“เจ้าคิดว่ากรงขังที่สร้างจากพันธะสัญญาแห่งเลือดจะจองจำข้าได้ตลอดไปอย่างนั้นหรือ เรน?”
เสียงกระซิบแหบพร่าดุจเสียงกรีดของคมมีดบนแผ่นแก้วดังขึ้นข้างใบหู ลมหายใจเย็นเยียบที่ไม่มีกลิ่นอายของสิ่งมีชีวิตรดรินอยู่ตรงซอกคอ เรนตัวแข็งทื่อ ร่างกายของเธอสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม ราวกับนกตัวน้อยที่ถูกกรงเล็บของเหยี่ยวตะปบจนจมเขี้ยว หัวใจของเธอเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมาจากอกขณะที่ลูเซียนค่อยๆ ผละมือออกจากการเชยคางหญิงสาว
ลูเซียนยืดตัวขึ้นเต็มความสูง เงาร่างสีดำมืดมิดของเขาแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วห้องโถงกอธิคที่อุดมไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายและดอกกุหลาบสีแดงเข้มที่กำลังเหี่ยวเฉา เขาไม่ได้มองมาที่เรนด้วยสายตาของนักล่าที่หิวกระหาย แต่มองด้วยแววตาของนักสะสมผู้กำลังรอคอยเวลาที่สมบัติล้ำค่าที่สุดจะแตกสลาย
“อย่า... อย่าบังอาจเรียกชื่อข้าด้วยปากเน่าเฟะนั่น” เรนเค้นเสียงตอบ มือที่กำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อฝ่ามือสั่นเทา เธอพยายามรวบรวมพลังที่หลงเหลืออยู่ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงความเจ็บปวดแปลบปลาบที่แล่นพล่านไปทั่วเส้นเลือด
“โถ่... แม่กวางน้อยผู้น่าสงสาร” ลูเซียนแค่นหัวเราะ ก่อนจะหมุนตัวเดินไปกลางโถงพิธีกรรม นิ้วเรียวยาวของเขาแตะลงบนพื้นหินเย็นเฉียบที่สลักลวดลายอักขระโบราณ “เจ้ายังไม่เข้าใจสินะ พลังที่เจ้าใช้เพื่อปกป้องอีลีน่าในวันนั้น... พลังที่เจ้าคิดว่าเป็นแสงสว่างน่ะ แท้จริงแล้วมันคือพิษที่ข้าหยอดลงในสายเลือดเจ้าตั้งแต่ตอนที่เจ้ายังเป็นทารก! เมื่อข้าปลุกมัน... พลังนั่นจะแผดเผาจิตวิญญาณของเจ้า และทำให้เจ้ากลายเป็นคมดาบที่สังหารคนรักของเจ้าด้วยมือของเจ้าเอง!”
ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วบริเวณ มีเพียงเสียงหยดน้ำที่กระทบพื้นหินดังก้องสะท้อนไปมา เรนเบิกตากว้าง ความทรงจำในวัยเยาว์ที่ไม่ปะติดปะต่อพรั่งพรูเข้ามาเหมือนคลื่นสึนามิ ภาพของเด็กทารกในอ้อมกอดที่เย็นเยียบ ภาพของหยดเลือดที่หยดลงบนลิ้นของเธอ... ทุกอย่างไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
ในขณะเดียวกัน ที่มุมมืดของระเบียงชั้นบน ร่างระหงของเคาน์เตสอีลีน่าปรากฏขึ้น ดวงตาสีโลหิตของเธอวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวและโทสะที่ถูกปิดกั้น เธอไม่แม้แต่จะหายใจ กลิ่นอายความสูงศักดิ์อันเยือกเย็นกดทับบรรยากาศจนแทบแตกสลาย
“เจ้าไม่มีวันทำได้ ลูเซียน” เสียงของอีลีน่าดังขึ้น กังวานและทรงอำนาจจนอากาศสั่นไหว เธอร่อนลงสู่พื้นโถงอย่างแผ่วเบาดุจขนนก ความสง่างามที่เปี่ยมไปด้วยอันตรายทำให้นักล่าแวมไพร์ชะงักไปครู่หนึ่ง “เรนไม่ใช่ภาชนะของเจ้า และเลือดที่ไหลเวียนในกายของนาง... ข้าเป็นผู้ครอบครองมันแต่เพียงผู้เดียว”
“ครอบครองงั้นหรือ?” ลูเซียนหันกลับมา ยิ้มกว้างจนเห็นเขี้ยวคมที่ซ่อนอยู่ “ในเมื่อเจ้าหลงใหลในตัวนางมากนัก อีลีน่า... งั้นก็จงดูให้ดี ว่าสิ่งที่เจ้าทะนุถนอม จะกลายเป็นอาวุธที่ฉีกกระชากหัวใจของเจ้าออกเป็นชิ้นๆ อย่างไร!”
ลูเซียนเริ่มร่ายมนตร์ดำ นิ้วมือของเขากรีดกรายผ่านอากาศ อักขระสีนิลบนพื้นสว่างวาบขึ้นด้วยเปลวไฟสีม่วงหม่น เรนกรีดร้องออกมาด้วยความทรมานเมื่อความร้อนรุ่มเริ่มกัดกินจากภายใน เธอรู้สึกเหมือนร่างกายนับพันถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงที่มองไม่เห็น
“เรน!” อีลีน่าพุ่งตัวเข้าไปหมายจะหยุดยั้งลูเซียน แต่เขากลับสร้างกำแพงกั้นกลางระหว่างคนทั้งสองด้วยคลื่นพลังมืดมหาศาล
“เจ้าไม่มีทางเลือก อีลีน่า” ลูเซียนหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “ถ้าเจ้าต้องการช่วยนาง เจ้าต้องยอมสละหยาดเลือดแห่งรากเหง้าของเจ้าให้ข้า... ไม่เช่นนั้น ร่างของนางจะระเบิดออกด้วยพลังที่เกินต้านทานนี้!”
เรนทรุดตัวลงกับพื้น ร่างกายของเธอเริ่มมีรอยแตกร้าวของแสงสีม่วงผุดขึ้นตามผิวหนัง ดวงตาของเธอเปลี่ยนจากสีนิลเป็นสีแดงฉานไร้สติ เธอหันไปมองอีลีน่าที่กำลังพยายามทุบกำแพงพลังด้วยมือเปล่า สายตาของเรนในตอนนี้ไม่ได้เต็มไปด้วยความรักอย่างที่เคย แต่เต็มไปด้วยความกระหายที่จะทำลายล้าง ทุกสิ่งที่ขวางหน้า
อีลีน่าหยุดมือลง เธอจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเรนด้วยความเจ็บปวดที่ลึกสุดหัวใจ เธอรู้ดีว่าหากต้องสละเลือดแห่งรากเหง้า นั่นหมายถึงจุดจบของสถานะแวมไพร์ชั้นสูงของเธอ แต่หากไม่ทำ... เธอก็จะต้องสูญเสียหญิงสาวอันเป็นที่รักไปตลอดกาล
ในจังหวะที่อีลีน่าตัดสินใจเตรียมใช้มีดสั้นอาคมกรีดข้อมือตนเองเพื่อทำลายกำแพง ลูเซียนกลับชิงลงมือก่อน เขาส่งพลังทั้งหมดเข้าสู่ร่างของเรนในคราวเดียว เรนผวาเฮือกขึ้น ร่างของเธอถูกยกขึ้นกลางอากาศด้วยพลังงานสีดำทมิฬที่ปกคลุมไปทั่วร่าง
“เอาล่ะ... จงสังหารนางเสีย เรน!”
เรนที่ถูกครอบงำด้วยพลังมืดค่อยๆ หันใบหน้าที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำตามาทางอีลีน่า มือของเธอที่เคยอ่อนนุ่มบัดนี้กลับงอกเล็บยาวคมกริบสีดำสนิท เธอพุ่งตัวออกไปเหมือนลูกธนูที่ถูกยิงออกจากคันศร เป้าหมายคือหัวใจของเคาน์เตสผู้สูงศักดิ์!
อีลีน่าไม่ได้หลบ เธอเพียงแต่ยืนนิ่งราวกับยอมรับชะตากรรม แต่ทว่า... ก่อนที่เล็บแหลมคมจะฝังเข้าที่ทรวงอกของนาง สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เสียงกรีดร้องอันแหลมเล็กดังลั่นไปทั่วห้องโถง เมื่อเรนหยุดชะงักกะทันหัน ร่างของเธอสั่นกระตุกอย่างรุนแรง เลือดสีดำพุ่งทะลักออกจากดวงตาและปากของเธอ ก่อนที่ความมืดทั้งหมดจะตีกลับเข้าสู่ร่างของลูเซียนอย่างแรงจนเขาต้องกระเด็นไปกระแทกกับผนังหินจนร้าวฉาน
ท่ามกลางความเงียบงันที่กลับมาปกคลุมอีกครั้ง เรนค่อยๆ ร่วงหล่นลงสู่พื้น โดยมีอีลีน่ารับร่างนั้นไว้ได้ทันท่วงที แต่เมื่ออีลีน่าก้มลงมองใบหน้าของคนรัก นางต้องตกตะลึงจนหัวใจแทบหยุดเต้น
เรนไม่ได้หมดสติไป... แต่ดวงตาของเธอกลับกลายเป็นสีทองสว่างจ้าดั่งดวงตะวัน พร้อมกับเสียงกระซิบที่แผ่วเบาแต่ก้องกังวานในใจของทุกคนที่อยู่ในห้องนั้น
“ข้า... คือผู้ที่เจ้าตามหามาตลอดใช่หรือไม่... เคาน์เตสผู้โง่เขลา?”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่รักทุกท่านที่อยู่เคียงข้างกันมาจนถึงจุดพลิกผันนี้นะคะ
บลัดดี้แมรี่
พันธะเลือดสีนิล: รอยจูบใต้เงาอเวจี•ตอนที่ 39
หยดเลือดแห่งอำนาจ
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเลือดสีนิล: รอยจูบใต้เงาอเวจี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!