะเก็บไว้ใช้กับพวกสวะในกองขยะของเจ้าเถอะ ลูเซียน ข้ามาที่นี่เพื่อยุติละครน้ำเน่าที่เจ้าสร้างขึ้น ไม่ใช่เพื่อฟังคำเสียดสีจากปากนักล่าที่อาศัยเงาของบรรพบุรุษตัวเองหากิน"
บรรยากาศรอบข้างกดดันจนข้าแทบหายใจไม่ออก สายตาของนักล่าแวมไพร์รายรอบที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดของตึกไม้เก่าๆ เริ่มจับจ้องมาที่พวกเรา ข้าสัมผัสได้ถึงกระแสจิตพยาบาทและหยาดเหงื่อที่ซึมอยู่ตามไรผม
"อีลีน่า..." ข้ากระซิบเรียกเธอเบาๆ มือที่กุมกันอยู่สั่นเทา พลางมองเห็นนิมิตฉายซ้อนขึ้นมาในหัว—ภาพของลูเซียนที่กำลังถือคริสตัลสีเลือด สิ่งที่เขากำลังใช้ควบคุมวิญญาณผู้ที่เคยถูกอีลีน่าสังหาร "ระวัง... เขาไม่ได้มาคนเดียว เขาซ่อนกลไกเวทมนตร์ไว้ใต้ฝ่าเท้าเรา"
ลูเซียนหัวเราะเบาๆ ก่อนจะดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว พื้นดินใต้เท้าของข้าและอีลีน่าก็เริ่มเปล่งแสงสีขาวโพลน—อาคมผนึกแวมไพร์! ร่างของอีลีน่าทรุดฮวบลงชั่วขณะ เธอคำรามในลำคอ ดวงตาที่เคยเป็นสีมรกตเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความกดดันมหาศาลพุ่งพล่านออกมาจากร่างเธอจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว
"เจ้าคิดว่าอาคมกระจอกๆ นี่จะขังข้าได้งั้นรึ?" อีลีน่าแค่นเสียง เธอฝืนยืนขึ้นแม้เลือดจะเริ่มซึมออกมาจากผิวหนังที่สัมผัสกับแสงอาคม "เรน... ถอยไป"
"ไม่!" ข้าตะโกนก้อง มือของข้าคว้าข้อมือเธอไว้ พลังของข้าปะทุขึ้นในวินาทีนั้น ภาพอดีตที่ลูเซียนซ่อนไว้ถูกกระชากออกมาจนเห็นชัดเจน ข้าเห็นความจริงที่น่าสะพรึงกลัว... ลูเซียนไม่ได้ต้องการมรดกเลือดเพียงอย่างเดียว แต่เขากำลังทำพิธี 'เปลี่ยนถ่ายวิญญาณ' เพื่อนำคนรักที่ตายไปแล้วของอีลีน่ากลับมาในร่างของข้า!
"ถ้าเจ้าต้องการร่างนี้ล่ะก็..." ลูเซียนชักดาบสีเงินออกมา แสงจันทร์ตกกระทบคมดาบจนกลายเป็นประกายเย็นเยียบ เขาก้าวเข้ามาใกล้ "ข้าจะปลิดชีพเจ้าทิ้งเสียตอนนี้ แล้วเอาวิญญาณของนางไปสังเวยในบ่วงที่ข้าเตรียมไว้!"
ทว่าก่อนที่ดาบของลูเซียนจะถึงตัวข้า ประตูไม้บานใหญ่ของคฤหาสน์หลังเก่าเบื้องหลังพวกเขาก็เปิดผางออกพร้อมกับเสียงกรีดร้องที่ดังมาจากภายใน... ไม่ใช่เสียงมนุษย์ แต่เป็นเสียงของ 'สิ่งที่ไม่มีวันตาย' ซึ่งหลุดออกมาจากโลงศพที่ลูเซียนเองก็ไม่ได้คาดคิด
ร่างหนึ่งก้าวออกมาจากความมืด ร่างนั้นมีเค้าโครงที่ข้าคุ้นเคยอย่างประหลาด ใบหน้าที่ซีดเผือดดุจศพ แต่นัยน์ตากลับทอประกายแห่งความแค้นที่อีลีน่าจำได้แม่นยิ่งกว่าสิ่งใด
"อีลีน่า..." เสียงนั้นแหบพร่าและหลุดออกมาจากลำคอที่ดูเหมือนถูกเชือด "ในที่สุด... เจ้าก็กลับมาหาข้าสักที"
ความเงียบเข้าครอบงำเมืองทั้งเมือง ลูเซียนหน้าซีดเผือด เขาลดดาบลงอย่างสั่นเทาขณะที่คนรักเก่าที่อีลีน่าเฝ้าคิดถึงมานานแสนปี เดินกะเผลกตรงมาหาพวกเรา พร้อมกับมีดสั้นที่เปื้อนเลือดสดๆ ในมือ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ยังคงติดตามเส้นทางอันมืดมิดและงดงามนี้ไปกับบลัดดี้แมรี่นะคะ
พันธะเลือดสีนิล: รอยจูบใต้เงาอเวจี•ตอนที่ 34
เมืองแห่งบาป
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเลือดสีนิล: รอยจูบใต้เงาอเวจี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!